"ฉันให้เวลาพวกคุณอีกแค่สามนาทีเท่านั้นค่ะ ถ้าร่างสัญญาซื้อขายยังไม่มาวางอยู่ตรงหน้า ประมูลโปรเจกต์ล้างบางตระกูลวรภัทรของฉันคงต้องเปลี่ยนมือไปให้บริษัทอื่นแทนนะคะ"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลกของรินรดา ดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมสุดหรูของสำนักงานกฎหมายชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานคร ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีสบายๆ เรียวขาไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปลายรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังเคาะเบาๆ เป็นจังหวะที่สร้างความกดดันให้ผู้บริหารอาวุโสและทนายความรุ่นลายครามตรงหน้าเหงื่อตกซก
บนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพง รายชื่อที่ดินแปลงทองคำไข่แดงใจกลางย่านธุรกิจ—พื้นที่ซึ่งปวีร์และกลุ่มทุนใหญ่กำลังหมายปองเพื่อสร้างอาณาจักรคอมเพล็กซ์มูลค่าหมื่นล้าน กำลังจะถูกกว้านซื้อรวบยอดทั้งหมดในนามของบุคคลปริศนา
และบุคคลปริศนาก็ไม่ใช่ใครอื่น... นนท์ เลขาส่วนตัวที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของรินรดาด้วยชุดสูทสีดำสนิท
"คุณรินรดาครับ... ที่ดินล็อตนี้ มูลค่ารวมทั้งหมดมันไม่ใช่เล่นๆ นะครับ เกินกว่าห้าพันล้านบาทในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ทางเราเกรงว่าสภาพคล่องของพวกคุณ... เอ่อ..." ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองหนุ่มรุ่นน้องที่เคยเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนต้อยๆ อย่างไม่แน่ใจ
นนท์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายประกายเยือกเย็น เขาไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดออกมาแม้แต่น้อย แต่รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้คนทั้งห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยาะหยันฉายชัดเจน "สภาพคล่องเหรอคะ? พวกคุณคงคิดว่าเลขาของฉันเป็นแค่ลูกน้องกระจอกๆ ที่ถือกระเป๋าเอกสารไปวันๆ สินะคะ ถึงได้กล้าตั้งคำถามเรื่องเงินกับเขา"
คุณหนูตระกูลดังเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อสูทของนนท์เบาๆ สื่อถึงความไว้วางใจและพลังสนับสนุนที่เต็มเปี่ยม นนท์ปรายตามองคู่หมั้นสาวด้วยความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นในอก ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ
"ถ้าสำนักงานกฎหมายของท่านกังวลเรื่องตัวเลข ผมเกรงว่าจะเสียเวลาเปล่าครับ" นนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานก้องไปทั่วห้อง "เพราะเงินจำนวนห้าพันล้าน... สำหรับผมแล้ว มันเป็นแค่เศษเงินที่ใช้หมุนเล่นในบัญชีสำรองเท่านั้นครับ"
ปึ้ง!
เสียงเปิดประตูห้องประชุมกระแทกผนังดังสนั่น ปวีร์ในสภาพยับเยิน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนกพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง โดยมีผู้ช่วยและบอดี้การ์ดวิ่งตามหลังมาติดๆ สายตาของอดีตเพื่อนรักจ้องมองมาที่นนท์และรินรดาด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
"ไอ้นนท์! แกทำบ้าอะไรวะ!" ปวีร์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลมหายใจหอบกระชั้น "แกเอาเงินจากไหนมาฮุบที่ดินแปลงนี้ทั้งหมด! ที่นี่เป็นของฉัน! ฉันจองไว้ก่อนตั้งหลายเดือน!"
นนท์หันไปมองหน้าศัตรูตัวฉกาจด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจือปนอยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ส่งตรงไปถึงก้นบึ้งหัวใจของอีกฝ่าย "จองไว้เหรอครับปวีร์? น่าเสียดายจังนะครับ ที่โลกใบนี้ไม่ได้หมุนตามเงินมัดจำกระจ้อยร่อยของคุณ"
"แก...!" ปวีร์พุ่งตัวเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของนนท์ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดน บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่รินรดาเตรียมไว้ก็เข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างของปวีร์กดลงกับพื้นห้องทันทีอย่างไม่ไว้หน้า
"อุ๊ย ระวังหน่อยนะคะคุณปวีร์" รินรดาแกล้งยกมือปิดปาก อุทานด้วยความตกใจจอมปลอม "พื้นห้องประชุมที่นี่แพงมากนะคะ ถ้าสูทราคาถูกของคุณทำเลอะเปื้อนขึ้นมา ฉันเกรงว่าค่าซักรีดคงจะแพงกว่าเงินเดือนทั้งปีของคุณเสียอีกค่ะ"
ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังและเหยียบย่ำในอดีตไหลย้อนกลับมาในหัวของนนท์ แต่วินาทีนี้ ความแค้นเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความสะใจอย่างท่วมท้น ระบบอภิมหาเศรษฐีในสมองของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ พร้อมกับยอดเงินในบัญชีที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด
"จัดการเซ็นสัญญาซะ" นนท์สั่งเสียงเรียบ ทอดสายตามองทัวร์ผู้บริหารที่ตัวสั่นเทา "แล้วก็ส่งสำเนาโฉนดทั้งหมดไปที่บริษัทของตระกูลวรภัทรภายในสิบนาทีนี้... ไม่อย่างนั้น ผมจะซื้อกิจการสำนักงานกฎหมายนี้ทิ้งแล้วไล่พวกคุณออกทั้งหมดในข้อหาไร้ความสามารถ"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกคนรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ขู่ นนท์มีอำนาจและเงินตราที่สามารถทำตามคำพูดได้ในพริบตา ทนายความอาวุโสรีบควاมปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างลนลาน มือที่ถือปากกาสั่นเทาจนแทบเขียนหนังสือไม่เป็นคำ
ปวีร์ดิ้นรนสุดชีวิต ใบหน้าแนบกับพื้นพรมราคาแพง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "แกมันแค่คนขายชาติ... ไอ้นนท์! แกมันหน้าตัวเมีย!"
นนท์ก้มลงมองหน้าอดีตเพื่อนรักที่เคยเหยียบย่ำเขาในอดีต รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปาก "ผมไม่ใช่คนขายชาติหครับปวีร์... แต่ผมคือคนที่กำลังจะซื้อหัวและศักดิ์ศรีทั้งหมดของคุณต่างหาก"
ฉับพลัน เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนของนนท์ก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอสีดำสนิทที่แสดงสัญลักษณ์บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ระดับสูงสุด—Black Centurion Card พุ่งผ่านระบบอนุมัติวงเงินห้าพันล้านบาทสำเร็จในเสี้ยววินาที ท่ามกลางเสียงปรบมือเบาๆ และรอยยิ้มพึงพอใจจากรินรดาที่นั่งมองคู่หมั้นหนุ่มด้วยสายตาหลงใหล
ทว่า ในขณะที่เกมกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงาม ประตูห้องประชุมอีกบานทางด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนตัววีไอพีก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงผู้สวมแว่นกันแดดปิดบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ
"น่าสนใจดีนี่คะ... ไม่นึกเลยว่าเลขากระจอกๆ คนนี้ จะมีปัญญาซื้อที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศด้วยเงินสด" น้ำเสียงเยือกเย็นและคุ้นเคยดังขึ้น ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนนท์และรินรดาถึงกับชะงักค้างไปพร้อมกัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 11
ซื้อที่ดินสร้างอาณาจักร
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!