"นายจะเก็บความทรงจำที่แตกสลายไว้ในหัวทำไม ในเมื่อกระดาษแผ่นเดียวก็รับภาระนั้นแทนได้"
ลูคัสโยนสมุดปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบกาแฟ เขามองผมด้วยสายตาที่ไม่ได้คาดคั้น แต่แฝงไปด้วยความเวทนาที่ผมไม่ต้องการ เสียงของเขาก้องสะท้อนอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ บนเทือกเขาแอลป์ที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงฟืนปะทุในเตาผิง
ผมไม่ได้ตอบเขา มือของผมสั่นเล็กน้อยตอนที่หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา ความรู้สึกอึดอัดที่ติดตัวผมมาจากกรุงเทพฯ มันไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่มันคือปมเชือกที่ผมมัดไว้แน่นจนเลือดไม่เดิน ความเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยความเงียบงัน... ความรู้สึกผิดที่ผมไม่เคยเอ่ยคำขอโทษ
"เขียนสิ ตะวัน" ลูคัสจิบไวน์พลางเอ่ยขึ้นเรียบๆ "ไม่ได้เขียนให้ใครอ่าน แต่เขียนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากคุกที่นายสร้างขึ้นเอง"
ผมเปิดหน้ากระดาษว่างเปล่าที่กลิ่นกระดาษยังดูสะอาดสะอ้าน ราวกับมันกำลังล้อเลียนความสกปรกในใจของผม ปลายปากกาจรดลงไป แต่ความคิดกลับหมุนวน ผมหลับตาลง ภาพตะวันในวัย 25 ปีที่ยอมทิ้งความฝันเพื่อใครบางคน ภาพใบหน้าของเธอที่หันหลังให้ผมในวันนั้น ความทรงจำพวกนี้มันคอยกัดกินผมเหมือนปลวกที่แทะเนื้อไม้จากข้างใน
*แด่ตะวันในวัยที่ยังไม่รู้จักคำว่าปล่อยวาง...* ผมเริ่มเขียนประโยคแรก
ตัวหนังสือค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ ลายมือของผมดูขรุขระราวกับเส้นทางเดินป่าที่ผมผ่านมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ ผมเขียนถึงความเสียใจที่ไม่ได้พูดออกไป เขียนถึงความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวในวันที่ความสำเร็จไม่มีค่าอะไรเลย ผมระบายทุกอย่างที่อัดอั้น ทุกถ้อยคำที่เคยตะโกนก้องอยู่ในใจแต่กลับเงียบสนิทในโลกแห่งความเป็นจริง
ยิ่งเขียน ความปวดร้าวในอกยิ่งจางลงไปบ้าง แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ... ผมค้นพบว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้แค่สูญเสียเธอไป แต่ผมสูญเสีย 'ตัวตน' ที่กล้าหาญไปพร้อมกับเธอด้วย
"ดูเหมือนนายจะเริ่มเจอทางออกแล้วนะ" ลูคัสที่นั่งดูอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นเบาๆ เขาไม่ได้ชะโงกหน้ามาอ่าน แต่เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของผม
ผมเงยหน้าขึ้น สบตาเพื่อนร่วมทางคนนี้ "นายเคยเป็นไหมลูคัส? ความรู้สึกที่เหมือนได้เจอกับคนแปลกหน้าในกระจก แล้วพบว่าเราเกลียดเขาเหลือเกิน เพราะเขาอ่อนแอจนน่าสมเพช"
ลูคัสหัวเราะหึๆ ในลำคอ "บ่อยครั้งไปตะวัน แต่เชื่อไหมว่า คนแปลกหน้าในกระจกนั่นแหละ คือคนที่สอนให้เรารู้ว่าเราจะแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไงถ้าเราเลิกทำร้ายตัวเอง"
ผมก้มลงเขียนประโยคสุดท้ายในไดอารี่ ก่อนจะปิดสมุดลงด้วยความรู้สึกที่เบาหวิวเหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นสนที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างบานเปิดช่างหอมสดชื่น มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมรู้สึกว่าอากาศที่หายใจเข้าไปนั้นมีความหมาย
ทว่า ขณะที่ผมกำลังจะเก็บปากกาเข้ากระเป๋า สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ ของลูคัส
มันไม่ใช่สมุดบันทึกแบบเดียวกับผม แต่เป็นซองจดหมายเก่าๆ สีเหลืองซีดที่เปิดออกแล้ว วางเคียงคู่กับรูปถ่ายใบหนึ่งที่ผมจำได้แม่น... มันคือรูปถ่ายของผมกับ 'เธอ' คนนั้น ในวันที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันเมื่อห้าปีก่อน รูปใบที่ผมเคยคิดว่าทำหายไปตั้งแต่วันที่ผมเก็บของออกจากคอนโด
ลูคัสสังเกตเห็นสายตาของผม รอยยิ้มที่สดใสของเขากลายเป็นความเรียบเฉยที่คาดเดาไม่ได้ เขาค่อยๆ หยิบรูปถ่ายนั้นขึ้นมา หมุนมันไปมาในนิ้วอย่างใจเย็น
"นายไม่ต้องสงสัยหรอกตะวัน ว่าทำไมฉันถึงมีสิ่งนี้" ลูคัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันเย็นชาและคมกริบเสียจนผมรู้สึกหนาวสะท้านถึงสันหลัง "เพราะคนที่ส่งจดหมายฉบับนี้ไปหาฉัน ก่อนที่ฉันจะมาเจอนายที่สถานีรถไฟ... ก็คือคนเดียวกับที่ฝากให้ฉันเฝ้ามองนายมาตลอดตั้งแต่ก้าวแรกที่ลาออก"
เขายื่นรูปถ่ายใบนั้นมาตรงหน้าผม และเมื่อผมเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่ด้านหลังรูป ผมถึงกับปล่อยปากกาหลุดจากมือ
*เราคงได้พบกันในตอนที่นายพร้อมจะให้อภัยตัวเองแล้ว... หวังว่านายจะชอบของขวัญที่ฉันฝากลูคัสไปให้ในวันที่ 8 ของการเดินทางนะ*
หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกอย่างที่ผมทำมาทั้งหมด การลาออก การเดินทาง การพยายามตามหาตัวเอง แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในแผนการที่ใครบางคนวางไว้ตั้งแต่ต้นใช่หรือไม่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ
แบกเป้ท่องโลก
บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง•ตอนที่ 8
จดหมายถึงตัวเองในอดีต
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยเท้าที่หายไป: 100 วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งชีวิตเดิมเพื่อตามหาตัวเอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!