เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง•ตอนที่ 4

กาแฟในเช้าวันจันทร์

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"กาแฟแก้วนี้ราคาเจ็ดสิบบาทครับคุณสถาปนิก แต่ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนผมติดหนี้คุณเจ็ดล้าน ผมจะคิดค่าบริการเพิ่มในฐานะที่ต้องมานั่งทนมองคนคิ้วขมวดแต่เช้า" คีย์วางแก้วเซรามิกสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดมัน เสียงกระทบเบาๆ ของก้นแก้วกับพื้นผิวไม้ช่วยทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมห้องสตูดิโอขนาดกลางมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ร่างโปร่งในชุดฮู้ดสีเทาสบายๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ดวงตาสีเข้มสำรวจใบหน้าคมคายของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่นึกเกรงใจ อาคเนย์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขที่มีรอยเส้นดินสอEEตัดเฉียงอย่างแม่นยำ แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวนวล เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่ไม่ได้มีความง่วงงุนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความนิ่งสนิทที่พร้อมจะแช่แข็งคนมองได้ทุกเมื่อ "ถ้าเวลาว่างของคุณมันเหลือเฟือจนเอามานั่งจับผิดหน้าตาคนอื่น ผมแนะนำให้เอาสมองส่วนนั้นไปทบทวนแปลนโครงสร้างชั้นสามที่แก้มาสามรอบแล้วยังไม่ผ่านดีกว่าครับ คุณคีย์" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความลังเล ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเลื่อนม้วนกระดาษมาตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่ทำให้อาคเนย์อยากจะซัดกำปั้นใส่สักที สองวันก่อนพวกเขายังเกือบจะวางมวยกันในห้องประชุมเพราะความเห็นที่ไม่ลงรอยเรื่องการจัดวางพื้นที่ส่วนกลาง แต่มาวันนี้... พวกเขากลับต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานเดียวกันเพราะคำสั่งเด็ดขาดของหัวหน้าโปรเจกต์ที่ต้องการให้ "เซียนเกม" กับ "สถาปนิก" จูนคลื่นความถี่ให้ตรงกันก่อนที่งานจะล่มไม่เป็นท่า "แก้สามรอบเพราะมันยังไม่ตอบโจทย์เกมมิ่งโซนต่างหากครับคุณอาคเนย์..." คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนขอบโต๊ะ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย ปลายจมูกแทบจะชนกันถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่เอนตัวถอยหลังไปเสียก่อน "สถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณเข้าใจคำว่า *'พื้นที่ปลดปล่อยอารมณ์ของเกมเมอร์'* แค่ไหนกันเชียว? สำหรับคุณ มันคงเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมติดแอร์เย็นๆ กับเก้าอี้ราคาแพงสินะครับ" "แล้วสำหรับคุณ พื้นที่ที่ว่ามันคืออะไรล่ะครับ?" อาคเนย์ถามกลับ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "ห้องรกๆ ที่เต็มไปด้วยเศษขยะจากซองขนม กับเสียงตะโกนโวยวายอย่างไร้ระเบียบงั้นเหรอ?" "หึ..." คีย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อาคเนย์เริ่มเรียนรู้แล้วว่ามันหมายถึงการเตรียมตัวจะ "ปั่น" ประสาทเขาให้หลุดจากการควบคุม "มันคือสนามรบครับ... และที่สำคัญ มันต้องมีมุมที่ต่อให้แพ้ราบคาบคาจอ คุณก็ยังอยากจะนั่งซดกาแฟร้อนๆ เพื่อตั้งสติก่อนจะกดรีแมץต์ตาต่อไป ไม่ใช่ห้องที่สะอาดเอี่ยมอ่องจนผมไม่กล้าแม้แต่จะวางเท้าลงบนพื้นพรมแบบห้องของคุณเนี่ย" อาคเนย์แค่น "หึ" ออกมาบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบิดเบี้ยวด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายตรงหน้ามีอิทธิพลอย่างประหลาดในการทำให้เขาหลุดจากมาดนิ่งสุขุมที่รักษามานานหลายปีได้ภายในประโยคเดียว จากความรู้สึกแรกที่มองว่าเป็นแค่เด็กกวนประสาทที่เก่งแต่เล่นเกม ตอนนี้มันเริ่มกลายเป็นความ "หมั่นไส้" ระดับพรีเมียมที่ต่อให้ดื่มคาเฟอีนเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วง "งั้นก็ดื่มกาแฟของคุณแล้วหุบปากซะครับ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจเอาแบบแปลนนี้ไปยื่นให้บอร์ดบริหารอนุมัติโดยไม่แก้ให้อีกเลย" "ใจร้ายจังนะครับ..." คีย์ลากเสียงยาวอย่างไม่สะทกสะท้าน มือเรียวยื่นไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมาจิบช้าๆ สายตายังคงแพรวพราวไม่เลิกรา "แต่ผมรู้นะครับว่าคุณไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก... จริงไหมล่ะครับ สถาปนิกคนเก่ง?" อาคเนย์เมินสายตาหนีไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมร่างแบบค้างไว้เพื่อซ่อนร่องรอยความรู้สึกบางอย่างที่เต้นผิดจังหวะในอกอย่างน่าหงุดหงิด เขาเกลียดรอยยิ้มแบบนั้น เกลียดแววตาท้าทายคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดที่ตัวเองเริ่มจะชินกับการมีเจ้าเด็กนี่มานั่งกวนประสาทอยู่ข้างๆ ในเช้าวันจันทร์ที่น่าเบื่อหน่ายแบบนี้ บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงพิมพ์แป้นพิมพ์เบาๆ และเสียงจิบกาแฟของคนตรงข้ามที่จงใจทำให้ออกเสียงดังกว่าปกติเพื่อเรียกร้องความสนใจ อาคเนย์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอา แต่ในมุมปากกลับมีรอยยิ้มจางๆ ที่เจ้าตัวไม่ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทว่า ความเงียบสงบที่เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆ" สามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง "พี่เนย์! แย่แล้วครับ! ฝ่ายการตลาดบอกว่าสปอนเซอร์หลักขอเปลี่ยนธีมสีของโซนอีสปอร์ตทั้งหมดกะทันหัน แบบที่พวกเราเพิ่งจะตกลงกันเมื่อคืนนี้ มัน..." เมฆ อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มสายปั่นเพื่อนสนิทของคีย์ พรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ดวงตาคมของเมฆก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตามองเห็นระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ที่ใกล้ชิดกันเกินกว่าเหตุบนโต๊ะทำงาน คีย์ชะงักค้าง แก้วกาแฟในมือเกือบหล่นร่วงลงมากระแทกพื้น ขณะที่อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ดวงตาของเมฆกวาดมองสลับไปมารaraระหว่างใบหน้าบึ้งตึงของอาคเนย์กับรอยยิ้มค้างเติ่งของคีย์ มุมปากของอินฟลูเอนเซอร์ตัวแสบยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นทันที พร้อมกับเสียงอุทานลากยาวในลำคอที่ทำเอาคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของสองหนุ่มในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%