“นายกำลังพยายามทำอะไร ลูคัส? ฉีกตั๋วขากลับทิ้งไปซะ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ของฉันหายไปหรอกนะ”
ผมกดเสียงต่ำ สายตาจ้องเขม็งไปยังเศษกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางระเกะระกะบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในโฮสเทลใจกลางเมืองลิสบอน ลูคัสไม่ได้โต้ตอบทันที เขาเพียงแต่นั่งไขว่ห้าง จิบกาแฟดำกลิ่นเข้มข้น พลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนกำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
“ฉันไม่ได้ฉีกอนาคตนายทิ้ง ตะวัน” ลูคัสวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบโต๊ะเบาๆ แต่มันดังก้องในความเงียบ “ฉันแค่ฉีกสิ่งที่คอยเหนี่ยวรั้งไม่ให้นายหายใจเต็มปอดต่างหาก นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่นั่นมีแต่ตัวเลข รายงาน และหัวหน้าที่มองนายเป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่ง?”
“แต่นั่นคือ ‘ชีวิต’ ที่ฉันสร้างมาสิบปีนะ” ผมสวนกลับ พลางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่ขอบตา มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกลัวที่เกาะกุมใจมานานนับเดือน กลัวว่าถ้าผมก้าวขาออกไปไกลกว่านี้ ผมจะไม่มีทางกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก
ลูคัสหันมาสบตาผม นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นไม่มีแววเยาะเย้ย มีเพียงความสงบที่น่าหมั่นไส้ “นายคิดว่าคนเดิมคนนั้นมีความสุขไหมล่ะ? ก่อนจะมาที่นี่ นายจำได้ไหมว่าครั้งสุดท้ายที่ยิ้มออกมาจากใจจริงๆ คือเมื่อไหร่? หรือว่านายจำได้แค่รหัสผ่านเข้าอีเมลงานกับตารางประชุมที่อัดแน่นจนไม่มีช่องว่างให้แม้แต่จะหยุดหายใจ”
คำถามนั้นกระแทกใจผมอย่างจัง ผมนิ่งไป จังหวะการหายใจเริ่มติดขัด ภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาของโฮสเทลเมื่อเช้าผุดขึ้นมา ใบหน้าของชายวัยสามสิบที่ดูแก่เกินวัย ดวงตาไร้ประกายที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเยียวยาด้วยการนอนหลับเพียงคืนเดียว
ผมนึกถึงเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่สั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ข้อความจากหัวหน้าทีมที่ส่งมาทวงถามงานค้างราวกับผมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมในออฟฟิศใจกลางสุขุมวิท พวกเขาไม่ได้มองว่าผมลาออกไปตามหาตัวเอง พวกเขามองว่าผมเป็นแค่พนักงานที่กำลังหนีปัญหา ซึ่งลึกๆ แล้ว ผมก็แอบเห็นด้วยกับพวกเขาในจุดหนึ่ง
“ผมกลัว...” ผมยอมรับออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือ “ถ้าผมไม่กลับไป ผมจะไปอยู่ตรงไหน? เงินเก็บที่เหลืออยู่จะพาผมไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว?”
ลูคัสลุกขึ้นเดินมาตบไหล่ผมเบาๆ แรงบีบนั้นหนักแน่นและมั่นคง “โลกนี้กว้างใหญ่กว่างบประมาณในบัญชีของนายเสมอ ตะวัน ตราบใดที่รองเท้ายังไม่พังและหัวใจนายยังเต้นอยู่ นายก็มีตั๋วใบใหม่ได้ทุกเมื่อ... นายแค่ต้องเลือกว่าจะใช้มันเพื่อกลับไปอยู่ในกรงขังเดิม หรือจะใช้มันเพื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่นายไม่เคยรู้จัก”
เขาหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา กดดูตารางการเดินทางบางอย่าง แล้วส่งหน้าจอมาให้ผมดู มันคือหน้าเว็บจองตั๋วรถไฟข้ามพรมแดนที่มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาทางตอนเหนือของโปรตุเกส ที่ซึ่งผมเคยเปรยไว้ในไดอารีเมื่อสามปีก่อนว่า 'สักวันหนึ่งอยากจะไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ที่นั่น'
ผมมองดูหน้าจอ หัวใจเต้นแรงขึ้นจนสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมที่หน้าอก นี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจเรื่องการเดินทาง แต่มันคือการตัดสินใจเลือกชะตากรรมของตัวเอง การกดยืนยันการจองในตอนนี้ หมายถึงการประกาศตัดขาดจากชีวิตเก่าอย่างเป็นทางการ หมายถึงการไม่กลับไปเผชิญหน้ากับคำถามของเพื่อนร่วมงาน ไม่ต้องกลับไปอธิบายกับใครว่าทำไมถึงทิ้งทุกอย่าง
มือผมสั่นขณะแตะหน้าจอสัมผัส ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันเหมือนเข็มนาฬิกาที่กรีดลึกลงไปในความทรงจำชีวิตออฟฟิศที่ผมเคยหวงแหน ผมมองเห็นภาพตัวเองนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์สิบชั่วโมงต่อวัน เห็นภาพการกินข้าวเที่ยงหน้าโต๊ะทำงาน และเห็นภาพความเหงาที่รายล้อมอยู่ท่ามกลางคนนับร้อย
“นายเลือกได้นะ” ลูคัสพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง “แต่นายรู้ดีที่สุดว่าถ้าวันนี้ไม่เลือก พรุ่งนี้ชีวิตนายก็จะเป็นเพียงสำเนาของเมื่อวานเท่านั้น”
ผมสูดหายใจลึก กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจากภายนอกทำให้ผมรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด ผมเลือกที่จะไม่คลิกปิดหน้าต่างนั้น แต่กลับนิ้วเรียวแตะที่คำสั่ง 'ชำระเงิน' แทน ทันทีที่การยืนยันเสร็จสิ้น ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งก็ถาโถมเข้ามา มันไม่ใช่ความโล่งใจที่เบาสบาย แต่มันคือความรู้สึกของการเป็นอิสระที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความเข้าที่โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น... ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากธนาคาร แต่เป็นเบอร์ที่ผมจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต แม้จะไม่ได้เห็นมานานหลายปี เบอร์โทรศัพท์ของ 'ริน' อดีตคนรักที่ผมทิ้งความสัมพันธ์ไว้เบื้องหลังด้วยปมบางอย่างที่ยังไม่เคยได้รับการสะสาง
ชื่อของเธอปรากฏบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายผมเย็นเฉียบ: *“ตะวัน... ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นั่น ฉันเห็นรูปที่คุณลงในโซเชียล เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องพ่อ... อย่าเพิ่งไปไหนนะ”*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ
แบกเป้ท่องโลก
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 17
ตั๋วเครื่องบินใบใหม่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!