เสียงหัวingเยาะเย้ยถากถางของปวีร์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโชว์รูมรถยนต์นำเข้าระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้ รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงฉาบไว้ด้วยความสะใจอย่างไม่ปิดบัง สายตาคู่คมกริบกวาดมองร่างของนนท์ เลขาหนุ่มที่เขารู้จักคุ้นเคยมาหลายปีตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไล่เรื่อยลงมายังรินรดา คุณหนูตระกูลดังผู้ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างกาย
"เกาะผู้หญิงกินมันสบายดีไหมล่ะไอ้นนท์?" ปวีร์เอ่ยกลั้วเสียงหัวIเราะ ขยับปกเสื้อสูทด้วยท่าทีเหนือกว่า รัศมีของความร่ำจ้าวที่เพิ่งถอยรถสปอร์ตป้ายแดงคันหรูมาหมาดๆ ทำให้เขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของพนักงานขายทุกคนในร้าน "คิดจะมาเดินงานมอเตอร์โชว์อวดสาวเหรอ? ฝันไปหน่อยหรือเปล่า... รถคันนี้ราคาแปดหลักนะโว้ย ไม่ใช่รถกระป๋องมือสองที่แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาผ่อนได้"
รินรดาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองปวีร์ด้วยหางตา ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลบนพื้นรองเท้า ความเย่อหยิ่งและถือดีของคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกงัดออกมาใช้อย่างเต็มพิกัด นิ้วเรียวสวยสะบัดปอยผมลอนยาวอย่างไม่ยี่หระ
"ปากดีจังนะคะคุณปวีร์... ระวังนะ สมองกลวงๆ กับเงินในกระเป๋าที่ได้จากการโกงบริษัทคนอื่นเขาเนี่ย มันจะพาตัวเองไปนอนซังเตเร็วกว่าที่คิด" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เฉียบคมราดด้วยกรด เธอย่างสามซุงเข้าไปใกล้นนท์เล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปจัดเนกไทให้ชายหนุ่มอย่างเบามือและแนบเนียน "อีกอย่าง... แฟนฉันเขาไม่เคยคิดจะ 'เกาะ' ใครค่ะ เพราะถ้าเขาอยากได้อะไรจริงๆ... แค่ดีดนิ้วอย่างเดียว โชว์รูมนี้ทั้งหลังเขาก็ซื้อเหมาได้สบายๆ"
พนักงานขายสาวสวยที่ยืนต้อนรับปวีร์อยู่ข้างๆ ส่งเสียงหัวIเราะคิกคักออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว สายตาที่มองนนท์เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามไม่แพ้กัน "คุณผู้หญิงคะ พูดอะไรให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ รถซูเปอร์คาร์แบรนด์นี้ไม่ใช่ว่าใครเดินเข้ามามือเปล่าแล้วจะชี้มือชี้ไม้ได้นะคะ ถ้าไม่มีกำลังซื้อพอ... เชิญไปดูโซนรถมือสองด้านนอกโน่นดีกว่าค่ะ"
นนท์ยังคงยืนสงบนิ่ง สีหน้าของเลขาสุดหล่อไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงสะท้อนแววตานิ่งลึกจนน่ากลัว ในห้วงความคิดของเขา เสียงแจ้งเตือนจากระบบอภิมหาเศรษฐีดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสถานการณ์ 'ถูกดูถูกเหยียดหยามเรื่องฐานะและความสามารถ']
[เงื่อนไขกระตุ้น: ดำเนินการตบหน้าคู่กรณีด้วยอำนาจเงินตราแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด]
[รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อกวงเงินไม่จำกัด และสิทธิ์ขาดในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ระดับท็อปของประเทศทันที]
[ยอดเงินในบัญชีหลักปัจจุบัน: 999,999,999,999 บาท (วงเงินอินฟินิตี้)]
นนท์ปรายตามองหน้าจอระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับพนักงานขายคนดังกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"รถคันสีดำด้านหลังปวีร์... รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เพิ่งนำเข้าจากอิตาลีใช่ไหมครับ?" นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันที
พนักงานขายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตอบด้วยความมั่นใจ "ใช่ค่ะ! คันนั้นราคาแปดสิบล้านถ้วน และตอนนี้มีมหาเศรษฐีจากสิงคโปร์กำลังจองคิวมาดูตัวอยู่ด้วยค่ะ... พูดแบบนี้แสดงว่าคุณคงไม่เคยเห็นเงินก้อนโตขนาดนี้ในชีวิตจริงสินะคะ ถึงได้กล้าเอ่ยปากถามหน้าตาเฉย"
ปวีร์หัวเราะลั่นร้าน ยักไหล่ด้วยความสมเพช "เฮ้ย นนท์ แกเลิกฝันกลางวันเถอะวะ หรือสมองกระทบกระเทือนตั้งแต่ตอนที่บริษัทไล่ออกแล้ว? แปดสิบล้านนะเว้ย ไม่ใช่เศษเหรียญในกระปุกออมสินของแก!"
รินรดาไม่รอช้า เธอคว้าแขนนนท์ไว้เบื้องหนึ่ง ก่อนจะเอียงคอพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยพิษสง "แปดสิบล้านเองเหรอคะ? นึกว่าแพงกว่านี้เสียอีก... น่าเสียดายจังนะคะที่พวกคุณตาถั่ว มองไม่เห็นเพชรเม็ดงามที่อยู่ตรงหน้า"
นนท์ควักกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้—แบล็กการ์ด ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ที่แม้แต่เศรษฐีระดับท็อปเท็นของประเทศยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ออกมาถือไว้ในมืออย่างไม่รีบร้อน แสงไฟในโชว์รูมกระทบกับพื้นผิวของการ์ดจนเกิดประกายระยิบระยับบาดตา
เขายื่นบัตรใบนั้นให้กับผู้จัดการโชว์รูมที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบพอดี
"รูดเต็มจำนวนครับ รวมค่าภาษีและค่าประกันทุกอย่าง... จัดส่งให้ผมที่คฤหาสน์ภายในเย็นวันนี้"
ผู้จัดการโชว์รูมรับการ์ดสีดำใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่สัมผัสเนื้อวัสดุพิเศษและความนูนของชื่อบนบัตร สีหน้าของเขาที่เคยหยิ่งผยองก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เขารีบวิ่งไปที่เครื่องรูดบัตรสีดำพิเศษอย่างลนลาน รูดการ์ดผ่านแถบแม่เหล็กด้วยมือที่สั่นเทิ้ม
ติ๊ด!
เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นยาวๆ พร้อมกับกระดาษสลิปยาวเหยียดที่พริ้นต์ออกมาอย่างรวดเร็ว ตัวเลขยอดเงินแปดสิบล้านบาทถ้วนปรากฏเด่นหรี่บนหน้าจอ พร้อมข้อความอนุมัติจากธนาคารระดับโลก: [TRANSACTION APPROVED - UNLIMITED BALANCE]
ทั้งโชว์รูมตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก
พนักงานขายสาวอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองสลิปในมือผู้จัดการสลับกับใบหน้านิ่งสงบของนนท์ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกชาดิกวิ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ปวีร์หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มขมับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา "มะ... เป็นไปได้ยังไง? แกเอาเงินมาจากไหนตั้งแปดสิบล้าน! แกมันก็แค่ไอ้เลขาตกงานไม่ใช่เหรอวะ?!"
รินรดาก้าวออกมายืนเคียงข้างนนท์ เธอเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนริมฝีปากสีแดงระเรื่อ "อุ๊ย! เสียงดังจังเลยนะคะคุณปวีร์... ทีเมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปซะแล้วล่ะคะ?"
นนท์ขยับแว่นตาเล็กน้อย เขาย่างสามซุงเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าปวีร์ ระยะห่างที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ ทำให้ปวีร์ต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาจับใจ
"เงินแปดสิบล้านสำหรับผม... มันเป็นแค่เศษเงินที่เอาไว้ซื้อของเล่นแก้เบื่อเท่านั้นแหละครับ" นนท์กระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของทุกคน "แต่สำหรับแก... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากวงการธุรกิจได้เลย เพราะเกมการล้างแค้นของจริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
ปวีร์ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัวที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของปวีร์ก็แผדเสียงแหลมสูงดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มหน้าซีดเผือดด้วยมือสั่นเทารับสาย ปลายสายคือเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเลขาประจำบริษัทตนเอง
"คุณปวีร์! แย่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเราถูกกลุ่มทุนปริศนากว้านซื้อจนเกลี้ยงพอร์ตในเวลาไม่ถึงห้านาที ตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นเทขายทศวรรษหน้า บริษัทเรา... เรากำลังจะล้มละลายแล้วครับ!"
ปวีร์ปล่อยโทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นหน้าแตกกระจาย ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง เขาหันขวับกลับมามองนนท์ที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ร่างกายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นโชว์รูมต่อหน้าธารกำนัล ท่ามกลางเสียงปรบมือเบาๆ และรอยยิ้มสะใจขั้นสุดของคุณหนูรินรดาที่ยืนคล้องแขนนนท์ไว้อย่างแนบแน่น
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 5
ตบหน้าด้วยยอดโอน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!