“ถ้าคุณยังแบกเป้ใบนั้นด้วยความกังวลแบบเดิม ต่อให้เดินไปถึงขอบโลก น้ำหนักของมันก็จะไม่มีวันลดลงหรอกครับตะวัน”
ลูคัสโยนแผนที่กระดาษที่ยับยู่ยี่ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในโฮสเทลกลางเมืองเล็กๆ ของอิตาลี เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเราสองคน เขาไม่ได้มองหน้าผม แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปยังกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ผมเพิ่งจัดเตรียมเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีก่อน มันวางสงบนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง ราวกับเป็นกรงขังที่ผมพาติดตัวมาด้วยตลอดการเดินทาง 24 วันที่ผ่านมา
ผมไม่ตอบโต้ทันที ผมเลือกที่จะหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ รสขมของมันบาดลึกเข้าที่ปลายลิ้น พอๆ กับความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ความอึดอัดที่ผมพยายามกดทับไว้ตั้งแต่ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ มันกำลังจะปะทุออกมาในรูปแบบของความเงียบ
“คุณพูดเหมือนรู้ว่าผมแบกอะไรไว้” ผมเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงของผมแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย
ลูคัสหันมามอง ผมเห็นประกายในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น มันไม่ใช่ความสมเพช แต่มันคือความเข้าใจในแบบที่คนแปลกหน้าไม่ควรจะมีให้กัน เขาค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือลงบนโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนกำลังจะเริ่มบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิตนักเดินทางคนหนึ่ง
“คนเรามักจะคิดว่าการทิ้งชีวิตเดิมคือการหนี” เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “แต่จริงๆ แล้วมันคือการ ‘คัดกรอง’ ต่างหาก คุณทิ้งโต๊ะทำงาน ทิ้งเจ้านายที่ชอบกดดัน ทิ้งบรรยากาศที่น่าอึดอัด แต่สิ่งที่คุณยังไม่ทิ้ง... คือเสียงในหัวที่คอยบอกว่าคุณไม่ดีพอ สิ่งที่คุณยังไม่ทิ้ง คือความกลัวที่ว่าถ้าวันหนึ่งคุณต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่ทิ้งไว้ข้างหลัง คุณจะทำอย่างไร”
ผมกำแก้วกาแฟแน่นจนนิ้วซีดขาว คำพูดของเขามันเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นที่ผมพยายามปิดตายมันไว้ ความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ความคาดหวังของครอบครัว และตัวผมเองที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้กับทุกอย่างที่พยายามไขว่คว้า
“แล้วผมต้องทำยังไง” ผมถามเบาๆ “ผมถึงจะหลุดพ้นจากมัน”
“เราจะเริ่มออกเดินทางด้วยกัน” ลูคัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสะพายเป้ขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่ว “ไม่ใช่แค่การเดินไปตามเส้นทางที่ปักหมุดไว้ใน Google Maps แต่เป็นการเดินไปโดยที่ยอมรับว่า เราอาจจะหลงทาง เราอาจจะเจอพายุ และที่สำคัญที่สุด... เราอาจจะต้องทิ้งของบางอย่างไว้ข้างหลังจริงๆ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า หรือข้าวของ แต่เป็นความทรงจำที่ขัดขวางไม่ให้คุณก้าวต่อไปข้างหน้า”
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผม ยื่นมือมาให้ “คุณพร้อมจะวางภาระที่มองไม่เห็นนั่นลง แล้วแลกเปลี่ยนมันกับการเริ่มต้นใหม่ในฐานะเพื่อนร่วมทางของผมหรือยังครับ?”
ผมมองมือนั้นอยู่นาน ความลังเลสู้รบกับความปรารถนาที่จะมีชีวิตใหม่ ลูคัสไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับผมอีกต่อไป แต่เขาคือกระจกสะท้อนความกล้าที่ผมหลงลืมไปนานแล้ว ผมยื่นมือออกไปสัมผัสกับอุ้งมือที่หยาบกร้านจากการผจญภัยนั้น ความรู้สึกถึงมิตรภาพก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด มันคือความมั่นคงที่ผมไม่ได้สัมผัสมานานนับปี
“ตกลงครับ” ผมตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น
เราก้าวเดินออกจากห้องพัก สัมผัสแรกของลมเย็นที่ปะทะใบหน้าด้านนอกมันช่างแตกต่างจากตอนที่เราเข้ามา ความวุ่นวายของตลาดท้องถิ่นที่เริ่มคึกคัก ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา ทุกคนมีจุดหมาย ทุกคนมีความฝัน แต่ในวินาทีนี้ ผมไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ผมมีลูคัสเดินเคียงข้าง และเรามีถนนสายเล็กๆ ที่ทอดยาวออกไปสู่ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในระยะไกล
ทว่า ในขณะที่เรากำลังจะก้าวพ้นประตูเมืองเก่าเพื่อเข้าสู่เส้นทางเดินป่า ลูคัสกลับหยุดกะทันหัน เขาหันกลับมามองผม สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันมีความตึงเครียดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“ตะวัน...” เขากระซิบ เสียงของเขาเครียดขึง “อย่าเพิ่งหันหลังไป”
ผมหยุดกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความสงสัย “มีอะไรครับ?”
“มีคนสะกดรอยตามเราตั้งแต่ออกมาจากโฮสเทล” เขาพูดพลางกวาดสายตาผ่านเงาสะท้อนของหน้าต่างร้านค้าข้างๆ “คนในชุดสูทสีเทา คนที่ยืนอยู่ตรงร้านดอกไม้นั่น... เขาเป็นคนที่ผมพยายามหนีมาตลอดสามปี และดูเหมือนว่าวันนี้... เขาจะไม่ได้มาแค่คนเดียว”
ผมค่อยๆ ชำเลืองไปตามที่เขามองเห็นชายสองคนในชุดสูทสีเทาที่ดูขัดกับบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม และหนึ่งในนั้นก็หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมโดยตรง
นี่ไม่ใช่การเดินทางธรรมดาอย่างที่ผมคิดเสียแล้ว ความลับของลูคัสที่เขาเคยเปรยไว้ว่ามี "อดีตที่ต้องสะสาง" กำลังจะกลายเป็นความจริงที่ไล่ล่าเราทันในวันที่การเดินทางของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันบทเรียนชีวิตไปกับผมนะครับ - แบกเป้ท่องโลกครับ
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 25
ออกเดินทางพร้อมกัน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!