เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของปวีร์ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทศิริวัฒน์โฮลดิ้งส์ยังคงก้องกังวานด้วยความลำพองใจ
"หึ! นนท์ นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนระดับนายจะมีปัญญาซื้อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ฉันถืออยู่? ฝันกลางวันไปหน่อยไหมเพื่อนเก่า หุ้นของบริษัทนี้กำลังพุ่งทะยาน ปวีร์คนนี้ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะยอมให้แกมาปั่นหัวเล่นหรอกนะ!"
ปวีร์เหยียดยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว สะใจกับท่าทีนิ่งสงบของนนท์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขากวาดสายตามองเลยไปยังรินรดา คุณหนูตระกูลดังที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตานั้นเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนปวีร์ต้องเอ่ยเยาะซ้ำ "ส่วนคุณรินรดาครับ... ตาถึงจริงๆ ที่เลือกเลขาตกอับคนนี้มาเป็นคู่หมั้น สงสัยเงินในบัญชีคงร่อยหรอจนต้องมาเกาะผู้ชายไส้แห้งกินซะแล้วมั้งเนี่ย"
รินรดาแค่น1เสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่นั่งอยู่รอบโต๊ะยาวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกลับสงสารปวีร์ที่กำลังเต้นเร่าๆ อยู่บนฝ่ามือของคนที่เขาดูถูกเหยียดหยาม
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะคุณปวีร์..." รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เฉียบคมบาดลึก "ระวังนะคะว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... คุณอาจจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะยืนร้องไห้"
นนท์ยกมือขึ้นปัดสูทราคาแพงของตนเองเบาๆ สีหน้าของเขาเรียบสนีย์ราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากที่สะท้อนความเหนือชั้นออกมาอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวยาวหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา ปลายนิ้วแตะหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อเปิดแอปพลิเคชันลับของระบบอภิมหาเศรษฐีที่เชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบเป้าหมายการเข้าซื้อกิจการ "ศิริวัฒน์โฮลดิ้งส์" (STW) จำนวน 51% วงเงินสุทธิ 1,250,000,000 บาท ยืนยันการทำธุรกรรมทันทีหรือไม่?]
ดวงตาสีนิลของนนท์หรี่ลงเล็กน้อย เขากดปุ่ม "ยืนยัน" สีเขียวสว่างวาบลงบนหน้าจออย่างไร้ความลังเล
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารพาณิชย์ระดับประเทศดังขึ้นพร้อมกันในสมาร์ทโฟนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่สามคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ รวมถึงโทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่ของปวีร์เองด้วย หน้าจอของทุกคนสว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ปวีร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขาก้มลงมองหน้าจอเครื่องมือสื่อสารพลางบ่นพึมพำ "อะไรกันนักหนาเนี่ย... แจ้งเตือนบ้าอะไรวะ"
แต่เมื่อนิ้วโป้งเรียวกดปลดล็อกหน้าจอและกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนนั้น ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความลำพองใจเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเผือด ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลنหลุดออกจากเบ้า มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
"ทะ... ไฮโซ... เป็นไปไม่ได้!" ปวีร์อุทานออกมาเสียงหลง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนชนกับขอบโต๊ะเสียงดังสนั่น
ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ต่างมีสภาพไม่ต่างกัน พวกเขาอ้าปากค้าง อ่านข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความตื่นตระหนก ข้อความบนหน้าจอระบุชัดเจนว่า หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ปวีร์ถือครองอยู่ ถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปยังบัญชีของบุคคลปริศนาในราคาตลาดบวกพรีเมียมสามเท่า และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่กว้านซื้อหุ้นจนเกินกึ่งหนึ่งของบริษัทไปเรียบร้อยแล้วในเสี้ยววินาทีนี้!
"คนรวยเขาไม่พูดเยอะหรอกค่ะคุณปวีร์..." นนท์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง แววตาของเลขาหนุ่มในยามนี้เปลี่ยนเป็นดุดันและทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "เพราะถ้าเขาอยากได้อะไร เขาใช้เงินฟาดจนมันเป็นของเขาได้ทันที... โดยไม่ต้องมานั่งประกาศศักดาให้เสียเวลาเหมือนคุณ"
ปวีร์หน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หันขวับไปมองหน้าเลขาหน้าห้องที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้องประชุม
"คุณ... คุณปวีร์คะ! แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายกฎหมายโทรมาแจ้งว่า... มีนักลงทุนรายใหญ่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเราผ่านพอร์ตบล็อกเทรดในราคาบล็อกดีลแบบเบ็ดเสร็จ ตอนนี้... ตอนนี้เราไม่ใช่ผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วค่ะ! บอร์ดบริหารชุดเก่าถูกปลดออกทั้งหมด เหลือเพียงรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งคนใหม่... ซึ่งก็คือ..."
เลขานุการสาวกลืนกากคำพูดลงคอด้วยความหวาดกลัว ปลายเรียวชี้นิ้วสั่นเทามายังชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้ารินรดา
"...คือคุณนนท์ค่ะ!"
ความเงียบกริบปกคลุมห้องประชุมใหญ่ทันที ทุกสายตานับสิบคู่หันขวับมามองนนท์เป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ร่างของปวีร์ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะยืนหยัด สติปัญญาที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อรู้ว่าตอนนี้ ชายหนุ่มที่เขาเคยเหยียดหยามและกลั่นแกล้งสารพัด... กลับกลายเป็นเจ้าของบริษัทที่เขานั่งบริหารอยู่
รินรดายิ้มเยาะอย่างสะใจ เธอเดินเข้าไปควงแขนนนท์ไว้หลวมๆ ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในตัวคู่หมั้นหนุ่ม
"ไงคะคุณปวีร์? สนุกไหมคะกับเกมการเงินรอบนี้?" เสียงหวานใสเอ่ยเย้าแหย่ "อ้อ... ลืมบอกไปค่ะว่า ห้องทำงานท่านประธานบริษัทที่คุณนั่งอยู่เนี่ย รินรดาจองไว้ให้คุณเก็บของออกภายในเที่ยงวันนี้แล้วนะคะ ช่วยกรุณาเคลียร์โต๊ะให้เรียบร้อยด้วยล่ะค่ะ คนมีความสามารถอย่างคุณคงไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลหรอกจริงไหมคะ?"
ปวีร์อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองและความอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาพยายามจะอ้าปากเถียงแต่ก็ไม่มีคำหลุดออกมาสักคำ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดและชัยชนะตกเป็นของฝั่งนนท์อย่างเบ็ดเสร็จ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำสวมสูทสากลนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบห้องประชุมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนท่าทางทรงอำนาจ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีใครในวงการธุรกิจคาดคิดว่าจะมาเหยียบที่นี่ในเวลานี้
ชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่นนท์ โค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องช็อกตาค้างยิ่งกว่าเดิม
"เรียนท่านประธานนนท์... ทางสำนักงานใหญ่ต่างประเทศแจ้งมาว่า หุ้นของตระกูลศิริวัฒน์ที่คุณเพิ่งกว้านซื้อไปเมื่อครู่ ถูกโอนย้ายเข้าสู่กองทุนลับ 'โกลบอล แคปิตอล' เรียบร้อยแล้วครับ และตอนนี้... ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทแม่ในต่างประเทศกำลังเดินทางมาถึงชั้นล่างเพื่อขอเข้าพบท่านเป็นกรณีเร่งด่วนครับ!"
นนท์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับผุดขึ้นที่มุมปาก ขณะที่รินรดาหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาประหลาดใจระคนตื่นเต้น
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
— ไอศกรีมมินต์ช็อก
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 6
คนรวยเขาไม่พูดเยอะ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!