เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 9

เส้นแบ่งเขตแดน

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"ผมคิดว่าเราตกลงกันเคลียร์แล้วนะครับ... ว่าเรื่องระหว่างเรามันควรมีขอบเขต" เสียงทุ้มต่ำที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุดดังขึ้น ทว่ากลับสั่นน้อยๆ จนแทบจับสังเกตไม่ได้ อาคเนย์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังเหยียดตรงตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวขั้นสูงสุด สายตาคมกริบไม่ได้มองหน้าคนที่ยืนขวางทางอยู่ แต่กลับพุ่งตรงไปยังร่างของบุคคลปริศนาที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูห้องทำงาน คนจากอดีต... คนที่เขาเคยคิดว่าฝังกลบมันลงหลุมและกลบดินทับไปจนสนิทแน่นแล้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่นับร้อยตารางเมตรในพาร์ตเมนต์หรูทันที บรรยากาศอึดอัดหนักอึ้งราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น คีย์ที่ยืนประชิดตัวอาคเนย์อยู่เมื่อครู่ ชะתาการกระทำทุกอย่างลงโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มกวนประสาทที่มักประดับอยู่บนมุมปากเสมอเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาคมกราบของโปรเพลเยอร์หนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง อาคเนย์กำลัง... มือสั่น ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นอาการของความโกรธเกรี้ยวและบาดแผลเก่าที่ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างรุนแรง "เนย์..." คีย์เอ่ยเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหงุดหงิดที่เคยมีก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นดวงตาคู่ที่มักจะมองเขาด้วยความรำคาญใจ บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด มือหนาของคีย์ขยับเข้าไปใกล้ตั้งใจจะแตะลงบนไหล่ลาดเพื่อดึงสติ ทว่ากลับถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบหลังมือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ อาคเนย์หันขวับมามองด้วยดวงตาวาวโรจน์ ลมหายใจหอบกระชั้น อกบางกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน "อย่ามาแตะต้องผม คีย์" อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าอย่าล้ำเส้นเข้ามามากกว่านี้ แต่ในวินาทีเดียวกันนั้น เสียงทุ้มแหบพร่าของผู้มาใหม่ก็ดังแทรกขึ้นทำลายสมาธิทั้งหมด "ไม่เจอ... นานเลยนะครับ อาคเนย์ ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวอะไรของคุณเข้าหรือเปล่า" ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูป ทรงผมเซ็ตเนี้ยบ ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยnชาชวนประสาทเสียก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าว รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นปาร์เกต์ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังระเบิดเวลา ภูดิศ... อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจและคนที่เคยเกือบจะเรียกได้ว่าเป็น 'คนรัก' ผู้พังทลายโปรเจกต์ชีวิตของอาคเนย์จนย่อยยับเมื่อสามปีก่อน อาคเนย์รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ ปลายช้อนประสาทชาดิก เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ สามปีที่พยายามสร้างกำแพงหนาเตอะ สามปีที่เยียวยาตัวเองให้กลับมาเป็นสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ ทว่าเพียงแค่ผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามา ทุกอย่างที่สร้างไว้กลับพังทลายลงในพริบตา "คุณมาทำไมที่นี่" อาคเนย์ถามเสียงแข็ง กร้าวร้าวและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน แม้แต่กับคีย์เองก็ตาม ภูดิศหัวเราะในลำคอเบาๆ กวาดสายตามองรอบห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างประณีต ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างของคีย์ที่ยืนขวางอยู่ระหว่างเขากับเจ้าของห้อง คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจระคนขบขัน "โอ๊ะ... ผมไม่คิดว่าคุณจะมี 'แขกพิเศษ' อยู่ด้วยนะเนี่ย หรือว่านี่คือเด็กฝึกงานคนใหม่ที่คุณยอมให้เข้ามาเหยียบพื้นที่ส่วนตัว?" ภูดิศจงใจเน้นเสียงคำว่า 'พื้นที่ส่วนตัว' พร้อมกับส่งยิ้มยั่วโมโหมาให้ "แปลกจังนะครับ ปกติแล้วอาคเนย์คนเนี๊ยบ ปิดตาย ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เกินระยะหนึ่งเมตรไม่ใช่เหรอ หรือว่ารสนิยมของคุณมันเปลี่ยนไปแล้ว..." "ผมถามว่า คุณมาทำไม!" อาคเนย์ตวาดลั่น ทนฟังคำพูดเยาะเย้ยถากถางนั้นต่อไปไม่ไหว ร่างโปร่งก้าวพรวดพราดเข้าไปประชิดตัวภูดิศ หมายจะผลักไสไล่ส่งให้อีกฝ่ายออกไปจากพื้นที่ของตนให้พ้นสายตา ทว่า ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสตัวภูดิศ มือหนาอีกข้างหนึ่งของใครบางคนกลับคว้าข้อมือของเขาไว้เสียก่อน ไม่ใช่ภูดิศ... แต่เป็นคีย์ อาคเนย์ชะงัก หันขวับไปมองหน้าเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยความไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีเข้มของคีย์เวลานี้ ไม่มีแววกวนประสาทหรือความเจ้าเล่ห์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความนิ่งสงบ ทว่าเด็ดเดี่ยวและหนักแน่นอย่างน่าประหลาด คีย์ไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ดึงข้อมือของอาคเนย์ให้ถอยหลังกลับมาอยู่ด้านหลังของตนอย่างเนียนๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมาบังร่างของสถาปนิกหนุ่มเอาไว้แทบจะมิด ชายหนุ่มเปลี่ยนจากตำแหน่ง 'คนถูกผลักไส' มาเป็น 'โล่กำบัง' ให้กับเจ้าของบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องนัดหมาย ภูดิศหรี่ตามองภาพนั้น รอยยิ้มบนมุมปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้น "อ๋อ... ไม่ใช่เด็กฝึกงานธรรมดาหรอกสินะ ถึงได้ออกตัวปกป้องขนาดนี้ น่าสนใจนี่... เด็กสมัยนี้นี่มือไวishดีแท้" "ถ้าไม่อยากให้มือคุณหักคาห้องนี้ ผมแนะนำให้หุบปากแล้วไสก้นออกไปซะ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงพูดเล่นหัวแบบที่เคยใช้กวนประสาทอาคเนย์ แต่มันคือเสียงของนักล่าที่กำลังประกาศอาณาเขต บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ภูดิศหันมาจ้องหน้าโปรเพลเยอร์หนุ่ม ประเมินคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แม้คีย์จะดูอายุน้อยกว่า แต่ส่วนสูงและไหล่กว้างที่ผึ่งผาย รวมถึงรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัว ทำให้ภูดิศรู้ทันทีว่าเด็กนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะเคี้ยวง่ายๆ "ใจร้อนจังนะ... ฉันแค่มารับเอกสารสำคัญที่ค้างคาไว้เมื่อสามปีก่อน ไม่ได้มีเจตนาจะมาป่วนอะไรหรอก" ภูดิศยกมือขึ้นสองข้างเชิงยอมแพ้ปลอมๆ สายตาเจ้าเล่ห์ยังคงเหลือบมองข้ามไหล่คีย์ไปสบตากับอาคเนย์ที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง "หวังว่าคุณจะยังเก็บมันไว้นะ อาคเนย์... ของสำคัญชิ้นนั้นน่ะ" สิ้นคำพูด ภูดิศก็หมุนตัวเดินกลับออกไปทางประตูอย่างไม่รีเวลาร้อน ชายหนุ่มทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางห้องแล้วเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ความเงียบงันและความอึดอัดเกาะกุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง ปึง! เสียงประตูปิดลงสนิท อาคเนย์ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานทันที ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไปในพริบตา มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับ ลมหายใจหอบถี่จนน่ากลัว เขากำลังพยายามควบคุมอาการแพนิคที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ความทรงจำสีเทาเมื่อสามปีก่อนถาโถมเข้ามาซัดซ้ำจนสมองตื้อตัน ในจังหวะที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งและมืดดับลงสัมผัสอุ่นร้อนก็ทาบทับลงบนมือที่สั่นเทาของเขา อาคเนย์สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง ผ่านม่านน้ำตาที่คลอหน่วย เขาก็พบว่าคีย์คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีเข้มที่มักแพรวพราวเวลานี้เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวอุ่นจัดค่อยๆ แกะมือของอาคเนย์ออกจากขมับอย่างอ่อนโยน ผิดวิสัยคนปากร้ายโดยสิ้นเชิง "หายใจเข้าลึกๆ ครับ... มองหน้าผม" คีย์กระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำและมั่นคงราวกับเป็นหลักยึดเดียวในพายุโหมกระหน่ำ "ไอ้เวรนั่นมันไปแล้ว ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น... จำไว้ว่าตอนนี้คุณอยู่กับผม" อาคเนย์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวจากอดีตอีกต่อไป แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นซ่านและสายตาที่จริงจังจนเกินเลยของเด็กหนุ่มตรงหน้า ระยะห่างที่เขาพยายามขีดเส้นแบ่งมาตลอดหลายสัปดาห์ พังทลายลงราบคาบในวินาทีที่คีย์ก้าวเข้ามาปกป้องเขาจากเงาอดีต ทว่า ในขณะที่อาคเนย์กำลังจะยอมแพ้ให้กับความอ่อนแอและเอื้อมมือไปคว้าที่ยึดเหนี่ยวจิตใจนี้ไว้ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาทำลายบรรยากาศ แสงไฟหน้าจอสะท้อนเข้าตาอาคเนย์ชัดเจน เป็นข้อความจากเบอร์แปลก แต่ข้อความสั้นๆ นั้นกลับทำให้เลือดในกายของเขากลับมาเย็นเฉียบอีกครั้ง ยิ่งกว่าตอนที่ภูดิศก้าวเข้ามาในห้องเสียอีก *[ข้อความจากภูดิศ: "เอกสารสิทธิ์ที่ดินโปรเจกต์เก่ายังอยู่กับผม... ถ้าไม่อยากให้มันหลุดไปถึงมือคู่แข่งพรุ่งนี้เช้า พรุ่งนี้เที่ยงมาพบผมที่เดิม... มาคนเดียว ถ้านายไม่อยากให้ 'เด็กคนนั้น' เดือดร้อนไปด้วย"]* อาคเนย์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ที่ยังคงนั่งคุกเข่ารอให้เขาสงบสติอารมณ์ โดยที่เด็กหนุ่มยังไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า พายุลูกใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมกำลังพุ่งเป้ามาที่ตัวเขาเองโดยตรง... โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกและฟินไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%