“นึกว่าใครที่ไหน... ที่แท้ก็สุนัขรับใช้ที่เพิ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งจนต้องหันไปเกาะผู้หญิงกินนี่เอง”
เสียงเย้ยหยันของ ‘พาย’ อดีตแฟนเก่าของนนท์ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องจัดเลี้ยง หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเฉิดฉายเข้ามาประจันหน้ากับนนท์ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ขณะที่ปวีร์ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ส่งยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
นนท์ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ปรับกระดุมสูทราคาแพงระยับให้เข้าที่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ต่างจากรินรดาที่ขยับมายืนเคียงข้างเขา มือบางของเธอสอดประสานเข้ากับฝ่ามือหนาของนนท์อย่างหนักแน่น แรงบีบจากมือเล็กส่งผ่านพลังให้คนข้างกายรู้ว่าเธอพร้อมจะฟาดฟันทุกคนที่บังอาจมาแตะต้องเขา
“ปากดีเหมือนเดิมเลยนะพาย” นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องชะงัก “แต่เสียดายที่สติปัญญาของเธอไม่ได้พัฒนาตามปากไปด้วย”
“แก!” พายหน้าถอดสี มือสั่นระริกด้วยความโกรธ “กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้! รู้ไหมว่าวันนี้บริษัทของปวีร์กำลังจะเซ็นสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้าน ส่วนแก... ก็เป็นแค่เลขากระจอกๆ ที่รอวันตกงาน!”
นนท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดูผ่อนคลายเกินไปจนปวีร์เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล เขาขยับตัวเข้ามาใกล้พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาอาฆาต
“นนท์... นายอย่ามาตีหน้าซื่อหน่อยเลย ทุกคนในที่นี้เขารู้กันหมดแล้วว่านายมันก็แค่เศษขยะที่พยายามจะถีบตัวเองขึ้นมาเทียบชั้นคนรวย ถ้าวันนี้แกยอมคุกเข่ากราบเท้าฉันกับพายต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคนที่นี่ บางทีฉันอาจจะพิจารณาให้เงินค่ารถไปสมัครงานใหม่ที่อื่นให้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที สายตาหลายร้อยคู่จับจ้องมาที่เหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ รินรดาแค่นยิ้มออกมา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความสะใจที่เตรียมจะปะทุ
“หึ... กราบเหรอคะ?” รินรดาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงเธอใสซื่อทว่าเชือดเฉือน “คุณปวีร์คะ การจะให้ใครสักคนกราบเท้าเนี่ย มันต้องมี ‘ต้นทุน’ สูงมากเลยนะคะ และดูเหมือนว่า... วันนี้คุณไม่มีปัญญาจ่ายค่ากราบของนนท์หรอกค่ะ”
“รินรดา! อย่ามาปากเก่งให้มากนัก! ในเมื่อแกเลือกที่จะเข้าข้างไอ้คนไม่มีอนาคตนี่ ก็เตรียมตัวรับความฉิบหายที่กำลังจะตามมาได้เลย!” ปวีร์แผดเสียงลั่นพร้อมกวักมือเรียกบอดี้การ์ด “จัดการมัน! ลากคอมันมาคุกเข่าต่อหน้าฉันเดี๋ยวนี้!”
ชุดสูทสีดำขยับกายเตรียมจะรุมล้อมนนท์ แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง นนท์กลับยกมือขึ้นเพียงนิดเดียว สายตาทรงพลังดุจพญาอินทรีจ้องตรงไปที่ปวีร์ ก่อนที่เขาจะกดปุ่มบางอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสูท
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วห้องโถง แต่มันไม่ใช่เสียงของระบบรักษาความปลอดภัยของงาน แต่มันคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่แสดงผลบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ทั่วงาน
ตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลที่ถูกโอนเข้าสู่บัญชีของบริษัทปวีร์เมื่อครู่ถูก ‘ถอนกลับ’ ทั้งหมด! ไม่เพียงเท่านั้น สถานะเครดิตของบริษัทปวีร์ที่เคยเป็นบวกกลับพุ่งดิ่งลงสู่จุดติดลบภายในพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น!” ปวีร์หน้าถอดสีเมื่อโทรศัพท์ในมือเขาสั่นรัวด้วยข้อความแจ้งเตือนความล้มละลายที่เด้งขึ้นมารัวราวกับห่าฝน
“ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมปวีร์...” นนท์ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาปวีร์อย่างใจเย็น ทุกก้าวย่างของเขาดูราวกับยักษ์ใหญ่ที่กำลังบดขยี้มดปลวก “ว่าอย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม... ตอนนี้บริษัทคุณไม่เหลืออะไรแล้ว และหุ้นทั้งหมดที่พวกคุณถืออยู่ ก็อยู่ในกำมือของผมเรียบร้อยแล้ว”
พายยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อเห็นว่านนท์เพียงแค่ตวัดสายตามามอง เธอก็รู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกลงไปในหุบเหว
“ทีนี้... ถึงเวลาที่คุณต้องทำในสิ่งที่เพิ่งพูดออกมาแล้ว” นนท์หยุดยืนตรงหน้าปวีร์และพาย บรรยากาศกดดันจนแขกเหรื่อรอบข้างต้องถอยห่าง “คุกเข่า... ลงไปสิ”
ปวีร์เข่าอ่อนทรุดลงกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขามองหน้านนท์ที่ตอนนี้ดูสูงส่งเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง พายพยายามจะหนี แต่รินรดากลับก้าวเข้าไปดักหน้าพลางเหยียดยิ้ม “จะไปไหนคะ? เมื่อกี้ยังอยากเห็นคนอื่นกราบอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
น้ำตาของความอัปยศไหลอาบแก้มของพาย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ปวีร์ ท่ามกลางเสียงฮือฮาและสายตาดูหมิ่นจากแขกในงาน
นนท์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้รู้สึกสะใจจนเกินงาม แต่มันคือการ ‘ล้างกระดาน’ ที่สมควรเกิดขึ้น
ทว่า... ในวินาทีที่นนท์กำลังจะหันหลังเดินจากไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นจากรองเท้าบูททหารที่ดังขึ้นจากทางเข้างานก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก ชายในชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินแหวกฝูงชนเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ
“คุณนนท์ครับ...” ชายคนนั้นค้อมศีรษะลงต่ำ ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับนั้นให้นนท์ด้วยมือที่สั่นเทา “ทางหน่วยงานรัฐสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลปวีร์และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ... และนี่คือหมายจับฉบับล่าสุดครับ”
นนท์รับแฟ้มมาเปิดดู สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรายชื่อ ‘ผู้บงการ’ ที่อยู่เบื้องหลังปวีร์อีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ เพราะชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย... คือชื่อของคนใกล้ตัวที่สุดที่เขาคาดไม่ถึง!
รินรดาเอื้อมมือมาจับแขนเขาทันทีเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนที่นนท์จะได้เอ่ยปาก ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมห้องโถงเมื่อไฟทุกดวงถูกตัดดับลง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังขึ้นข้างหูของนนท์...
“อย่าเพิ่งมั่นใจไปค่ะ นนท์... เกมนี้ยังไม่จบหรอก”
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่ารี้ดเดอร์จะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับกับปมปริศนาที่โผล่มาทิ้งท้ายตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 24
จุดจบของคนโลภ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!