บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 2

เป้ใบเก่ากับความฝันที่ลืมไปแล้ว

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"เก็บเสื้อผ้าพวกนั้นออกไปให้หมด แล้วใส่เฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาชีวิตและจิตวิญญาณเท่านั้น อย่าเอาขยะจากอดีตใส่ลงไปในกระเป๋าใบนี้" ลูคัสยืนพิงขอบประตูห้องพักที่เต็มไปด้วยฝุ่นของผม เขามองกองเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวสะอาดตาที่ผมวางเรียงรายไว้บนเตียงด้วยสายตาที่คล้ายกับกำลังมองซากปรักหักพังของวิหารโบราณ ผมไม่ได้ตอบกลับในทันที มือของผมสั่นเล็กน้อยขณะคว้าเอาสมุดบันทึกเล่มเก่าที่หน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบออกมาจากลิ้นชักชั้นล่างสุด "นายคิดว่าสิ่งที่อยู่ในนี้มันคือขยะเหรอ ลูคัส?" ผมถาม พลางใช้นิ้วลูบหน้าปกหนังที่ถลอกปอกเปิก ชายชาวฝรั่งเศสเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นยาสูบจางๆ และกลิ่นอายของดินที่ติดตัวเขามาทำให้ห้องแคบๆ นี้ดูเล็กลงไปถนัดตา เขาโน้มตัวลงมาดูภาพวาดลายเส้นดินสอรูปแผนที่โลกที่ผมขีดเขียนไว้ตั้งแต่อายุสิบสองปี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยแววตาที่หนักแน่น "มันไม่ใช่ขยะถ้ามันคือเข็มทิศ แต่มันจะกลายเป็นโซ่ตรวนทันที หากนายเอาแต่มองหาเส้นทางเดิมๆ ในอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับไปแก้ไขได้แล้ว" ลูคัสเว้นจังหวะ เขายื่นมือมาตบไหล่ผมเบาๆ "เรากำลังจะไปที่ที่ไม่เคยมีใครรู้จักนาย นายจะเริ่มต้นใหม่ในฐานะคนแปลกหน้า หรือจะยังเป็นพนักงานออฟฟิศที่แบกปมด้อยติดหลังไปจนสุดขอบโลก?" ผมถอนหายใจยาว วางสมุดบันทึกลงในช่องลับของเป้ใบใหญ่ แทนที่จะใส่ไว้ในที่ที่หยิบง่ายที่สุด ผมตัดสินใจทิ้งเสื้อเชิ้ตตัวเก่งที่เคยใส่ไปประชุมสำคัญเมื่อสามปีก่อนลงถังขยะ ความรู้สึกนั้นประหลาดนัก มันเหมือนกับการตัดชิ้นส่วนของร่างกายออกไป แต่น่าแปลกที่น้ำหนักที่เคยบดขยี้หัวใจผมกลับเบาหวิวลงอย่างน่าประหลาดใจ ในห้องพักนี้ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าที่ผมต้องจัดการ แต่มันคือการคัดกรองตัวตน ผมหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา—ภาพของผมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมพยายามลืมมาตลอดห้าปี เธอคือสาเหตุที่ทำให้ผมกลายเป็นคนเย็นชา และเป็นเหตุผลว่าทำไมตั๋วรถไฟในมือผมถึงได้หนักอึ้งขนาดนี้ ผมมองใบหน้าของเธอในรูป ก่อนจะตัดสินใจพับมันให้เล็กลงแล้วยัดเข้าไปในซอกลึกที่สุดของกระเป๋าเป้ ไม่ใช่เพื่อเก็บไว้ดู แต่เพื่อเตือนตัวเองว่านี่คือบทเรียนที่ผมต้องก้าวข้าม "พร้อมไหม?" ลูคัสถามขณะช่วยผมรูดซิปกระเป๋าที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์การเดินทางและเสื้อผ้าฟังก์ชันนอลที่ดูทะมัดทะแมงกว่าชีวิตเดิมหลายเท่า "ผมยังไม่แน่ใจนัก" ผมยอมรับตรงๆ พลางมองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า "ชีวิตที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง... มันง่ายกว่าที่จะเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าข้างหน้ามาก" "ความสบายคือยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าที่สุด ตะวัน" ลูคัสหัวเราะหึๆ ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดม่านออก แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ "ถ้าเราไม่ก้าวออกไป เราก็จะเป็นได้แค่เงาของตัวเองที่เดินวนอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็น" เราจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ผมรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนใหม่ เสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงคาร์โก้ตัวหลวมทำให้ผมดูเหมือนนักเดินทางจริงๆ ไม่ใช่แค่คนงานที่กำลังจะไปทัศนศึกษา แต่ทว่า ทันทีที่ผมสะพายเป้ขึ้นบ่า ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจับจ้องมาจากมุมมืดของห้องก็เกิดขึ้น "ลูคัส... นายได้ยินเสียงอะไรไหม?" ผมหยุดนิ่ง สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวทำงานหนัก ลูคัสหันมามองผม ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแสร้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน "คงเป็นเสียงลมมั้ง นายเริ่มคิดมากไปแล้ว" แต่ผมไม่เชื่อ มือของผมควานหาตั๋วรถไฟใบนั้นในกระเป๋ากางเกงเพื่อความมั่นใจ ทว่าเมื่อนิ้วสัมผัสกับกระดาษ ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้ผมตัวเย็นวาบ มันไม่ใช่ตั๋วใบเดียวกับที่ผมเก็บไว้... กระดาษแผ่นนี้หนากว่า หยาบกว่า และที่ขอบมีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผมจำได้แม่นว่ามันคือกลิ่นน้ำหอมของเธอ ผมดึงตั๋วใบนั้นออกมาดู แล้วลมหายใจของผมก็แทบหยุดเต้น บนตั๋วไม่ได้ระบุชื่อผู้โดยสารเป็นชื่อผม แต่มันกลับเขียนด้วยลายมือที่ผมคุ้นเคยที่สุดว่า *'ฉันรู้ว่าคุณจะไป... อย่าหันกลับมา ถ้ายังไม่อยากเห็นว่าความจริงที่ฉันทิ้งไว้ให้ คือสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้พังทลาย'* ผมหันกลับไปหาลูคัสเพื่อจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทว่าห้องพักที่เคยมีเราสองคนอยู่ กลับว่างเปล่า มีเพียงกระเป๋าเป้ของผมวางอยู่บนพื้น และเสียงเคาะประตูจากภายนอกที่ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังบอกว่า 'ถึงเวลาที่โชคชะตาเริ่มทำงานแล้ว' ผมก้าวไปที่ประตู มือที่จับลูกบิดสั่นสะท้าน นี่อาจเป็นก้าวแรกของการผจญภัย หรืออาจเป็นกับดักที่ผมถลำลึกเข้ามาตั้งแต่วันที่ตัดสินใจลาออก ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคนที่ร่วมออกเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%