"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!"
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจังหวะกลองศึกที่ถูกเร่งเร้าด้วยความกระวนกระวายใจของคนที่อยู่เบื้องหลัง บรรยากาศภายในห้องพักส่วนตัวสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาวพลันเย็นเยียบลงทันตรึง รินรดาที่กำลังยืนไขว่ห้างจิบไวน์แดงราคาแพงลิบลิ่วชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความรำคาญระคนเย้ยหยัน เธอปรายตามองประตูห้องสลับกับร่างสูงโปรดของนนท์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่
ปวีร์... มันขึ้นมาถึงหน้าห้องของพวกเขาแล้ว!
รินรดาววางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยความนุ่มนวล ทว่าเสียงกระทบกลับดังชัดเจนจนบาดแก้วหู เธอแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางก้าวเข้าไปใว้นนท์ เอื้อมมือเรียวไปจัดปกเสื้อสูทราคาแพงให้ชายหนุ่มอย่างใจเย็น "ดูท่าทางสุนัขจนตรอกตัวนั้น จะรีบวิ่งมาตายเสียเหลือเกินนะคะ นนท์"
นนท์ไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ความเงียบขรึมและนิ่งสงบของเขาในยามนี้ช่างทรงพลังและน่าเกรงขามเสียจนคนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ในมือหนาของเขากำสมาร์ทโฟนเครื่องหรูไว้แน่น หน้าจอแสดงผลแอปพลิเคชันระบบมหาเศรษฐีที่กำลังรันตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินมหาศาลแบบเรียลไทม์ ตัวเลขที่พร้อมจะบดขยี้ลมหายใจของใครก็ตามที่บังaอาจหาเรื่องเขาให้แหลกคราบ
"เปิดสิคะ" นนท์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่น่าฟัง ปลายตาส่งสัญญาณให้รินรดาเป็นคนก้าวไปปลดล็อกกลอนประตู
แอ๊ด...
บานประตูไม้เนื้อดีถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจและรอยยิ้มหยันของปวีร์ อดีตเพื่อนรักที่ตอนนี้สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงเพื่อมาประกาศชัยชนะ ปวีร์ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ สายตากวาดมองความหรูหราภายในห้องด้วยความริษยา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของนนท์และรินรดา
"ไง นนท์! แกยังสุขสบายดีอยู่สินะ" ปวีร์หัวเราะร่วนในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเหนือกว่า "ฉันว่าแกคงยังไม่รู้ตัวสินะว่า ตอนนี้บริษัทของแก... หุ้นส่วนทั้งหมดถอนตัวไปหมดแล้ว และธนาคารกำลังจะส่งหมายยึดทรัพย์ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้!"
ความเงียบโรยตัวปกคลุมชั่วขณะ ปวีร์คาดหวังว่าจะได้เห็นแววตาตื่นตระหนก ความหวาดกลัว หรือการคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากอดีตเพื่อนที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่า... และรอยยิ้มมุมปากที่แสนเยnชา
รินรดายกมือขึ้นกอดอก เธอก้าวเข้ามาแทרกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง พลางหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ "อุ๊ย ตายแล้ว! นี่คุณอุตส่าห์วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาถึงชั้นบนสุด เพื่อจะมาโชว์ความโง่เขลาเบาปัญญาให้พวกเราดูถึงที่นี่เลยเหรอคะเนี่ย น่าประทับใจจริงๆ"
"เธอหมายความว่ายังไง!" ปวีร์หน้าตึงขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่เคยเย้ยหยันเริ่มสั่นพร่าด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่สะท้านของคนทั้งคู่ "อย่ามาปากดีนะรินรดา! ฉันกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทมันมาไว้ในมือหมดแล้ว ด้วยเงินลงทุนก้อนโตที่ฉันร่วมมือกับกลุ่มทุนใหญ่ แกไม่มีทางรอด! นนท์ แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่วันๆ เกาะผู้หญิงกิน!"
นนท์ยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธเคืองใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างไร้ความใส่ใจ ราวกับสิ่งที่ปวีร์พูดเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญเท่านั้น
"กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดอย่างนั้นเหรอครับ... ปวีร์" นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลังจนปวีร์ต้องสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาอดีตเพื่อนรักทีละก้าว "นายแน่ใจเหรอว่าหุ้นที่นายถืออยู่ตอนนี้... มันเป็นของนายจริงๆ หรือมันกำลังกลายเป็นกระดาษชำระไร้ค่า?"
"แกหมายความว่ายังไงวะ!" ปวีร์เริ่มสติแตก เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่กดดันจนหายใจไม่ออก
"ระบบ... ทำการกว้านซื้อหุ้นคืนทั้งหมดของบริษัทปวีร์ในราคาส่วนลด 90% และสั่งฟ้องข้อหาปั่นหุ้นทันที" นนท์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่คำพูดนั้นกลับดังชัดเจนก้องไปทั่วห้อง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของปวีร์ดังขึ้น มันไม่ใช่แค่เครื่องเดียว แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของบอดี้การ์ดและเลขาที่ยืนอยู่ด้านหลัง ปวีร์หน้าถอดสี รีบควักมือถือออกมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า
"มะ... เป็นไปได้ยังไง! ทำไมหุ้นของฉันถึงดิ่งลงเหวในเวลาไม่ถึงสามวินาที! เงิน... เงินทุนหลายร้อยล้านของฉันหายไปไหนหมด!" ปวีร์กรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ เขาทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นพรมราคาแพง สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า
รินรดาก้มมองดูสภาพของอดีตคู่หมั้นจอมปลอมด้วยสายตาสมเพชเวทนา เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นยะเยือก "คิดจะเล่นเกมการเงินกับคนที่ถือครองความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัด... นายมันก็แค่กบที่นอนก้นบ่อ และตอนนี้ บ่อน้ำของนายกำลังจะถูกถมจนมิดหัวแล้วนะคะ คุณปวีร์"
ปวีร์เงยหน้าขึ้นมองนนท์และรินรดาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาติดกับดักหนี้สินมหาศาลที่ตนเป็นคนขุดขึ้นมาฝังตัวเอง!
ในขณะที่ปวีร์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำร้องขอความเมตตา เสียงเคาะประตูดังปังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่ที่เดินเรียงแถวเข้ามาในห้อง พร้อมกับเอกสารคดีล้มละลายและหมายศาลที่ถืออยู่ในมือครบมือ... และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สุด ก็คือบุคคลที่ปวีร์ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลานี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 19
กับดักหนี้สิน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!