แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงระยับถูกสั่นคลอนเบาๆ ตามจังหวะเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระคนอยู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง ปวีร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มสมเพช สายตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความริษยาคู่นั้นกวาดมองร่างสูงในชุดสูทสีเข้มของนนท์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาเศษกระดาษที่ไร้ค่า
"ไวน์แก้วนี้ราคาครึ่งแสน... นนท์ นายคิดเหรอว่าเงินเดือนเลขาจิ๊บจ๊อยอย่างนาย จะหาญกล้ามาเดินเฉิดฉายอยู่ในงานเลี้ยงระดับไฮโซแบบนี้ได้โดยไม่ต้องคอยเกาะชายกระโปรงใครกิน?" เสียงของปวีร์ดังพอที่จะเรียกสายตาจากแขกเหรื่อรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว
หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสยาวปักเลื่อมระยิบระยับซึ่งยืนคลอเคลียอยู่ข้างกายปวีร์ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ เธอคือแฟนเก่าของนนท์ผู้เคยทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะเขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่รถยนต์ขับ ดวงตาคู่สวยที่เคยออดอ้อนเขาในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
"ปล่อยเขาเถอะค่ะปวีร์ คนจนๆ ต่อให้พยายามแต่งตัวดูดีแค่ไหน ก็กลิ่นอายความยากจนมันก็ยังโชยออกมาอยู่ดีนะคะ" น้ำเสียงเย้ยหยันนั้นจงใจเปล่งออกมาให้ดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยินชัดเจน
นนท์ยังคงนิ่งเงียบ แววตาของเขาสงบนิ่งราวน้ำลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง แม้ภายนอกเขาจะเป็นเพียงเลขาหนุ่มผู้เงียบขรึมและต้องทนรับหน้าเสื่อแทนเจ้านายในค่ำคืนนี้ แต่ภายในห้วงความคิดของเขากลับกำลังมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบอภิมหาเศรษฐีที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขในบัญชีที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านความลับกำลังพุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่าตกใจ ทุกวินาทีที่เขายืนรับคำดูถูกเหล่านี้ คือดอกเบี้ยที่ปวีร์จะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและทุกคนกำลังรอชมความอับอายของเลขาหนุ่ม ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงที่พอเหมาะพอเจาะ ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาด้วยฝาดก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง รินรดา คุณหนูทายาทห้างดังผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจและปากจัดเป็นที่หนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอกวาดสายตามองกลุ่มคนที่ยืนล้อมรอนท์ด้วยความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่ามองเศษฝุ่น
"อุ๊ย เสียงหมาเห่ามาจากมุมไหนกันนะ ถึงได้หนวกหูบรรยากาศในงานเสียจริง" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนนท์อย่างอารักขา พร้อมกับใช้มือเรียวบางปัดป้องไหล่ของชายหนุ่มราวกับปัดฝุ่นละอองที่น่ารังเกียจออกให้
ปวีร์หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นทายาทตระกูลใหญ่ผู้กุมอำนาจทางธุรกิจในมือ แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มแล้วโค้งตัวทักทาย "คุณรินรดาครับ ผมแค่กำลังเตือนสติเพื่อนเก่า... ว่าบางทีการที่คนระดับเลขาจะทำตัวเกินฐานะ มันอาจจะทำให้ตระกูลใหญ่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงได้นะครับ"
"เพื่อนเก่า?" รินรดาทวนคำนั้นด้วยเสียงสูง เธอแค่น้ำเสียงหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด "คนอย่างคุณมีค่าพอจะเป็นเพื่อนกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ปวีร์? ห.ล.ง.ต.ั.ว.เ.อ.ง เสียจริงนะ"
บรรยากาศในงานเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่การปะทะคารมระหว่างคุณหนูตัวร้ายกับอดีตเพื่อนรักผู้เย่อหยิ่ง นนท์เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรินรดาเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นผ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด หญิงสาวคนนี้ไม่เพียงแต่ยืนหยัดเคียงข้างเขาในยามที่ถูกเหยียดหยาม แต่เธอยังพร้อมที่จะกระชากหน้ากากของพวกจอมปลอมเหล่านี้ให้หลุดร่วงลงต่อหน้าธารกำนัล
ปวีร์เริ่มรู้สึกเสียหน้าเมื่อถูกหักหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ เขาจึงกัดฟันกรอดแล้วพูดท้าทายออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว "ถ้าปากดีนัก งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิครับว่าเลขาจนๆ อย่างมัน จะมีปัญญาซื้อไวน์ราคาขวดละล้านในงานนี้เลี้ยงแขกสักขวดไหม! หรือทำได้แค่ยืนเกาะผู้หญิงกินไปวันๆ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ รอบบริเวณ ไวน์วินเทจหายากขวดนั้นเป็นไฮไลท์ของงานที่แม้แต่เศรษฐีหลายคนยังต้องคิดหนักก่อนจะสั่ง ปวีร์จงใจบีบให้มุมอับจนทาง เพื่อให้เลขาหนุ่มต้องก้มหัวขอขมาเขาต่อหน้าทุกคน
รินรดาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์ของเธอ แต่นนท์กลับยกมือขึ้นแตะแขนเธอเบาๆ เป็นเชิงห้าม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ปวีร์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"ไวน์ขวดละล้านเหรอครับ..." นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนกดขี่ข่มขวัญคนฟังให้ต้องหยุดหายใจ "สำหรับคุณมันอาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยการเลียแข้งเลียขาคนอื่น... แต่สำหรับผม มันเป็นแค่เศษเงินทอนจากการซื้อกาแฟแก้วเดียวเท่านั้นเองครับ"
พูดจบ นนท์ก็หยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ลวดลาย (Black Card) ที่ปลดล็อกวงเงินไม่จำกัดผ่านระบบอมตะออกมาถือไว้ในมืออย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะยื่นส่งให้กับพนักงานเสิร์ฟที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ปวีร์และแฟนเก่าถึงกับหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"เหมาไวน์ทุกขวดในงานนี้... แล้วส่งบิลไปที่บัญชีส่วนตัวของผมได้เลยครับ"
เสียงกริ๊งใสจากการรูดบัตรผ่านเครื่อง EDC ดังขึ้นก้องกังวานท่ามกลางความเงียบสงบชวนอึ้งของห้องโถงใหญ่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนแรกด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม•ตอนที่ 1
เลขาจนๆ กับการดูถูกที่ลืมไม่ลง
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายกับนายเลขาสุดคลั่งรัก: อย่าท้าทายเงินในกระเป๋าผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!