"ถ้าคุณยังกอดความกังวลไว้แน่นขนาดนั้น ต่อให้ข้ามมหาสมุทรไปไกลถึงปารีส คุณก็จะพบแค่คนเดิมที่กำลังแบกขยะติดตัวไปทั่วเมืองนั่นแหละตะวัน"
เสียงของลูคัสแทรกผ่านความโกลาหลภายในห้องผู้โดยสารขาออก สนามบินสุวรรณภูมิยามค่ำคืนคึกคักไปด้วยผู้คนที่มุ่งหน้าสู่ปลายทางที่แตกต่าง เขาไม่ได้พูดพลางมองหน้าผม แต่กลับจ้องมองป้ายไฟแสดงสถานะเที่ยวบินด้วยแววตานิ่งสนิท ผมกำสายสะพายเป้ใบเขื่องแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกโหวงเหวงในอกไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่มันคือความกลัวต่อ 'การไม่เหลืออะไรเลย' ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
"ผมแค่กำลังคิดว่า... การทิ้งทุกอย่างมาแบบนี้ มันคืออิสระ หรือแค่การหนีปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้นกันแน่ครับลูคัส" ผมตอบพลางเบนสายตาไปมองความวุ่นวายเบื้องล่าง ชีวิตเก่าที่ผมจากมาถูกตีกรอบด้วยตัวเลขในบัญชี ความคาดหวังของหัวหน้า และข้อความทิ้งทวนจากคนรักเก่าที่ยังค้างคาอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้
ลูคัสหันมามองผม รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้ดูถูก แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เข้าใจว่า 'ความพินาศ' บางครั้งก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด "ปัญหาน่ะไม่มีวันจบสิ้นหรอกครับ แต่เราเปลี่ยน 'มุมมอง' ที่มีต่อมันได้ ที่ฝรั่งเศสไม่มีใครรู้จักตะวัน คนที่แบกความคาดหวังของสังคมไทยไว้จนหลังค่อม นั่นแหละคือสิ่งที่คุณตามหาไม่ใช่เหรอ โอกาสที่จะได้เป็นแค่ 'คนแปลกหน้า' ในดินแดนที่ไม่มีใครสนว่าคุณเคยพลาดอะไรมา"
เสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่องดังแทรกบทสนทนา เราเดินผ่านงวงช้างเข้าสู่ความเย็นเยียบของเครื่องบิน ความรู้สึกเหมือนก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง 'อดีต' กับ 'อนาคต' เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที ในใจผมหวนคิดถึงห้องทำงานที่เคยนั่งเป็นเวลาห้าปี กองเอกสารที่ต้องเร่งปิดยอด และคำพูดของแม่ที่บอกว่าให้หาอะไรมั่นคงทำเสียที
เครื่องบินลัดฟ้ามุ่งหน้าสู่ทวีปยุโรป หลายชั่วโมงผ่านไปในความมืดมิดของก้อนเมฆ ผมเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปี ในฝันผมเห็นตัวเองยืนอยู่กลางลานกว้างท่ามกลางหิมะ แต่ในมือกลับไม่มีเป้สักใบ ผมเบาหวิวราวกับลอยได้ แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งกระซิบข้างหู... เสียงที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย
"ตื่นได้แล้วครับตะวัน... เราถึงฝรั่งเศสแล้ว"
แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมลืมตาขึ้น ลูคัสยืนรออยู่ข้างทางเดิน ใบหน้าของเขาดูตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่กำลังสาดส่องลงบนหลังคาบ้านเรือนรูปทรงแปลกตาในแถบชนบทของฝรั่งเศสผ่านมุมมองจากเบื้องสูง
เมื่อเราก้าวเท้าออกจากสนามบิน Charles de Gaulle กลิ่นอายของอากาศที่เย็นจัดและแห้งแล้งต่างจากกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง ลูคัสสูดหายใจเข้าเต็มปอด "ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงครับเพื่อน" เขาตบไหล่ผมแรงๆ ก่อนจะโยนเป้ขึ้นหลังแล้วเดินนำไปที่สถานีรถไฟ
ระหว่างการเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางปารีส วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงเป็นทุ่งหญ้าสีทองสลับกับแนวต้นไม้ที่เริ่มผลัดใบ ลูคัสหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ผมเขียนบันทึกทุกที่ที่ไป แต่เล่มนี้... ผมเว้นหน้าที่สามสิบไว้ให้คุณนะตะวัน ลองเขียนดูว่าในหนึ่งวันของการเป็นคนไม่มีอดีต คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง"
ผมรับสมุดเล่มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้ากระดาษเรียบเนียนรอการเติมเต็มด้วยเรื่องราวของคนแปลกหน้าที่ชื่อว่า 'ตะวัน' ในดินแดนที่ไม่เคยรู้จักผมมาก่อน
"ลูคัส... ถ้าผมพบว่าที่นี่ก็ไม่ได้ช่วยให้ผมลืมมันได้ล่ะ" ผมถามขณะรถไฟกำลังเคลื่อนตัวผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแซน
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง "การลืมไม่ใช่เป้าหมายครับ การยอมรับต่างหากคือทางออก คุณไม่จำเป็นต้องลืมว่าคุณเคยเจ็บปวด คุณแค่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันโดยไม่ให้มันเป็นคนถือพวงมาลัยในชีวิตคุณอีกต่อไป"
รถไฟจอดเทียบชานชาลาสถานี Gare du Nord เสียงผู้คนพูดคุยกันด้วยภาษาที่ฟังดูนุ่มนวลแต่รวดเร็ว ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นจุดบอดเล็กๆ ท่ามกลางภาพวาดชิ้นใหญ่ที่เราเพิ่งก้าวเข้าไปยืนอยู่ตรงกลาง ลูคัสเดินนำไปก่อน แต่แล้วเขาก็หยุดกะทันหันจนผมเกือบชนเข้าที่แผ่นหลังของเขา
"มีอะไรเหรอครับ?" ผมถาม
ลูคัสไม่ได้ตอบ แต่เขากำลังจ้องมองหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนถือช่อดอกไม้แห้งพิงเสาเหล็กข้างทางออก สายตาของเขามีความสับสนและตกใจปนเปกันอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวคนนั้นหันมามองลูคัส ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ปล่อยช่อดอกไม้ร่วงหล่นลงพื้น
"ลูคัส? นายกลับมาที่นี่ทำไม... หลังจากที่นายทำลายทุกอย่างไปหมดแล้ว" เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเย็นชาที่ทำเอาผมรู้สึกหายใจไม่ออก
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเผชิญหน้ากับความไม่คาดฝันไปกับผมในบทนี้นะครับ - แบกเป้ท่องโลกครับ
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 26
สู่ดินแดนยุโรป
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!