บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 3

จุดหมายแรก: หลวงพระบาง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"คุณจะยืนกอดกระเป๋าใบนั้นไปอีกนานไหมครับ? หรือตั้งใจจะใช้มันเป็นเกราะกำบังแทนหัวใจที่กำลังแตกสลายกันแน่" เสียงทุ้มต่ำติดสำเนียงฝรั่งเศสของลูคัสแทรกผ่านความโกลาหลของสถานีขนส่งสายเหนือ ในหลวงพระบาง มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการกระชากผมออกจากภวังค์ที่เกาะกินจิตใจมาตลอดหลายชั่วโมงบนรถบัสข้ามคืน ผมก้มมองมือตัวเองที่บีบสายสะพายเป้ใบใหญ่นั้นแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเองเบาๆ แล้วก้าวเท้าลงจากรถ กลิ่นไอดินผสมกับควันธูปจางๆ ปะทะเข้าที่จมูก นี่คือลาว สถานที่ที่ผมเคยเห็นแค่ในรูปถ่ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่จริงๆ... ในฐานะคนว่างงานที่กำลังวิ่งหนีอดีต "ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ตะวัน" ลูคัสพูดต่อขณะก้าวเดินนำไปตามทางเดินแคบๆ "ไม่มีเสียงแจ้งเตือนอีเมล ไม่มีเสียงโทรศัพท์เรียกประชุม มีแค่คุณกับความเงียบที่อาจจะน่ากลัวกว่าเสียงรบกวนเหล่านั้น ถ้าคุณยังไม่ยอมปล่อยวางกระเป๋าใบนั้นเสียบ้าง" ผมไม่ได้ตอบโต้อะไร สายตาผมกวาดมองไปรอบข้าง เมืองหลวงพระบางในยามนี้ช่างดูเชื่องช้าเสียจนน่าใจหาย บ้านเรือนสถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมผสานกับวัดวาอารามไม้แกะสลัก ทุกอย่างดูเหมือนถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยท่วงท่าที่ไร้ความเร่งรีบ ต่างจากคนในเมืองใหญ่ที่ผมจากมาโดยสิ้นเชิง เราเช็คอินเข้าที่พักขนาดเล็กริมแม่น้ำคาน ห้องพักเรียบง่าย ผนังปูนเปลือยกับหน้าต่างบานเกล็ดไม้ที่เปิดรับลมเย็นๆ ผมทิ้งตัวลงบนเตียงไม้แข็งๆ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลเริ่มประดังเข้ามา แต่ความว่างเปล่าในใจกลับขยายตัวยิ่งกว่า มันเหมือนกับว่า พอไม่มีงานมาให้รับผิดชอบ ความทรงจำที่ผมพยายามกดทับเอาไว้—เรื่องของริน ความรักที่พังทลายลงในเย็นวันศุกร์วันนั้น—ก็เริ่มแทรกซึมขึ้นมาในจังหวะที่หัวใจอ่อนแอ "ไปหาอะไรดื่มกันเถอะ" ลูคัสโผล่หน้าเข้ามาที่ประตูห้อง "ผมเจอร้านกาแฟริมโขงที่ดูจะเหมาะกับการนั่งทบทวนชีวิตของคนหลงทางอย่างพวกเรา" เราเดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กๆ ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงอาบไล้ไปทั่วเมืองหลวงพระบางจนกลายเป็นสีส้มอำพัน ผมหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาเล็ง แต่แล้วมือก็หยุดชะงัก ผมลดกล้องลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบางอย่างบอกให้ผมเก็บมันไว้ในเป้ "ทำไมไม่ถ่ายล่ะครับ?" ลูคัสถามขณะจิบกาแฟดำ "ภาพพวกนี้อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจว่าคุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วนะ" "ผมแค่รู้สึกว่า..." ผมเว้นจังหวะ ลังเลที่จะเผยความในใจ "ถ้าผมบันทึกมันไว้ในรูปแบบดิจิทัล ผมกลัวว่ามันจะกลายเป็นแค่ไฟล์ขยะในฮาร์ดไดรฟ์ เหมือนกับชีวิตส่วนใหญ่ที่ผ่านมาของผม ผมแค่อยากลอง... เห็นมันด้วยตาตัวเองจริงๆ สักครั้ง โดยไม่มีอะไรมากั้น" ลูคัสอมยิ้ม เขาเป็นคนประเภทที่มองผ่านความซับซ้อนของผู้คนได้ทะลุปรุโปร่ง "คุณน่ะ จริงจังกับชีวิตเกินไปแล้วตะวัน ลองให้มันเป็นแค่เรื่องของปัจจุบันดูบ้างไหม? ไม่ต้องมองหาความหมาย ไม่ต้องหาเหตุผล แค่อยู่กับตอนนี้... อย่างที่นี่" เขายื่นแก้วกาแฟมาชนกับแก้วของผม เสียงกระทบกันเบาๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นมิตรภาพที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความแปลกหน้า เรานั่งเงียบกันไปนานพอสมควร มีเพียงเสียงน้ำไหลและเสียงกระดิ่งลมจากวัดใกล้เคียงที่ดังแว่วมาเป็นระยะ ความเงียบที่นี่ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอ้างว้าง แต่มันกลับทำให้ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น ลึกๆ แล้วผมรู้ดีว่าการลาออกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพักร้อน แต่มันคือการประท้วงต่อความว่างเปล่าที่ผมขังตัวเองไว้ในออฟฟิศมาตลอดหลายปี ขณะที่กำลังจะลุกจากร้าน กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยสายหนึ่งก็ลอยมากับลมแผ่วเบา กลิ่นที่ผมจำได้แม่นยำ... กลิ่นดอกมะลิอ่อนๆ ที่รินชอบใช้ ผมชะงักกึก หันขวับไปมองทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังริมแม่น้ำ ในเงามืดของพุ่มไม้ข้างร้าน ผมเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ เธอสวมหมวกปีกกว้างที่บังใบหน้ามิดชิด แต่ท่วงท่าการยืนกอดอกและไหล่ที่เอียงเล็กน้อยนั่น... มันคือคนเดียวกับที่ทำให้ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาไกลถึงที่นี่ "คุณเห็นอะไรหรือเปล่าครับ?" ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการตัวแข็งทื่อของผม ผมไม่ตอบ ผมเดินตรงไปยังจุดนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ ร่างนั้นเริ่มก้าวเดินหนี ผมรีบสาวเท้าตามไปจนถึงทางแยกมืดๆ ภายใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าเก่าๆ ผมเห็นเธอหยุดยืนแล้วหันมา ใบหน้านั้น... ไม่ใช่ริน แต่เป็นหญิงสาวอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ในมือของเธอมีสมุดโน้ตปกหนังสีน้ำตาลเล่มหนึ่ง เล่มที่คล้ายกับเล่มที่ผมพกติดตัวมาตลอดทาง เธอส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะสื่อสารอะไรบางอย่าง ก่อนจะยื่นสมุดเล่มนั้นให้ผม แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมสั่นคลอน "คุณมาช้าไปหนึ่งวันนะ ตะวัน... คนที่ส่งจดหมายฉบับนั้นให้คุณ ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางที่ไม่รู้จุดจบนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%