“ไม่คิดเลยนะครับว่า ความลับที่พวกคุณพยายามซ่อนมานาน จะถูกเปิดเผยง่ายขนาดนี้”
ประโยคทิ้งท้ายของเมฆเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้ อาคเนย์ไม่ได้สนใจสายตาเจ้าเล่ห์ของเพื่อนสนิทตัวแสบคนนั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบกำลังเผชิญหน้าอยู่ คืออาการปวดหัวตุบๆ เหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ที่ขมับ และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นบนโต๊ะทำงานที่ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้เลย
เขายกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคราบความเหนื่อยล้า โปรเจกต์รีสอร์ทริมทะเลที่เพิ่งฉลองปิดดีลไปเมื่อคืน รสชาติของแอลกอฮอล์ราคาแพงยังคงติดอยู่ปลายลิ้น และที่แย่ยิ่งกว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก็คือความทรงจำที่ขาดหายเป็นช่วงๆ สลับกับภาพเบลอๆ ของใครบางคน
กรอบประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับร่างโปร่งของโปรเพลเยอร์หนุ่ม คีย์ ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ ตามเคย วันนี้เจ้าตัวสวมฮู้ดสีดำตัวโคร่ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านสถาปนิก หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ เมื่อคืนเผลอฝันร้ายหรือไงถึงได้ละเมอเสียงดังลั่นห้องขนาดนั้น" คีย์หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางแก้วชาเขียวอุ่นๆ ลงบนโต๊ะอย่างถือวิสาสะ
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส "นายพูดเรื่องอะไร... ฉันไม่ได้ละเมอ"
"อ๋อเหรอครับ?" คีย์เลิกคิ้วสูง แววตาส่อแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "คนไม่ได้ละเมอที่ไหนเขาจะพึมพำเรื่อง... *'อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวเหมือนตอนนั้นอีกนะ'* ซ้ำไปซ้ำมาจนผมเกือบจะคิดว่าคุณกำลังสารภาพรักผมอยู่แล้วซะอีกนะเนี่ย"
เพล้ง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานเงียบสงบ อาคเนย์ชะงักค้าง แววตาที่ปกติจะเรียบนิ่งราวน้ำแข็งไหววูบอย่างรุนแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างรวดเร็วไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความตกใจที่ความลับดำมืดในอดีตกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเล่นสนุกโดยคนตรงหน้า
"นาย... ได้ยินอะไรมาบ้าง" น้ำเสียงของอาคเนย์ต่ำลงโดยไม่รู้ตัว มือที่ประสานกันบนตักเริ่มเกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว
"ก็ได้ยินเท่าที่คนเมาพูดออกมานั่นแหละครับ" คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกท้าวกับขอบโต๊ะ ดวงตาสสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเยชาชา "แปลกจคนอย่างสถาปนิกอาคเนย์ ผู้เพียบพร้อมและไม่เคยมีรอยด่างพร้อย จะมีมุมที่เปราะบางขนาดนี้ด้วยเหรอครับ? หรือว่า... ปมในอดีตที่ค่ายสถาปัตย์เก่าเมื่อสามปีก่อน มันฝังใจคุณมากกว่าที่คิด?"
อาคเนย์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันที บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน—วันที่เขาถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด วันที่ความทุ่มเททั้งหมดพังทลายลงต่อหน้า—ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
เขานึกว่าเขาฝังมันไว้ลึกพอแล้ว นึกว่ากาลเวลาและความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังจะทำให้แผลเป็นนั้นจางหายไป แต่เพียงแค่ฤทธิ์แอลกอฮอล์หลุดการควบคุมเพียงชั่วข้ามคืน กำแพงทั้งหมดก็พังทลายลงต่อหน้าเด็กหนุ่มกวนประสาทคนนี้
"มันไม่ใช่เรื่องของนาย..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบมองตอบด้วยความไม่พอใจ "เลוףขุดคุ้ยเรื่องไร้สาระพวกนั้นซะ คีย์ นายไม่มีสิทธิ์มา..."
"ไม่มีสิทธิ์เหรอครับ?" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความจริงจังเจืออยู่จนอาคเนย์ชะงัก "ในฐานะคนที่ต้องมารับผิดชอบเช็ดอ้วกให้คุณเมื่อคืนแถมยังต้องมานั่งฟังคุณละเมอเพ้อพร่ำทั้งคืน ผมว่าผมมีสิทธิ์มากพอสมควรเลยนะ"
โปรเพลเยอร์หนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวช้าๆ อ้อมมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างของเก้าอี้ที่อาคเนย์นั่งอยู่ แรงกดดันจากร่างสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องเอนตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่า—มือเรียวของคีย์กลับเอื้อมมาวางทับลงบนพนักพิงเก้าอี้ ล้อมกรอบร่างของเขาไว้ในพื้นที่แคบๆ จนหนีไปไหนไม่ได้
กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคีย์ผสมผสานกับความอุ่นร้อนจากร่างกายที่แนบชิด ทำให้หัวใจของอาคเนย์เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
"นายจะทำอะไร..." อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนรู้สึกถึงลมหายใจที่รดริน
"ผมไม่ได้อยากรื้อฟื้นอดีตมาล้อเล่นหรอกนะครับ อาคเนย์" คีย์กระซิบเสียงต่ำ แววตาสפไหวระริกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่คาดไม่ถึง "แต่ผมเกลียดเวลาที่เห็นคุณใส่หน้ากากเย็นชาใส่คนอื่น... และเกลียดที่สุดเวลาที่เห็นคุณแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนั้น"
คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของอาคเนย์จนแตกละเอียด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เขากำลังจะอ้าปากเถียงหรือผลักอีกฝ่ายออกไป แต่ทว่าปลายนิ้วอุ่นของคีย์กลับแตะลงที่ข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่ากลัว สัมผัสที่ทำให้อาคเนย์ลืมคำพูดทั้งหมดที่จะเอ่ยออกไป
"ถ้าอดีטมันเจ็บปวดนัก..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาชิดริมหีบปาก "ทำไมไม่ลองปล่อยให้ปัจจุบันมันเยียวยาดูบ้างล่ะครับ... กับผมเนี่ย"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน อาคเนย์ค้างนิ่ง สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ร่ำร้องให้ถอยห่าง แต่ร่างกายกลับปฏิเสธที่จะขยับเขยื้อน ดวงตาสีเข้มของคีย์สะท้อนภาพเงาของเขาที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น
ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากลมหายใจอุ่นร้อนเริ่มประสานเข้าหากัน อาคเนย์หลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อน
"พี่อาคเนย์ครับ เอกสารโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องเซ็น... เฮ้ย! พวกคุณ..."
คีย์ชะงักถอยหลังออกห่างจากอาคเนย์ในเสี้ยววินาที อาคเนย์ลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันทีที่ขัดจังหวะสำคัญ
และเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานเข้ากับบุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตู—ลมหายใจของอาคเนย์ก็แทบหยุดลง เมื่อพบว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะ ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไป... แต่เป็น "คนจากอดีต" ที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ดาร์กไนท์
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 8
เมื่อความลับหลุดปาก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!