บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 12

รถไฟสายใต้

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"นายคิดว่าคนเราจะสามารถทิ้งตัวตนเดิมไว้บนรางรถไฟได้จริงหรือเปล่า ตะวัน?" ลูคัสถามขึ้นท่ามกลางเสียงล้อเหล็กกระทบรางที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในความมืด เขานั่งพิงหน้าต่างรถไฟชั้นสองที่สั่นสะเทือนเบาๆ สายตาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนบนเพดานโบกี้ที่กะพริบถี่ๆ เหมือนกำลังจะขาดใจ ผมไม่ได้หันไปมองเขา มือของผมกำถ้วยกาแฟกระดาษที่เย็นชืดแน่นจนนิ้วซีดขาว ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงเงาดำของทิวเขาสลับกับแสงไฟจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ผ่านแวบไปเหมือนภาพฉายในความทรงจำที่เลือนราง "ถ้าทำได้จริง ผมคงไม่ซื้อตั๋วใบนี้มาตั้งแต่วันแรกหรอกครับ ลูคัส" ผมตอบเสียงเรียบ นิ่งสงบจนตัวผมเองยังแปลกใจ "บางทีเราอาจไม่ได้ต้องการทิ้งมันไป... เราแค่ต้องการที่ว่างพอที่จะวางมันลง แล้วก้าวเดินต่อโดยไม่ต้องแบกมันไว้ตลอดเวลา" ลูคัสหัวเราะหึในลำคอ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่มุมถลอกออกมาเปิดพลิกไปมา "การหนีไม่ใช่การรักษาหรอกนะเพื่อน แต่การยอมรับว่าเรากำลัง 'พัง' อยู่ตรงนี้... นี่ต่างหากคือจุดเริ่มต้นของการซ่อมแซม นายกำลังหนี หรือนายกำลังค้นหาจุดที่ทำหล่นหายไปกันแน่?" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ามากลางใจเหมือนคมมีด ผมวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะพับที่สั่นไหวอย่างรุนแรงตามแรงเหวี่ยงของขบวนรถ ผมนึกถึงโต๊ะทำงานตัวเดิมที่กรุงเทพฯ กองเอกสารที่รอการอนุมัติ เสียงโทรศัพท์ที่ดังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา แม้กระทั่งในตอนที่ผมพยายามจะหลับตาลง "คุณเคยไหมล่ะ?" ผมถามกลับ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "ความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าคุณจะเดินไปไกลแค่ไหน ลมหายใจของคุณก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความล้มเหลวเดิมๆ... ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนาฬิกาทรายที่ทรายหมดไปนานแล้ว แต่ก็ยังถูกคนอื่นพลิกให้ทำงานอยู่เรื่อยๆ" ลูคัสหยุดกึก เขาเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเขาที่เคยดูขี้เล่นกลับจริงจังขึ้นมาอย่างน่าประหลาด "ตะวัน ฟังนะ บนรถไฟสายใต้ขบวนนี้ คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือคนที่ว่างเปล่าที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็คือคนที่ได้รับโอกาสมากที่สุด นายไม่ต้องเป็นหัวหน้างานที่เก่งกาจ หรือลูกชายที่ต้องแบกความหวังของใคร... ตอนนี้ นายเป็นแค่คนแปลกหน้าที่กำลังจะถึงสถานีถัดไป" รถไฟเบรกกระทันหันจนร่างของเราเอียงวูบ เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นไปทั้งโบกี้ ลูคัสรีบคว้าขอบที่นั่งไว้ได้ทัน ส่วนผมถลาไปข้างหน้าจนหน้าผากเกือบกระแทกกับโต๊ะ ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมขบวนรถชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านรอยแยกหน้าต่างเข้ามา ผมสูดหายใจลึก กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นอับของที่นั่งเก่าๆ ทำให้ผมรู้สึกถึง 'ความเป็นจริง' มากกว่าออฟฟิศที่เย็นเฉียบด้วยแอร์คอนดิชันเนอร์เสียอีก ผมหยิบกระเป๋าเป้ข้างตัวขึ้นมา เปิดช่องซิปใบเล็กที่เก็บของสำคัญไว้ชิ้นหนึ่ง—รูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งมีรอยไหม้ของไฟแช็ก ผมจ้องมองใบหน้าของผู้หญิงในรูป สายตาของเธอยังคงอบอุ่นและตั้งคำถามเหมือนวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน "ถ้าผมทิ้งมันไว้ที่สถานีหน้า... นายคิดว่าผมจะเบาตัวขึ้นไหม?" ผมพึมพำกับตัวเอง แต่ลูคัสกลับได้ยิน เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ "ถ้าสิ่งนั้นมันทำให้นายต้องจมอยู่กับอดีต การทิ้งก็อาจจะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้นายเริ่มหายใจได้อีกครั้ง แต่ระวังนะตะวัน... บางอย่างที่เราพยายามทิ้ง มันอาจจะแอบตามเราไปในรูปแบบของความทรงจำที่ฝังรากลึกกว่าเดิม" ผมนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความมืดภายนอกหน้าต่างกลืนกินความคิดไปชั่วขณะ รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวต่ออย่างเชื่องช้า แรงสั่นสะเทือนทำให้หัวใจผมสั่นตามไปด้วย ในจังหวะที่ขบวนรถกำลังจะเข้าสู่เขตอุโมงค์มืดมิด เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงผมก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนของอีเมลที่ผมพยายามปิดกั้นมาตลอดการเดินทาง หน้าจอสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในโบกี้ ชื่อผู้ส่งปรากฏขึ้นตรงหน้า และนั่นทำให้เลือดในกายผมแทบแข็งตัว *หัวข้อ: เรื่องการยื่นใบลาออกของคุณ... ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข* ผมมองดูข้อความนั้นสลับกับประตูโบกี้ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลูคัสเอื้อมมือมาแตะไหล่ผมเบาๆ ราวกับรู้ว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล "ดูเหมือนว่ารถไฟขบวนนี้จะยังไม่ยอมให้นายไปถึงปลายทางง่ายๆ นะเพื่อน" ลูคัสพูดเสียงต่ำ ขณะที่รถไฟเริ่มเร่งความเร็วเข้าสู่อุโมงค์จนความมืดมิดรายล้อมเราไว้ทุกทิศทาง ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวจัด นี่ไม่ใช่แค่การตามหาตัวเองที่หายไป แต่มันคือการตัดสินใจว่าผมจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ฉุดรั้งผมไว้ หรือจะกดปิดหน้าจอนี้ทิ้งไปตลอดกาล ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ แบกเป้ท่องโลก
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%