“ปล่อยมือสกปรกของคุณออกจากตัวเขาเดี๋ยวนี้ค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะสั่งให้บอดี้การ์ดถลกหนังคนตระกูลคุณทิ้งทั้งตระกูล”
น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลธนโชติ เธอไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก แต่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความสง่างามดั่งราชินีที่กำลังจะปลดแอกข้าแผ่นดินทรยศ นัยน์ตาคู่สวยคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังกดไหล่ของนนท์ลงกับโต๊ะประชุม
นนท์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งแอบแตะปุ่มโฮโลแกรมล่องหนบนข้อมือ ระบบอภิมหาเศรษฐีแจ้งเตือนสีแดงฉาน—ยอดเงินในบัญชีลับถูกโอนย้ายไปยังบริษัทคู่แข่งของตระกูลปวีร์เรียบร้อยแล้วภายในเสี้ยววินาที
“ริน... เธออย่าเข้ามาแส่เรื่องของผู้ชายหน่อยเลย” ปวีร์แค่นหัวเราะพลางขยับเนกไทอย่างยโส “เธอก็แค่คุณหนูที่หลงทาง นนท์มันก็แค่เลขากระจอกๆ ที่โชคดีได้เกาะกินบารมีเธอ วันนี้ ‘เจ้าของที่แท้จริง’ กลับมาทวงทุกอย่างคืนแล้ว พวกมันไม่ใช่แค่จะยึดบริษัท แต่จะยึดลมหายใจของไอ้นนท์ด้วย”
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอเดินตรงไปที่หัวโต๊ะ มือเรียวบางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที
“รายงานตัวเลขมาค่ะ” รินรดาสั่งสั้นๆ
เสียงปลายสายเป็นเสียงของเลขาคนสนิทของบิดาเธอที่คุมตลาดหุ้นอยู่ “คุณหนูคะ... ตอนนี้หุ้นตระกูลปวีร์ดิ่งลงเหวในระดับที่ไม่สามารถกู้คืนได้แล้วค่ะ เรากว้านซื้อหุ้นคืนทั้งหมดผ่านนอมินีที่นนท์เตรียมไว้... ตอนนี้พวกเขาสูญเสียอำนาจการบริหารงานโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ”
ใบหน้าของปวีร์เปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธเป็นสีซีดเผือดเหมือนคนตาย เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกระดานหุ้นที่หน้าจอแท็บเล็ตประจำห้องประชุม ทันใดนั้นเขาก็เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
“แก... แกทำอะไร!” ปวีร์แผดเสียงลั่น ชี้หน้ามาทางนนท์ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เรียบกริบ
นนท์ขยับยิ้มเย็นเยือก ก้าวเข้าไปใกล้ปวีร์แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่บาดลึกถึงกระดูก “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับปวีร์... ผมแค่ปล่อยให้กฎแห่งเงินทำงานก็เท่านั้น ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลข ใครที่มีน้อยกว่า ก็ย่อมเป็นเพียงแค่ ‘เบี้ย’ ให้ผมเล่นสนุกเท่านั้นเอง”
เขาสะบัดข้อมือเบาๆ ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ลวดลายออกมาจากกระเป๋าเสื้อ รูดลงบนเครื่องอ่านบัตรที่ติดตั้งอยู่หน้าจอหลักของบริษัท ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัททั้งหมดถูกโอนเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึงมาเป็นชื่อของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“ยินดีด้วยนะครับปวีร์” นนท์พูดพลางมองดูคนตรงหน้าที่สั่นสะท้าน “ตำแหน่งประธานที่คุณภูมิใจนักหนา ตอนนี้กลายเป็นที่ทับกระดาษในมือผมแล้ว และที่สำคัญ... หนี้สินทั้งหมดที่ครอบครัวคุณกู้มาเพื่อปั่นหุ้น กำลังจะถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อผมภายในห้านาทีนี้”
“ไอ้นนท์! แกมันปีศาจ!” ปวีร์กู่ร้องด้วยความคลั่ง
“ไม่ใช่ปีศาจหรอกค่ะ” รินรดาเดินเข้ามาคล้องแขนนนท์ไว้แน่น เธอก้มลงมองปวีร์ด้วยสายตาเวทนา “เขาแค่ ‘รวย’ จนสามารถซื้ออนาคตของคุณไปเผาทิ้งได้ในพริบตาเดียว และตอนนี้... เชิญไสหัวออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ก่อนที่ดิฉันจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องล้มละลายครอบครัวคุณ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออก นนท์ไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของคนรอบข้าง เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความขอบคุณ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เริ่มจากการเป็นเจ้านายลูกน้อง บัดนี้ได้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นพันธมิตรทางอำนาจที่ไม่มีใครโค่นล้มได้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปวีร์กำลังจะลุกขึ้นเดินจากไปอย่างพ่ายแพ้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูที่ปิดตายอยู่
*ปัง!* ประตูถูกผลักเปิดออกกว้าง ชายวัยกลางคนที่ดูน่าเกรงขามในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามา พร้อมกับลูกน้องนับสิบคนที่มีอาวุธครบมือ นนท์ขมวดคิ้วแน่น เขาจำคนคนนี้ได้ดี... เขาคือ ‘เจ้าของที่แท้จริง’ ที่เคยข่มขู่เขาไว้ในตอนที่แล้ว
“สนุกพอหรือยังคะคุณหนู... คุณเลขาสุดหล่อ” ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกลงทันที “เงินของคุณน่ะ... มันก็แค่เศษกระดาษ ถ้าเทียบกับ ‘อำนาจ’ ที่ผมมีอยู่ในมือ”
ชายคนนั้นหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง นนท์ก้มลงมองเอกสารเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที มันไม่ใช่เอกสารหุ้น แต่เป็นเอกสารที่ระบุถึงความลับที่เขากลบฝังไว้ลึกที่สุด... ความลับที่อาจจะทำลายชีวิตของรินรดาได้ในทันทีหากมันถูกเปิดเผย!
“เลือกเอาสิครับนนท์... จะยอมให้บริษัทนี้พินาศ หรือจะยอมให้ผู้หญิงข้างกายคุณต้องกลายเป็น ‘เครื่องมือ’ ในการทวงคืนอำนาจของผม?”
นนท์กำหมัดแน่นจนสั่น รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของมือที่เธอจับอยู่ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ในขณะที่รอยยิ้มของผู้มาเยือนกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจภายนอกดังระงมขึ้น แต่แทนที่จะเป็นตำรวจ เสียงเหล่านั้นกลับดูเหมือนเป็นเสียงแตรต้อนรับการมาถึงของบางอย่างที่ใหญ่กว่าและน่ากลัวกว่านั้น นนท์หันไปมองหน้าจอโฮโลแกรมที่กะพริบถี่ๆ แจ้งเตือนสถานะ ‘ระบบล็อค’... เงินทั้งหมดของเขาถูกอายัดโดยอำนาจมืดเบื้องหลังชายตรงหน้าแล้ว!
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่าตอนนี้น่าจะถูกใจเหล่านักอ่านที่รักทุกท่านนะคะ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 29
ศึกสายเลือดธุรกิจ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!