"ถ้ามึงจะก้าวเท้าลงโคลนแบบไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้ อีกสิบนาทีเราได้นอนจมกองมูลควายแทนที่จะได้เห็นนาขั้นบันไดแน่ ตะวัน"
ลูคัสคว้าต้นแขนผมไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้รองเท้าบูทคู่เก่าของผมที่เกือบจะไถลลงไปตามทางลาดชันหยุดชะงักลง ผมหอบหายใจถี่ กลิ่นดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นควันไฟจากหมู่บ้านเบื้องล่างโชยปะทะจมูก ความวุ่นวายของซาปาในเช้านี้ไม่ได้มีแค่เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่เร่งเครื่องฝ่าหมอกหนา แต่มันคือเสียงหัวใจของผมเองที่เต้นรัวราวกับจะประท้วงการตัดสินใจลาออกจากชีวิตอันมั่นคงมาเผชิญความไม่แน่นอนท่ามกลางหุบเขาเวียดนามเหนือแห่งนี้
"โทษที ลูคัส... ใจมันลอยไปนิด" ผมตอบพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม
"ใจมึงไม่ได้ลอยไปไหนหรอก มันแค่อยู่กับอดีตมากเกินไปจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า" ลูคัสปล่อยมือแล้วกอดอก มองไปยังกลุ่มหมอกที่เคลื่อนตัวผ่านยอดหญ้าเหมือนผีร้าย "ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ นะเพื่อน ป่าที่นี่มันมีกฎของมัน ถ้ามึงไม่มีสติ มึงก็แค่เหยื่อของธรรมชาติ"
เราสองคนยืนอยู่บนสันเขาที่คั่นระหว่างความเป็นเมืองกับวิถีชีวิตชาวม้งที่ยังคงดิบเถื่อน เบื้องล่างคือหุบเขาที่ถูกเนรมิตด้วยขั้นบันไดสีเขียวมรกตที่ลดหลั่นกันลงไปจนสุดสายตา ความงามของมันดูขัดแย้งกับความรู้สึกเคว้งคว้างในอกผมอย่างสิ้นเชิง ผมแบกเป้ใบเดิมที่หนักอึ้งไม่ต่างจากความทรงจำที่แบกติดตัวมาด้วย ตะวันในวัยสามสิบปีที่เคยตัดสินใจทุกอย่างด้วยตรรกะและตัวเลข กำลังยืนโง่ๆ อยู่บนเขาในเวียดนามเพียงเพราะอยากรู้ว่าถ้า 'ไร้เงา' ของความสำเร็จที่คนอื่นขีดเส้นไว้ให้ ผมจะเหลืออะไรให้ภูมิใจบ้าง
"มึงจำได้ไหมที่กูเคยบอกว่า การออกเดินทางไม่ได้ทำให้เราหนีพ้นปัญหา แต่มันทำให้เราเห็นว่าเราตัวเล็กแค่ไหนในโลกใบนี้" ลูคัสเริ่มก้าวเท้าเดินต่อโดยไม่รอคำตอบ เขาเป็นนักเดินทางที่เดินฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงเสมอ
"ฉันแค่รู้สึกว่า... ยิ่งเดินมาไกล ฉันยิ่งเห็นแผลเป็นของตัวเองชัดขึ้นว่ะลูคัส" ผมพึมพำขณะก้าวตามเขาไปบนคันนาแคบๆ ที่ลื่นเป็นพิเศษ "ตอนอยู่ที่ออฟฟิศ ฉันปิดมันไว้ด้วยงานที่ยุ่งเหยิง แต่พอมาที่นี่ ความเงียบมันเหมือนขยายเสียงความล้มเหลวในใจฉันให้ดังขึ้น"
ลูคัสหยุดกึก เขาหันกลับมามองผม แววตาของเขาไม่ได้มีความสงสารเจือปน แต่มันคือความเข้าใจในแบบที่คนผ่านโลกมามากเท่านั้นที่จะมี "แผลเป็นมันไม่ได้มีไว้ให้เราซ่อนตะวัน แต่มันมีไว้เพื่อให้เราจำว่า เราเคยผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดมาได้ยังไง มึงอยากหายดี หรือมึงแค่อยากลืม?"
ผมอึกอัก คำถามนั้นแทงทะลุความรู้สึกที่ผมพยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอดทั้งสัปดาห์
เราเดินลัดเลาะผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเด็กน้อยวิ่งเล่นในชุดพื้นเมืองดั้งเดิม เสียงหัวเราะของพวกเขาฟังดูเป็นอิสระเสียจนผมรู้สึกอิจฉา ความวุ่นวายของซาปาไม่ได้มีแค่ความสงบของธรรมชาติ แต่คือการปะทะกันระหว่างการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวยกับวิถีชีวิตที่กัดกินใจคนอย่างผมให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง จนกระทั่งเรามาถึงจุดพักริมน้ำตกสายเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก
ทันใดนั้น ลูคัสที่กำลังหยิบน้ำขึ้นมาดื่มก็ชะงักไป สายตาเขามองไปที่ทางเดินหินเบื้องหน้า รอยยิ้มที่เคยปรากฏบนใบหน้าเขามลายหายไปแทนที่ด้วยความเคร่งขรึม
"มีอะไรหรือเปล่า?" ผมถามพลางขยับตัวเข้าไปใกล้
"มีคนตามเรามาตั้งแต่เมื่อวานแล้วตะวัน" ลูคัสกระซิบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ไม่ใช่ไกด์ท้องถิ่น ไม่ใช่พวกขายของที่ระลึก... สังเกตผู้หญิงเสื้อกันหนาวสีแดงนั่นไหม? เธอไม่ได้พยายามขายอะไรเราเลย เธอแค่เดินตามรอยเท้าเรามาตลอด"
ผมหันไปมองตามทิศทางที่เขาส่งสายตาไป ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร หญิงสาวรูปร่างผอมบางในชุดกันหนาวสีแดงสดคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่หลังต้นสนขนาดใหญ่ สายตาของเธอจับจ้องมาที่ผมด้วยแววตาที่ผมคุ้นเคยอย่างประหลาด
ไม่ใช่สายตาของนักท่องเที่ยวที่หลงทาง แต่เป็นสายตาของใครบางคนที่กำลังรอคอยคำตอบอะไรบางอย่างจากอดีตที่ผมคิดว่าทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ แล้ว
หัวใจผมหล่นวูบเมื่อเห็นเธอขยับก้าวออกมาจากเงาต้นไม้ ใบหน้านั้น... รอยแผลเป็นเล็กๆ เหนือคิ้วซ้ายที่ผมเคยเป็นคนทำมันแตกเมื่อหลายปีก่อนในเหตุการณ์ที่ผมพยายามหนีมาตลอด
"นั่นใคร?" ลูคัสถาม มือของเขาจับไหล่ผมไว้แน่น "มึงรู้จักเขาเหรอ?"
ผมไม่ตอบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเหมือนน้ำค้างแข็งกลางหน้าร้อน เพราะนั่นไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ผม 'หนี' มาไกลที่สุด และไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่บนเส้นทางเดินป่าที่ห่างไกลจากบ้านเกือบสองพันกิโลเมตรแบบนี้
"ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่..." ผมพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้ามาหาผมช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่ดูราวกับจะทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงเก้าวันที่ผ่านมา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ
แบกเป้ท่องโลก
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 9
ข้ามพรมแดนสู่เวียดนาม
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!