เสียงกริ๊งใสจากการรูดบัตรผ่านเครื่อง EDC ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้องโถงใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกพื้นก็คงดังราวกับเสียงอสุนีบาต รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองพนักงานขายแบรนด์เนมระดับโลกที่ตอนนี้อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ ส่วนปวีร์... อดีตเพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นศัตรูหัวใจและจ้องจะเหยียบย่ำนนท์มาตลอด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน บัดนี้กลับซีดเผือดราวกับกระดาษสา
สลิปกระดาษความร้อนสีขาวค่อยๆ ไหลออกมาจากเครื่องพิมพ์ช้าๆ ในจังหวะนั้นเอง หัวใจของนนท์ก็เต้นกระหน่ำราวกับมีกลองเพลมาตีรัวอยู่ข้างหู
[ติ๊ง!]
เสียงแจ้งเตือนจักรกลเย็นเยียบแต่ทรงพลังดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็นมัน
[ระบบมหาเศรษฐีพันล้าน ได้รับการปลุกสำเร็จ!]
[ยินดีด้วยครับ/ค่ะ... อ๊ะ ขออภัยค่ะท่านผู้ใช้ ระบบได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ท่านได้รับเงินก้อนแรกจำนวน 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวแบบไร้ร่องรอยและถูกกฎหมาย 100% เรียบร้อยแล้วค่ะ!]
[ภารกิจเฉพาะหน้า: ตบหน้าพวกดูถูกเหยียดหยามด้วยความรวยระดับซุปเปอร์ริช! รางวัลคอมโบ: ปลดล็อกอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองในตอนถัดไปทันที หากท่านทำคะแนนความสะใจจากรี้ดเดอร์และคนรอบข้างทะลุเป้า!]
นนท์กะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยคิดคำนวณแต่เรื่องตัวเลขงบประมาณบริษัทอันแห้งแล้ง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยตัวเลขศูนย์เจ็ดตัวที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในบัญชี ธนาคารสีเขียวในมือถือสั่นเตือนรัวๆ ข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าสิบล้านบาทถูกป็อปอัปขึ้นมาตอกย้ำความจริง
นี่ไม่ใช่ความฝัน... เขามีเงินสิบล้านอยู่ในมือแล้วจริงๆ และนี่เป็นแค่ "เงินก้อนแรก" เท่านั้น!
"คะ... คุณผู้ชายคะ ยอดเงินถูกตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ! บัตร... บัตรใบนี้ผ่านการอนุมัติวงเงินพิเศษแบบไร้ขีดจำกัดค่ะ!" พนักงานสาวผู้ถือเครื่อง EDC เสียงสั่นเครือ เธอก้มหัวโค้งคำนับจนแทบจะราบไปกับพื้น ความเย่อหยิ่งและสายตาดูถูกที่เคยใช้มองคู่หนุ่มสาวเมื่อครู่ มลายหาย
ปวีร์กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและไม่อยากจะเชื่อสายตา "เป็นไปได้ยังไงวะ! นนท์!แกมันก็แค่เลขากระจอกๆ ที่กินเงินเดือนไปวันๆ จะเอาปัญญาที่ไหนไปมีบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดแบบนี้ หรือว่า... แกไปโกงเงินบริษัทมา!"
คำกล่าวหาพล่อยๆ นั้นดังพอที่จะทำให้ผู้คนรอบข้างหันมาซุบซิบกันอีกครั้ง รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอดังกังวาน เย็นชา และเต็มไปด้วยความดูแคลนระคนสะใจ เธอสาวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างนนท์ มือเรียวบางเกี่ยวแขนแกร่งของเขาไว้แนบแน่น แสดงออกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจน
"ปากดีนะปวีร์..." รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองชายหนุ่มหัวสูงด้วยหางตา "โกงบริษัทเหรอ? พูดจาระวังปากหน่อยนะคะคุณชายตกอับ ตระกูลของคุณต่างหากที่กำลังจะล้มละลายจนต้องเอาภาระหนี้มาแปะไว้ที่ห้างของเรา นนท์เขาเป็นถึงเลขาผู้บริหารมือทอง จะเอาเวลาไหนไปโกง เงินเดือนเขาก็สูงกว่าเบี้ยเลี้ยงที่คุณใช้ผลาญไปวันๆ ซะอีก!"
นนท์เหลือบมองรินรดาเล็กน้อย แววตาของเธอมีความห่วงใยซ่อนอยู่ใต้ความดุดันและวาจาเชือดเฉือนนั้น เขาอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากการถูกกดขี่ในฐานะเลขามาหลายปีสลายหายไปจนหมดสิ้น
เขาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปแผ่บรรยากาศกดดันอันทรงพลังออกมาอย่างไม่รู้ตัว รัศมีของความเป็น "มหาเศรษฐี" ที่เพิ่งถูกปลุกเร้าทำให้แม้แต่ปวีร์ยังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"โกงเหรอครับคุณปวีร์..." นนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว รอยยิ้มมุมปากของเขาช่างเยือกเย็นและอันตราย "เงินสิบล้านเมื่อครู่นี้... สำหรับผมมันก็แค่เศษเงินค่าขนมที่คุณใช้ซื้อกาแฟในหนึ่งเดือนเท่านั้นเองมั้งครับ? อ้อ... ถ้าคุณอยากรู้จังว่าผมเอาเงินมาจากไหน ทำไมเราไม่ลองมาเดิมพันกันดูล่ะครับ?"
"เดิมพันบ้าอะไรของแกวะ!" ปวีร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ร้านค้าแบรนด์เนมเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนทั้งคู่
"เดิมพันว่า... วันนี้คุณกล้าพอที่จะซื้อกระเป๋าและเครื่องประดับทุกชิ้นในร้านนี้ให้คู่ควงของคุณเหมือนที่ผมเพิ่งจ่ายให้คุณรินรดาหรือเปล่าล่ะครับ?" นนท์กวาดสายตามองหญิงสาวแต่งกายจัดจ้านที่ยืนเกาะแขนปวีร์อยู่ "ถ้าคุณกล้า... ผมจะควักเงินสดให้อีกห้าสิบล้านตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าคุณไม่กล้า..."
นนท์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันถึงขีดสุด
"...กรุณาก้มกราบขอโทษผมและคุณรินรดาตรงนี้ สามครั้ง พร้อมกับพูดว่า 'ผมมันเป็นแค่สุนัขจนตรอกที่ชอบเห่าหอนใส่คนรวย' ตกลงไหมครับ?"
เพล้ง! ราวกับมีกระจกแตกละเอียดอยู่ในอกของปวีร์ หน้าของเขาเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความอับอายขายหน้าท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อยที่กำลังมุงดูและหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป เงินห้าสิบล้านบาท? อย่าว่าแต่ห้าสิบ миллион เลย แค่เงินสดห้าหมื่นตอนนี้เขาก็แทบจะต้องไปกราบกรานยืมคนอื่นแล้ว!
รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอซบศีรษะลงกับไหล่กว้างของนนท์อย่างออดอเซาะ กระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังใจสั่นระทึก "เล่นแรงแบบนี้... ฉันชอบนะคะคุณเลขา"
นนท์ยิ้มรับ เขากำลังจะเอ่ยปากตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้ปวีร์ต้องดิ้นตายคาที่ ทว่าจังหวะนั้นเอง...
[ติ๊ง! แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ!]
[ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคามสูงสุด: ประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจกำลังเดินเข้ามาในรัศมี 20 เมตร พร้อมกับผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ถืออำนาจถอดถอนคุณ!]
เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสคู่กำลังมุ่งตรงมายังร้านค้าแห่งนี้ บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน
ประตูกระจกบานใหญ่ของร้านถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทปักลายทองอร่าม ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของรินรดาและเป็นคนที่พยายามฮุบห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"แหม... เสียงดังเอะอะอะไรกันตรงนี้ เด็กๆ สมัยนี้นี่มันไร้มารยาทจริงๆ... โดยเฉพาะแก นนท์ แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาทำตัวกร่างใช้เงินมือเติบในอาณาจักรของฉัน!"
นนท์หรี่ตามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มเยnชาผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ในเมื่อระบบส่งเหยื่อมาให้ตบหน้าถึงที่... เขาก็ไม่รังเกียจที่จะจัดให้อย่างสาสมเช่นกัน!
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บซี้ดนี้เสมอนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของ "ไอศกรีมมินต์ช็อก"!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 2
ติ๊ง! ระบบเศรษฐีพันล้านเริ่มต้นขึ้น
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!