เสียงปรบมือเยาะเย้ยดังระงมทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติ เมื่อซองเอกสารสีน้ำตาลถูกปาลงกระแทกบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *“ปัง!”* จนแฟ้มประวัติพนักงานกระเด็นหลุดออกมา ปวีร์ยืนค้ำโต๊ะด้วยท่าทางเหยียดหยาม ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปของนนท์อย่างสมเพชเวทนา
"เก่งมาก... ลูกชายแม่เลขาต๊อกต๋อยของฉัน เผลอแป๊บเดียวกล้าใช้เงินซื้อโรงแรมเล่นเป็นของขวัญวันเกิดให้ผู้หญิงแล้วสินะ" เสียงหัวเราะเยาะของปวีร์บาดลึกเข้าไปในความเงียบ รอบตัวมีเหล่ากรรมการบริษัทและญาติผู้ใหญ่ที่พร้อมรุมทึ้งนั่งล้อมรอบด้วยสายตาสมเพช
นนท์ไม่แม้แต่จะชายตากลอกมองซองเอกสารลาออกที่ตนเป็นคนเขียนขึ้นเองด้วยซ้ำ เขากลับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบกาแฟที่กระเด็นมาโดนข้อมืออย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกไร้ซึ่งความตื่นตระหนกนั้นทำให้ปวีร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ
"คิดว่าลาออกแล้วจะพ้นความผิดฐานยักยอกเงินบริษัทเหรอ, นนท์?" ปวีร์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามกดดันให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้าต่อหน้าทุกคน "แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่เกาะคุณหนูตระกูลดังกินไปวันๆ โรงแรมห้าดาวบ้าบออะไรนั่น แกเอาเงินจากไหนมาซื้อ? ปล้นธนาคารมาหรือไง!"
รินรดาที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟา VIP มุมห้อง ทนฟังคำดูถูกเหยียดหมามไม่ไหว เธอสะบัดหน้าพรืดลุกขึ้นยืน รองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะคมกริบ ก่อนจะเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคน ใบหน้าสวยเฉี่ยวมองปวีร์ด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างทรงพลัง
"ปากดีจังนะคะ, คุณปวีร์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "เงินเดือนทั้งปีของคุณยังซื้อกระเป๋าใบที่ฉันถือไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่าเอามาตรฐานความจนของคุณมาตัดสินผู้ชายของฉันเลยค่ะ มันน่าทุเรศ"
"รินรดา! คุณโดนมันหลอกแล้ว!" ปวีร์หน้าถอดสีด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล "มันไม่มีอะไรเลย! มันเป็นแค่เลขาชั้นต่ำที่แม่ผมเก็บมาเลี้ยง..."
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของนนท์ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความวุ่นวาย นนท์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาปัดหน้าจอเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ แต่แววตากลับเปล่งประกายความเยือกเย็นดั่งปีศาจผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งห้อง ระบบอภิมหาเศรษฐีในหัวของเขาส่งเสียงเตือนความสำเร็จของภารกิจประจำวันอย่างต่อเนื่อง
[ติ๊ง! ภารกิจซื้อกิจการ "แกรนด์ พลาซ่า โฮเต็ล" สำเร็จลุล่วง กรรมสิทธิ์ทั้งหมดโอนเข้าสู่บัญชีของท่านเรียบร้อยแล้ว]
[ยอดเงินในบัญชีปัจจุบัน: 99,999,999,940 บาท]
นนท์เงยหน้าขึ้นสบตากับปวีร์ รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนริมฝีปากของชายหนุ่มไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"พูดถูกแล้วครับ, ปวีร์" นนท์ก้าวเท้าออกมาช้าๆ กดดันให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ผมเคยเป็นแค่เลขาที่ต้องคอยก้มหัวรับคำสั่งงี่เง่าของคุณ แต่ตอนนี้..."
เขายื่นมือไปหยิบซองเอกสารลาออกขึ้นมาฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตา เศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นลงพื้นราวกับหิมะโปรยปราย
"...ผมไม่ใช่ลูกน้องของคุณอีกต่อไปแล้ว" นนท์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ "เพราะในฐานะที่ผมเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อหุ้นใหญ่ 51% ของตระกูลวรโชติ และควบรวมกิจการโรงแรมทั้งหมด..."
นนท์โน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังพอจะให้ทุกคนในห้องประชุมได้ยินชัดเจนทุกพยางค์
"...ตอนนี้ ผมคือ *'เจ้านายคนใหม่'* ของพวกคุณทุกคนต่างหากล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องประชุมขนาดใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิตก้าวเข้ามาล้อมรอบห้องไว้หมดทางหนี ตามด้วยร่างชราของประธานกรรมการอาวุโสผู้เป็นเจ้าของบริษัทเดิม ที่เดินหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาเข้ามาพร้อมกับเลขาฯ ส่วนตัว
"ตะ... คุณนนท์..." ประธานเฒ่าละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ คุกเข่าลงแทบเท้าของชายหนุ่มอย่างหมดสภาพ "ช่วยเมตตาด้วยครับ อย่าถอนทุนคืนเลย บริษัทเรากำลังจะล้มละลาย!"
ภาพชายสูงอายุที่เคยหยิ่งผยองกำลังหมอบกราบอดีตเลขาต๊อกต๋อย สร้างความตกตะลึงจนปวีร์เข่าอ่อนทรุดฮวบนั่งลงกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม
รินรดาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนนท์ มือเรียวเล็กเกี่ยวแขนแกร่งไว้ด้วยความภาคภูมิใจ เธอก้มมองปวีร์ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาช็อกตาค้าง รอยยิ้มสะใจฉายชัดบนใบหน้าสวย
"ไงคะ? ยังคิดว่าผู้ชายของฉันเกาะคุณกินอยู่หรือเปล่า?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก "ทีนี้... รู้หรือยังคะว่าใครกันแน่ที่เป็นเศษสวะที่แท้จริงในห้องนี้"
นนท์ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของหญิงสาวเบาๆ แววตาอ่อนโยนลงทันตรักษาระดับความคลั่งรักที่มีต่อเธอคนเดียว ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองปวีร์ที่กำลังหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"เก็บกระเป๋าออกจากโต๊ะทำงานของคุณซะ, ปวีร์" นนท์สั่งเสียงเรียบ ทรงพลัง และเด็ดขาด "ภายในหนาวนี้... หวังว่าจะไม่มีบริษัทไหนในประเทศกล้าจ้างคนไร้ความสามารถอย่างคุณเข้าทำงานอีกนะ"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหายใจหอบถี่ของปวีร์ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของปวีร์ก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
ปวีร์มือสั่นเทายิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทว่าเสียงจากปลายสายกลับทำให้เขาหน้ามืดตาลายยิ่งกว่าเดิม
*“คุณปวีร์คะ! แย่แล้วค่ะ! บัตรเครดิตทุกใบของคุณถูกธนาคารอายัดทั้งหมดเนื่องจากมียอดหนี้ค้างชำระเกินกำหนด และตอนนี้... คอนโดหรูของคุณถูกเจ้าพนักงานยึดอายัดทรัพย์สินเรียบร้อยแล้วค่ะ!”*
โทรศัพท์เครื่องหรูร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด ปวีร์นั่งอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินต่ำลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้ากระจกเหนือห้องประชุม แรงลมพัดปะทะกระจกบานใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องเข้ามาภายในห้องจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายชราลึกลับในชุดสูทสั่งตัดพิเศษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งเครือข่ายการเงินระดับโลก ก้าวลงมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทประทับตราประทับทองคำแท้...
"ยินดีต้อนรับกลับสู่บัลลังก์ที่แท้จริงครับ... ท่านประธานสูงสุด" เสียงทุ้มต่ำของผู้มาใหม่เอ่ยทักทาย พร้อมกับโค้งคำนับนนท์ด้วยความเคารพสูงสุด ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคนที่ได้แต่กลั้นหายใจรอรับแรงกระแทกจากพายุลูกใหม่ที่กำลังจะโถมซัดเข้ามาในวินาทีถัดไป!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 10
ตกงานแต่รวยล้นฟ้า
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!