“เกมที่พวกคุณภูมิใจน่ะ... มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหาก”
เสียงทุ้มต่ำที่ยังคงก้องกังวานผ่านระบบกระจายเสียงอัจฉริยะของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลใหญ่โตเย็นเยียบลงในพริบตาเดียว รินรดาขมวดคิ้วมุ่นจนหัวคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม มือเรียวบางที่สวมแหวนเพชรกระชับแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ขณะที่1ในบอร์ดบริหารรุ่นลายครามถึงกับหน้าถอดสี มือสั่นเทาจนทำแฟ้มเอกสารหล่นร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น
“ใคร... ใครมันบังอาจเล่นตลกบ้าๆ แบบนี้!” เสียงแหบพร่าของประธานอาวุโสแห่งตระกูลเก่าแก่ตบโต๊ะดังสนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังถูกท้าทายอย่างไม่ไว้หน้า
แต่นนนท์กลับยืนนิ่งสงบ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปยืนไขว่ห้างพิงกรอบกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือทัศนียภาพของเมืองหลวงที่รถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทรงพลังจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า หมากตานี้กำลังจะถูกเดินไปในทิศทางไหน
“ไม่ต้องหาหรอค่ะ ท่านประธาน...” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ปรายตามองกลุ่มคนมีอำนาจที่กำลังนั่งเหงื่อตก “ในเมื่อพวกคุณกล้าพอที่จะใช้ชื่อตระกูลเก่าแก่มาบีบบังคับบริษัทของเรา... ก็ควรจะเตรียมใจรับมือกับแรงกระแทกที่จะตามมาด้วยนะคะ”
“คุณหนูรินรดา! อย่าสามหามให้มันมากนักนะ!” ปวีร์ที่นั่งอยู่มุมห้องผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองนนท์ด้วยความอิจฉาริษยาที่สุมอกมานาน “คิดว่ามีเงินทุนสนับสนุนจากไหนไม่รู้ไม่ชี้แล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเหรอวะไอ้นนท์! แกมันก็แค่... แค่ลูกน้องชั้นต่ำที่เกาะผู้หญิงกินไปวันๆ!”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่นนท์เป็นตาเดียว
แต่นนนท์ไม่แม้แต่จะชายตามองปวีร์ด้วยซ้ำ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนหน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรู ระบบอภิมหาเศรษฐีในหัวของเขาเริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ *‘ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางการเงินจากกองทุนลับตระกูลเก่าแก่ วงเงิน 5,000 ล้านบาท กำลังถูกโยกย้ายเพื่อเข้าซื้อหุ้นกดดันบริษัท’*
“เกาะผู้หญิงกินอย่างนั้นเหรอครับ...” นนท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าเกรงขาม ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเดินออกจากเงาดำของหน้าต่างเข้าสู่แสงไฟสว่างจ้าในห้องประชุม กลิ่นอายความเป็นผู้นำแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ “คำก็ลูกน้อง สองคำก็คนชั้นต่ำ... ปวีร์ นายยังไม่รู้อะไรเลยสินะ ว่าสิ่งที่นายภูมิใจนักหนาว่ามันคืออำนาจตระกูลเก่าแก่... มันเป็นแค่เศษเงินในบัญชีที่ฉันพร้อมจะเผาทิ้งเล่นในเวลาไม่ถึงห้านาที”
“แก... แกพูดบ้าอะไรวะ!” ปวีร์หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรอยยิ้มของนนท์ มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนสิ้นไร้ไม้ตอก แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
รินรดาลุกขึ้นยืนเคียงข้างนนท์ มือเรียวสอดประสานเข้ากับอุ้งมือหนาของชายหนุ่มอย่างแน่นแฟ้น ส่งกระแสความอบอุ่นและมั่นใจให้แก่กันและกัน เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดีสมฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่ “ถ้าพวกคุณคิดว่าจะใช้ความเป็นตระกูลเก่าแก่มาฮุบกิจการของเราล่ะก็... เชิญค่ะ เชิญระดมทุนเข้ามาให้หมดหน้าตักเลยนะคะ เพราะไม่แน่ว่า... พรุ่งนี้เช้า ตระกูลที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา อาจจะกลายเป็นแค่ชื่อในประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือนไปตลอดกาล”
“สามหาม! อวดดีเกินไปแล้ว!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกระแทกไม้เท้าลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น “ประกาศกร้าวขนาดนี้ แกคิดว่าฉันไม่มีปัญญาจัดการพวกแกเรอะ! สั่งการลงไป! เทขายหุ้นทั้งหมดที่มี! ถล่มมันให้จมดินเดี๋ยวนี้!”
สิ้นคำสั่งนั้น โทรศัพท์มือถือของบอร์ดบริหารหลายคนก็เริ่มสั่นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง ข้อความแจ้งเตือนสถานะทางการเงินวิ่งเข้ามาไม่ขาดสาย เสียงหายใจหอบถี่ด้วยความตกใจดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
“ท่านครับ... ประธานครับ!” เลขาคนสนิทของผู้อาวุโสวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้องประชุม ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด “วะ... วิกฤตครับ! หุ้นที่เราทุ่มซื้อเพื่อกดดันบริษัทเมื่อกี้... ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาแค่สามวินาที! และ... และตอนนี้...”
“ตอนนี้อะไรวะ! พูดให้มันชัดๆ!” ผู้อาวุโสคำรามลั่น
“บัญชีสำรองของตระกูลเรา... ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด เนื่องจากตรวจพบเส้นทางการเงินผิดกฎหมายและคดีฟอกเงินย้อนหลังสิบปีครับ!”
สิ้นประโยคนี้ ห้องประชุมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ปวีร์ถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก
นนท์ก้มมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงลิบลิ่วด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกลุ่มคนที่เคยคิดจะเหยียบย่ำเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ความปรานี
“บอกแล้วไงครับว่า... เกมเพิ่งจะเริ่ม”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกกระจกใส แรงลมมหาศาลตีเข้ากับกระจกจนเกิดเสียงดังระงม ทุกคนในห้องต้องยกมือขึ้นปัดป้องและหันไปมองผ่านกระจกด้วยความตื่นตระหนก
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทนับสิบลำพร้อมสัญลักษณ์ตราประจำตระกูลระดับโลก ค่อยๆ บินมาลอยลำนิ่งอยู่เหนือตึกประชุมแห่งนี้อย่างสง่างาม พร้อมกับประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก
ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตในชุดดำเดินเรียงแถวเข้ามาด้วยท่าทีทรงอำนาจ ผู้มาใหม่กวาดสายตาคมกริบมองรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่นนท์ แล้วโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
“นายท่านครับ...” เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ท่านประธานใหญ่แห่งสภาการเงินโลก... ส่งผมมารับท่านและคุณหนูรินรดา กลับไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 26
คำเตือนจากเบื้องบน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!