เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 5

เกมที่ไม่มีวันจบ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของเมฆดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของอาคเนย์หน้าตาเฉย โดยไม่คิดจะเคาะประตูขออนุญาตสักนิด บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดระหว่างคนสองคนเมื่อครู่ ขาดสะบั้นลงในพริบตา อาคเนย์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบกวาดมองเพื่อนสนิทตัวดีด้วยแววตาพิฆาต "ถ้าสายตาแกไม่ได้มีไว้ประดับหน้าผาก ก็คงจะเห็นว่าเราแค่นั่งคุยงานกันปกติ... เมฆ" "คุยงาน?" เมฆเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากพลางกวาดสายตามองคีย์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ สลับกับร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ห่าง "คุยงานอีท่าไหนทำเอาสถาปนิกผู้เยือกเย็นอย่างคุณอาคเนย์หน้าดำคร่ำเครียดได้ขนาดนั้นล่ะครับ หรือว่าโดนโปรเพลเยอร์ปากเก่งคนนี้ต้อนจนมุมเข้าแล้วล่ะ?" คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาสองชั้นคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "คุณเมฆตาแหลมคมสมเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังครับ พอดีผมกำลังติวเข้มเรื่องสถาปัตยกรรมทางความคิดให้อาคเนย์เขาอยู่... เผื่อวันๆ เอาแต่ก้มหน้าวาดแปลนบ้านจนลืมมองโลกกว้าง" อาคเนย์แค่น "ปากเก่งไม่เปลี่ยน" "เขาก็พูดความจริงนี่ครับคุณอาคเนย์" เมฆเดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ สองที "ว่าแต่... นายจะปล่อยให้แขกคนสำคัญนั่งเหงาอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ ฉันชวนคีย์มาทานมื้อค่ำข้างล่าง ป่ะ... เคลียร์งานบนโต๊ะแล้วลงไปกินข้าวกันได้แล้ว หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย" สถาปนิกหนุ่มปรายตามองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนโซฟาอีกครั้ง คีย์ไม่ได้มีทีท่ารีบร้อนอะไร เจ้าตัวเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นตามเสื้อเชิ้ตสีเข้มอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินผ่านอาคเนย์ไปพร้อมกับทิ้งกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนไว้ในอากาศ "เชิญครับสถาปนิกมือหนึ่ง หวังว่ามื้อนี้คุณคงจะไม่เอาแต่เงียบแล้วกินโต๊ะแทนอาหารนะ" คีย์กระซิบเสียงเบาขณะเดินผ่าน แต่จงใจให้อีกฝ่ายได้ยินเพียงคนเดียว อาคเนย์ขบกรามแน่นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาตั้งแต่การปะทะฝีปากกันเมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่ในอก มันไม่ใช่ความหงุดหงิด แต่มันคือความท้าทาย... ความรู้สึกที่ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คู่สนทนาที่น่าเบื่อเหมือนใครหลายคนที่เขาเคยเจอ โต๊ะอาหารในร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์ที่ตกแต่งด้วยปูนเปลือยและเหล็กสีดำทะมึน บรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัว เมฆทำหน้าที่เป็นพิธีกรจำเป็นในการดำเนินบทสนทนาเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบงันจนเกินไป แม้ว่าลึกๆ แล้ว เจ้าตัวจะตั้งใจชงให้บรรยากาศระหว่างเพื่อนสนิทมาดนิ่งกับเกมเมอร์หนุ่มตัวแสบลุกเป็นไฟเล่นๆ ก็ตาม "เอ้อ คีย์ ได้ข่าวว่าทีมของนายเพิ่งคว้าแชมป์รายการใหญ่มาหมาดๆ ไม่ใช่เหรอครับ?" เมฆเปิดประเด็นขณะคีบอาหารเข้าปาก "เห็นว่าเงินรางวัลหลักล้าน นายเอาไปทำอะไรหมดล่ะเนี่ย หรือเปย์เด็กหมดแล้ว" คีย์หัวเราะเบาๆ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ "ระดับผมไม่จำเป็นต้องเปย์ใครหครับ มีแต่คนอยากเปย์ผมทั้งนั้นแหละ... พูดเล่นครับ ความจริงผมเอาไปโปะหนี้ค่าสตูดิโอเกมเก่าที่เคยเจ๊งไปช่วงเริ่มทำทีมต่างหาก" อาคเนย์ที่นั่งเงียบมานานเงยหน้าขึ้นสบตา "นายมีหนี้สิน?" "ตกใจเหรอครับ?" คีย์เลิกคิ้วมองสถาปนิกหนุ่ม "คิดว่าชีวิตโปรเพลเยอร์มันโรยด้วยกลีบกุหลาบหรือไง? กว่าจะมีวันนี้ได้ ผมเคยนอนกินมาม่าติดต่อกันเป็นเดือน เคยโดนพ่อแม่ตัดหางปล่อยวัดเพราะเลือกเดินเส้นทางนี้แทนที่จะไปนั่งบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์แบบที่คุณกำลังทำอยู่... โลกของพวกเรามันต่างกันเยอะครับ อาคเนย์" ประโยคหลังคีย์จงใจลดเสียงลงเล็กน้อย แต่มันกลับก้อง echoing อยู่ในความรู้สึกของอาคเนย์อย่างประหลาด ความสมบูรณ์แบบที่เขายึดติดมาตลอดชีวิต... แท้จริงแล้วมันคือกรอบกรงที่ครอบงำเขาไว้ หรือเป็นเพราะเขาไม่เคยกล้าพอที่จะก้าวออกไปเสี่ยงเหมือนผู้ชายคนนี้กันแน่? เมฆกระแอมเบาๆ เมื่อบรรยากาศเริ่มจริงจังเกินกว่าจะมานั่งกินข้าวสังสรรค์ "แหม... ดราม่าเฉยเลยนะพ่อคุณ งั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บ ฝากคุมเด็กดื้อนี่แป๊บนะอาคเนย์ เดี๋ยวมา" พูดจบร่างโปร่งของอินฟลูเอนเซอร์ตัวแสบก็ลุกพรวดพราดเดินหายลับไปทางโซนห้องน้ำ ปล่อยให้โต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลอเคลีย คีย์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เจ้าตัวเท้าคางมองหน้าอาคเนย์นิ่งๆ ดวงตาสองชั้นคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสลัวจนดูแพรวพราว "มองผมขนาดนี้... เริ่มหลงเสน่ห์โปรเพลเยอร์จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะสิครับ" อาคเนย์วางช้อนลงบนจานอย่างนุ่มนวล แต่แววตากลับคมกริบราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่อ "นายคิดว่าตัวเองฉลาดและอ่านคนอื่นทะลุปรุโปร่งไปซะหมดทุกเรื่องสินะ คีย์" "อ้าว หรือว่าไม่ใช่ล่ะครับ?" คีย์ยิ้มกวน "ผมอ่านออกว่าคุณกำลังเครียดเรื่องโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ใจกลางเมือง อ่านออกว่าคุณเกลียดความผิดพลาด และที่สำคัญ..." เจ้าตัวโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ขึ้นโดยอัตโนมัติ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "ผมอ่านออกว่าตอนนี้... คุณกำลังสนใจผม" หัวใจของอาคเนย์กระตุกวูบอย่างแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ถูกอีกฝ่ายพูดแทงใจดำอย่างไม่ไว้หน้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากแก้วของคีย์ลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิดกระเจิง "มั่นใจเกินไปแล้ว..." อาคเนย์ขยับตัวเข้าหาบ้าง ใช้ความสูงและแรงกดดันจากความเป็นรุ่นพี่กดอีกฝ่ายให้ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ "ถ้านายคิดว่าตัวเองคุมเกมนี้ได้ทั้งหมด นายอาจจะกำลังคิดผิด" คีย์ชะงักไปนิดเมื่อถูกรุกกลับ แต่วินาทีต่อมา รอยยิ้มท้าทายก็กลับมาประดับบนริมฝีปากได้รูปอีกครั้ง "งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะครับ?" "พิสูจน์อะไร?" "เกมโต้ตอบทางความคิด... แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน" คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากห่างจากแก้มของอาคเนย์เพียงแค่ลมหายใจกั้น "ถ้าผมชนะ คุณต้องยอมทำตามคำสั่งผมหนึ่งข้อ... แต่ถ้าผมแพ้ ผมยอมให้คุณสั่งอะไรก็ได้ตามใจชอบ... ว่าไงครับ สถาปนิกผู้เยือกเย็น กล้าพอหรือเปล่า?" อาคเนย์จ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประกายความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ลึกๆ อย่างไม่ยอมแพ้ รสชาติของความท้าทายนี้มันหอมหวานเสียจนเขาแทบไม่อยากปฏิเสธ ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเอื้อนเอ่ยข้อตกลงใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง "ขอโทษนะครับ... คุณอาคเนย์ใช่ไหมครับ? พอดีทางบริษัทแม่โทรมาแจ้งด่วนเรื่องปัญหาหน้างาน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" อาคเนย์ผละตัวออกจากคีย์อย่างเสียดายเล็กน้อย เขามองหน้าโปรเพลเยอร์หนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับพนักงานที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คีย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นว่าเกมที่กำลังจะเริ่มสนุก กลับมีตัวป่วนเข้ามาขัดจังหวะเป็นครั้งที่สองในรอบวัน "ดูท่าทาง... เกมของเราคงต้องพักไว้ก่อนสินะครับ" คีย์เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ "ไว้ผมจะรอดูสีหน้าตอนที่คุณแก้ปัญหาหน้างานไม่ตก... ว่าจะยังทำหน้าเย็นชาได้อยู่อีกไหม" อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งขรึม แม้ในใจจะคุกกรุ่นไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาก้มมองหน้าคนกวนประสาทชั่วครู่ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาคีย์ถึงกับชะงักกึก "เก็บแรงไว้รอตอนที่ฉันชนะก็แล้วกัน... คีย์" พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินตามพนักงานคนนั้นไปทันที ทิ้งให้คีย์นั่งนิ่งอยู่ลำพังบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%