บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 11

มื้อค่ำบ้านโฮมสเตย์

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณยังเกร็งไหล่ขนาดนั้น ซุปจะไม่อร่อยเอาได้นะครับ ตะวัน" เสียงทุ้มต่ำของลูคัสแทรกผ่านความเงียบในครัวไม้เก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศจางๆ เขาไม่ได้เงยหน้าจากมีดที่กำลังบรรจงหั่นรากผักชีบนเขียงไม้ แต่สายตาของเขามองผ่านแสงสลัวจากหลอดไฟเปลือยที่แกว่งไกวเล็กน้อยตามแรงลมภายนอกมายังผม ผมวางช้อนไม้ในมือลงช้าๆ พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่ตึงเครียดจากการพยายาม 'ทำตัวให้เป็นประโยชน์' ในบ้านของชาวบ้านที่ผมแทบไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ ตลอดสิบวันที่ผ่านมา ผมมักจะรู้สึกผิดทุกครั้งที่มีคนหยิบยื่นน้ำใจให้โดยไม่หวังผลตอบแทน มันเป็นความรู้สึกที่น่าอึดอัดเสียจนผมอยากจะควักเงินจ่ายให้จบๆ ไป เพื่อล้างหนี้บุญคุณที่ผมรู้สึกว่าตัวเองแบกรับไม่ไหว "ผมแค่ไม่ชินน่ะครับ ลูคัส... ปกติชีวิตผมมีแต่การแลกเปลี่ยน" ผมตอบเสียงแผ่ว พลางมองคุณป้าเจ้าของบ้านที่กำลังตักแกงร้อนๆ ใส่ชามดินเผาด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัย "ที่นี่ไม่ใช่ธนาคาร และคุณก็ไม่ใช่ลูกค้าครับ" คุณป้าเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมา ท่านวางชามลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม "กินให้อิ่มเถอะนะพ่อหนุ่ม รอยยิ้มของพวกคุณต่างหาก คือค่าตอบแทนที่ป้าได้รับในเย็นนี้" ผมชะงักไป คำพูดเรียบง่ายนั้นกระแทกใจผมอย่างจัง ในโลกที่ผมจากมา ทุกอย่างมีป้ายราคาแปะไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ การช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งความรัก แต่ที่นี่... บนดอยสูงที่หนทางเข้าถึงยากลำบาก กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่ให้โดยไม่คิดจะรับคืน ลูคัสวางมีดลงแล้วตบไหล่ผมเบาๆ "คุณต้องเรียนรู้ที่จะเป็น 'ผู้รับ' บ้างนะตะวัน การปฏิเสธความปรารถนาดีของคนอื่นบ่อยเกินไป มันคือการดูถูกความตั้งใจของเขานะครับ" เรานั่งล้อมวงกันบนพื้นไม้กระดาน กลิ่นควันไฟจากเตาฟืนด้านนอกลอยเข้ามาเป็นระยะๆ รสชาติของอาหารมื้อนี้ไม่ได้หรูหรา แต่มันกลับเข้มข้นกว่าทุกมื้อที่ผมเคยทานในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในเมืองหลวงเสียอีก เพราะมันปรุงขึ้นจากวัตถุดิบในสวนหลังบ้าน และความใส่ใจของคนที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากการได้เห็นเพื่อนร่วมทางอย่างเราได้รับไออุ่น เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันผ่านภาษาอังกฤษที่ปนภาษามือและรอยยิ้ม ลูคัสเล่าเรื่องการเดินทางของเขาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ส่วนผม... ในจังหวะที่อาหารเริ่มหมดชาม ผมกลับรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างไว้ในใจเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ผมเริ่มกล้าที่จะเล่าเรื่องงานที่ทำให้ผมหมดไฟ เรื่องความผิดหวังในอดีตที่ผมเคยคิดว่ามันคือความพ่ายแพ้ที่ต้องเก็บเป็นความลับ "บางครั้ง การที่เราทิ้งทุกอย่างไม่ใช่เพราะเราแพ้ครับ แต่เพราะเราแค่พบว่าสิ่งที่กำลังไล่ล่าอยู่ มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ" ลูคัสพูดพลางรินน้ำชาใส่จอกไม้ให้ผม "แล้วถ้าทิ้งไปแล้ว... มันไม่มีอะไรมารองรับล่ะครับ?" ผมถามเสียงสั่น ความกังวลเดิมๆ เริ่มกลับมาเกาะกุม "ดูป้าสิ" ลูคัสพยักหน้าไปทางคุณป้าที่กำลังพับผ้าอยู่มุมห้อง "ท่านไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่ท่านมีความสุขกับการให้... ความสุขน่ะครับตะวัน มันไม่ใช่ของที่ต้องวิ่งหา แต่มันคือสิ่งที่เราจะพบเมื่อเราหยุดวิ่งต่างหาก" คำพูดนั้นเหมือนกุญแจที่ไขประตูในใจผมที่ถูกปิดตายมานานหลายปี ผมนิ่งไป ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ลูคัสบอก ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนหิ้งไม้เก่าๆ ใกล้ประตูทางออก มันเป็นกรอบรูปใบหนึ่งที่วางคว่ำอยู่ เหมือนถูกตั้งใจซ่อนไว้จากสายตาแขกเหรื่อ จังหวะที่คุณป้าเดินไปหยิบของหลังบ้าน ผมจึงตัดสินใจเดินไปที่หิ้งนั้นด้วยความสงสัยบางอย่างที่บอกไม่ถูก มือของผมสั่นเล็กน้อยตอนที่ค่อยๆ พลิกกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู รูปถ่ายใบนั้นไม่ใช่รูปครอบครัวธรรมดา แต่มันคือรูปถ่ายหมู่หน้าสถานีรถไฟที่ผมจำได้แม่น... สถานีรถไฟที่ผมเคยยืนรอคนรักเก่าในวันที่เธอตัดสินใจทิ้งผมไปเมื่อห้าปีก่อน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือภาพในรูปนั้น มีผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างคุณป้าในวัยหนุ่ม... คนคนเดียวกับที่ยืนยิ้มอยู่ข้างเธอในวันนั้น คือคนคนเดียวกับที่ผมเคยคิดว่าเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าบนดอยแห่งนี้ ลูคัสเดินเข้ามาใกล้เงียบๆ สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความขี้เล่นเป็นความเคร่งขรึม "ตะวัน... คุณเจออะไรหรือเปล่า?" ผมมองไปที่รูปถ่ายใบนั้นสลับกับร่างของคุณป้าที่กำลังเดินกลับเข้ามาในห้อง หัวใจของผมเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอกเมื่อเห็นแววตาของคุณป้าที่เปลี่ยนไป ท่านไม่ได้ยิ้มให้ผมเหมือนเดิม แต่ท่านจ้องมองมาที่รูปในมือผมด้วยสายตาที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความนัยที่ผมไม่อาจเข้าใจ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ แบกเป้ท่องโลก
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%