"ถ้าคุณคิดว่าการหนีจากออฟฟิศในกรุงเทพฯ มาถึงอิตาลีจะช่วยให้คุณลืม 'คนคนนั้น' ได้ ผมว่าคุณกำลังประเมินอิทธิพลของหัวใจตัวเองต่ำไปนะ ตะวัน"
เสียงของลูคัสในจดหมายฉบับล่าสุดที่เขาทิ้งไว้ให้ที่โฮสเทลในฟลอเรนซ์ยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับคำสาปแช่งที่แม่นยำอย่างน่าประหลาด ตะวันนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนเย็นเฉียบในจัตุรัสที่เงียบเหงาที่สุดในเมืองเซียน่า แสงไฟสลัวจากเสาไฟโบราณส่องกระทบกับเศษขนมปังที่เขาทำตกไว้บนพื้น ห่างออกไปไม่กี่เมตร ชายชราคนหนึ่งนั่งดีดกีตาร์คลาสสิกตัวเก่า เสียงโน้ตที่บาดลึกราวกับเข็มเย็บผ้ากรีดลงไปบนความรู้สึกของเขา
ตะวันจ้องมองแก้วไวน์ราคาถูกในมือ ของเหลวสีแดงก่ำสะท้อนเงาใบหน้าของเขาที่ดูซูบตอบลงกว่าวันแรกที่เขาเริ่มเดินทาง ความเงียบในอิตาลียามค่ำคืนไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงก้องของความคิดตัวเอง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชันแชทที่เขาไม่ได้เปิดมานานหลายสัปดาห์ นิ้วชี้จ่ออยู่ตรงหน้าจอที่มืดสนิท... เขาอยากจะพิมพ์หา 'เธอ' คนที่เขาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาเพื่อจะลืม แต่เขาก็รู้ดีว่า การทำเช่นนั้นคือการพ่ายแพ้ต่อตัวเองอย่างสิ้นเชิง
"คุณเคยรู้สึกไหมครับ... ว่ายิ่งเดินทางไกลเท่าไหร่ โลกกลับยิ่งแคบลงจนบีบหัวใจเรา?"
ตะวันพึมพำกับตัวเองโดยไม่มีคู่สนทนา ชายชราที่นั่งดีดกีตาร์หยุดนิ้วลงกะทันหัน เขาเงยหน้าขึ้นมองตะวันด้วยดวงตาที่ขุ่นมัวแต่เปี่ยมด้วยความเข้าใจ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า 'ฉันก็เคยเป็นแบบนั้น'
ความเหงาในต่างแดนมันต่างจากความเหงาที่กรุงเทพฯ มันไม่ใช่ความรู้สึกว่าไม่มีใครรัก แต่มันคือการตระหนักว่า 'ไม่มีใครรู้จักเราจริงๆ' ที่นี่ เขาเป็นเพียงนักท่องเที่ยวที่มีเป้ใบใหญ่คอยเตือนให้รู้ว่าเขาไม่มีบ้านให้กลับไปในยามนี้ รสชาติของพาสต้าที่อร่อยที่สุดในโลกไม่อาจกลบความว่างเปล่าในอกได้ ลูคัสจากเขาไปตามเส้นทางของตัวเองในสัปดาห์ก่อน ทิ้งให้เขารับมือกับอดีตที่ตามหลอกหลอนมาถึงยุโรปเพียงลำพัง
ตะวันลุกขึ้นยืนด้วยอาการโซเซเล็กน้อยจากการดื่มไวน์ เขาตัดสินใจเดินกลับโฮสเทลผ่านตรอกแคบๆ ที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าของเขาสะท้อนกับกำแพงหินเก่าแก่ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ปะทะกับบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ปลายซอย มีเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันหลังให้เขา เธอสวมโค้ทตัวยาวสีเบจเหมือนกับตัวที่เขาเคยซื้อให้ในวันครบรอบปีที่สาม ความทรงจำกระแทกเข้ามาในหัวสมองอย่างจังจนเขาสะดุดล้มลงกับพื้น มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามจะเรียกชื่อเธอ แต่เสียงกลับหายไปในลำคอ
ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า...
แต่ทว่า เมื่อใบหน้านั้นเผยออกมาภายใต้แสงไฟ สิ่งที่ตะวันเห็นกลับไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น แต่มันคือผู้หญิงอีกคนที่เขารู้จักดีพอๆ กับตัวเอง เพราะเธอคือคนที่เขาเคยปฏิเสธที่จะพูดคุยด้วยมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา
"พี่ตะวัน? ไม่เจอกันนานเลยนะ... มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?"
น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้โลกของตะวันหมุนคว้างจนแทบยืนไม่อยู่ เพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวที่เขาหนีมาไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้... 'ริน' น้องสาวแท้ๆ ของเขา ที่เขาไม่เคยบอกใครเลยว่าเธอคือรอยแผลที่เขายังไม่เคยให้อภัยตัวเอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษกับผมมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ แบกเป้ท่องโลก
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 33
ความเหงาที่แท้จริง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!