“ดูเหมือนว่า... เราจะมีผู้ชมคนที่สามซะแล้วนะครับ”
อาคเนย์กระซิบเสียงต่ำ แววตาของเขาวาวโรจน์เหมือนนักล่าที่เพิ่งสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากเงามืดหลังม่านห้องทำงานหรูที่ควรจะปิดตายในยามวิกาล คีย์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากลับขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่อาคเนย์เกลียดแสนเกลียดเพราะมันสื่อถึงความกวนประสาทที่หาตัวจับยาก
คีย์ขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบมองไปยังมุมมืดของห้องก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินอ่อน
“ผู้ชมเหรอครับ? หรือว่าพี่อาคเนย์แค่พยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจจากคำถามของผมกันแน่?” คีย์สาวเท้าเข้าไปหาอาคเนย์ ระยะห่างที่เคยมีเริ่มลดน้อยลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของชายตรงหน้า
อาคเนย์ไม่ถอยหนี เขากลับก้าวประชิดจนแผ่นหลังของคีย์ชนเข้ากับโต๊ะเขียนแบบตัวใหญ่ “อย่าพยายามอ่านใจคนอื่นด้วยนิสัยเสียๆ ของนายเลยคีย์ มันดูไร้มารยาท”
“นิสัยเสียเหรอครับ?” คีย์หัวเราะในลำคอ มือเรียวสวยของโปรเพลเยอร์เอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ กักขังร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ไว้ในวงแขน “พี่พูดเหมือนผมกำลังจะทำอะไรที่ไม่ดี ทั้งที่จริงๆ แล้ว... ผมก็แค่สงสัย ว่าทำไมสถาปนิกเกรดเออย่างพี่ ถึงต้องทำหน้าเหมือนคนกำลังจะตายเวลาที่ผมถามถึงความทรงจำในอดีตขึ้นมา”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน อาคเนย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคีย์ เขาพยายามค้นหาความจริง หรืออาจจะเป็นความเยาะเย้ย แต่สิ่งที่พบกลับเป็นความดื้อรั้นที่น่าหงุดหงิด
“บางคำถามไม่มีคำตอบ เพราะมันไม่ควรมีตั้งแต่แรก” อาคเนย์ตอบเสียงเรียบ แต่กระดูกขากรรไกรของเขาขบกันแน่นจนขึ้นสัน “และที่นี่ไม่ใช่สนามแข่งเกมของนาย ที่นายจะกดสกิลรัวๆ เพื่อให้คู่ต่อสู้เผยจุดอ่อน”
“ถ้าพี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ แล้วพี่จะกังวลทำไมครับ?” คีย์จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “หรือว่าลึกๆ แล้ว พี่ก็แค่กลัว... กลัวว่าถ้าผมรู้ความจริง พี่จะไม่มีหน้ายืนอยู่ในโซนที่ปลอดภัยของตัวเองอีกต่อไป?”
อาคเนย์ชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของคีย์รดรินอยู่บนผิวแก้ม แววตาที่เคยเย็นชาสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยหน้ากากความนิ่งเฉยที่เขาสวมไว้จนชินมือ เขาไม่ได้เป็นแค่สถาปนิกที่ออกแบบอาคาร แต่เขาคือคนที่ออกแบบกำแพงในใจตัวเองได้แข็งแกร่งที่สุด
“นายกำลังล้ำเส้นนะคีย์”
“ผมล้ำเส้นมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าห้องนี้แล้วครับ” คีย์โต้กลับทันควัน “พี่อาคเนย์ครับ... ความสมบูรณ์แบบที่พี่พยายามรักษามันไว้ มันไม่ได้ช่วยให้พี่หลับสบายขึ้นหรอกนะ ตรงกันข้าม มันเหมือนกรงขังที่พี่สร้างขึ้นมาเพื่อขังตัวเองมากกว่า”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด อาคเนย์รู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นลึกของหัวใจ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของคีย์ไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่มันคือการพยายามยึดเหนี่ยวบางอย่างที่กำลังจะหลุดมือ
“ถ้าอยากรู้มากนักว่าทำไม... งั้นก็ลองบอกผมมาสิว่า นายพยายามจะขุดคุ้ยไปเพื่ออะไร?” อาคเนย์ย้อนถามเสียงพร่า ความเย่อหยิ่งทิฐิหายไปสิ้น เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว “ต้องการชัยชนะ? หรือต้องการแค่จะพิสูจน์ว่าคนอย่างอาคเนย์ก็พังได้เหมือนกัน?”
คีย์นิ่งไปชั่วอึดใจ แววตากวนประสาทค่อยๆ จางหาย กลายเป็นความจริงจังที่สถาปนิกหนุ่มไม่คุ้นเคย “ผมไม่ได้ต้องการทำลายใครครับพี่... แต่ผมแค่เกลียดการมองดูคนที่มีศักยภาพอย่างพี่ ต้องตายทั้งเป็นด้วยเรื่องของอดีตที่เราทั้งคู่ต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้อง”
“เรา... ทั้งคู่?” อาคเนย์ทวนคำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“ใช่ครับ” คีย์ขยับยิ้มเศร้าๆ “ความลับที่พี่พยายามเก็บไว้... มันไม่ใช่แค่ความลับของพี่คนเดียว แต่มันคือเรื่องของคนโง่สองคนที่เคยทำพลาดในเกมชีวิต... เกมที่เราเลิกเล่นไปนานแล้ว แต่กลับทิ้งบั๊กเอาไว้ให้เราต้องตามแก้”
ขณะที่คีย์กำลังจะเอ่ยประโยคถัดไป เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกมาโดยไม่มีการเคาะ เมฆพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองที่อยู่ในระยะประชิดเกินควร
“ไอ้คีย์! ไอ้พี่อาคเนย์! พวกมึง...” เมฆอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าล้อเลียน “เชี่ย... กูนึกว่ามึงสองคนกำลังคุยงานกัน ที่ไหนได้ กำลัง ‘เคลียร์ใจ’ กันอยู่ในมุมมืดเหรอวะเนี่ย?”
อาคเนย์รีบปล่อยมือจากข้อมือของคีย์ทันที เขาถอยห่างออกไปจัดเสื้อเชิ้ตให้เรียบกริบเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาที่ยังคงสั่นไหวเล็กน้อยนั้นกลับไม่สามารถปกปิดความวุ่นวายในใจได้
“เข้ามาทำไม เมฆ” อาคเนย์ถามเสียงเรียบ ทว่าหูของเขากลับแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่
“ก็ข้างนอกมันเกิดเรื่องแล้วไงวะ!” เมฆหน้าเครียดลงทันที “ไอ้คนที่มึงบอกว่าเป็นผู้ชมคนที่สามน่ะ... ตอนนี้มันส่งไฟล์บางอย่างเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเราแล้วนะพี่ และหัวข้อไฟล์มันเขียนว่า ‘ความจริงจากบทที่เจ็ด’ ...พวกมึงรีบไปดูเดี๋ยวนี้เลย!”
คีย์หันกลับไปสบตาอาคเนย์อีกครั้ง รอบนี้ไม่มีความกวนประสาท มีเพียงความตระหนกที่แฝงมากับความกลัวลึกๆ เพราะเขารู้ดีว่าไฟล์นั้นคืออะไร และมันจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
ในจังหวะที่คีย์ก้าวไปหาคอมพิวเตอร์หน้าจอหลัก ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงกลับถูกเปิดออกอีกครั้งโดยใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิด... ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดี แต่ดวงตานั้นกลับว่างเปล่า
“ไม่คิดเลยนะครับว่า ความลับที่พวกคุณพยายามซ่อนมานาน จะถูกเปิดเผยง่ายขนาดนี้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคีย์และอาคเนย์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ ดาร์กไนท์ครับ
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 7
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!