เสียงกระแทกของแก้วไวน์ราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนในเลานจ์วีไอพีของสมาคมฮันเตอร์ดังกังวาน บ่งบอกถึงความหงุดหงิดของผู้เป็นเจ้าของ ร่างหนาของ "กริช" หัวหน้าปาร์ตี้ "พายุคลั่ง" แรงก์ A ขยับเนกไทราคาแพงด้วยความอึดอัด สายตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งกวาดมองผู้คนที่อยู่รายล้อม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หญิงสาวร่างเพรียวในชุดฮันเตอร์ยับเยินที่นั่งก้มหน้าอยู่มุมห้อง
"ฟ้าใส เลิกทำหน้าเป็นซากศพได้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำแต่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจเอ่ยขึ้น "เธอควรจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ฉันยังเมตตาชวนเธอกลับเข้าปาร์ตี้ ถึงไอ้สวะรินทร์มันจะตายห่าไปในดันเจี้ยนแรงก์ S แล้วก็ช่างมันเถอะ มันก็แค่ตัวถ่วงที่เกาะเธอเป็นปลิงไม่ใช่หรือไง?"
ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวบางกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนยังคงหลอกหลอน รินทร์ถูกผลักให้เป็นเหยื่อล่อเพื่อให้ปาร์ตี้รอดชีวิต กริชเป็นคนสั่งการด้วยรอยยิ้มเย็นชา ขณะที่เธอกรีดร้องแทบขาดใจแต่กลับถูกลูกน้องของมันล็อกตัวไว้
"ฉันไม่ใช่ตัวถ่วง... และรินทร์ก็ไม่ได้ตาย!" ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "พวกคุณต่างหากที่ฆ่าเขา! พวกคุณมันคนสารเลว!"
"เพียะ!"
เสียงตบหน้าดังสนั่นลั่นห้อง กริชสะบัดมือออกด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรด "นังนี่! รักกันมากนักใช่ไหม? งั้นก็ตามมันไปลงนรกซะสิ! ถ้าไม่มีปาร์ตี้พายุคลั่งรับรอง เธอจะกลายเป็นแค่ฮันเตอร์ไร้ค่าที่ไม่มีใครแม้แต่จะชายตาแล!"
รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสมาชิกปาร์ตี้คนอื่น ๆ ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ไม่มีแม้แต่ความเห็นใจ ในโลกของฮันเตอร์ เงินและพลังคือพระเจ้า ใครอ่อนแอก็ต้องถูกเหยียบย่ำ—นั่นคือสัจธรรมที่กริชยึดถือมาตลอด
ทว่า... ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินหัวใจของฟ้าใส ประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะของเลานจ์วีไอพีก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ!
*โครม!!*
เศษกระจกนับพันชิ้นร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย ท่ามกลางกลุ่มควันจาง ๆ ที่ลอยอวล ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวาน บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบ แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้ฮันเตอร์แรงก์ A หลายคนถึงกับหายใจไม่ออกแผ่พุ่งออกมาจากร่างนั้น
กริชผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าฉายแววเกรี้ยวกราด "ไอ้บ้าที่ไหนกล้าบุกรุกพื้นที่วีไอพีของสมาคมฮันเตอร์ อยากตายนักหรือไงวะ!"
ร่างนั้นหยุดเดิน เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย ดวงตาสดใสแต่ลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความ
มิตรภาพ แต่เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังมองดูเหยื่อในกำมือ
"จำไม่ได้จริง ๆ หรือครับ... หัวหน้ากริช"
น้ำเสียงนุ่มทุมแต่ทรงพลังดังขึ้น รินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์สะท้อนลงบนเรือนผมและเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่มูลค่าของมันรวมกันอาจซื้อคฤหาสน์ได้ทั้งหลัง
กริชเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความโกรธเกรดเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ "ทะ... ทำไมแก... แกยังไม่ตาย! ดันเจี้ยนแรงก์ S นั่นมันนรกชัด ๆ ไม่มีทางที่ฮันเตอร์แรงก์ F อย่างแกจะรอดออกมาได้!"
"แรงก์ F อย่างนั้นหรือครับ?" รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำเอาบรรดาฮันเตอร์ในห้องถึงกับสันหลังวาบ "ก็น่าแปลกดีนะครับ ทั้งที่ผมเคยเป็นแค่ฮันเตอร์ไร้ค่าในสายตาพวกคุณ แต่ทำไมตอนนี้... แค่กระดิกนิ้วครั้งเดียว บริษัทจัดหาฮันเตอร์ของพวกคุณก็อาจจะล้มละลายหายไปจากแผนที่โลกได้ในพริบตา"
ฟ้าใสอ้าปากค้าง หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยหยุดไหลทันที เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ทับถม ทั้งตกใจ โหยหา และไม่อยากเชื่อสายตา รินทร์คนเดิมที่เคยเนื้อตัวมอมแมมและเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ บัดนี้กลับมีรัศมีของความเป็นผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
"แก... แกพูดบ้าอะไรวะ! แค่รอดมาได้ทำเป็นปากดี!" กริชพยายามข่มความกลัวด้วยการเรียกดาบใหญ่ประจำตัวออกมา ออร่าสีแดงฉานแผ่พุ่งจากร่างแรงก์ A "ต่อให้แกฟลุกรอดมาได้ แต่แกก็ยังเป็นแค่สวะอยู่ดี วันนั้นฉันผลักแกตกเหวได้ วันนี้ฉันก็ฆ่าแกให้ตายจริง ๆ ได้เหมือนกัน!"
กริชพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง หมายจะปลิดชีพรินทร์ด้วยการโจมตีครั้งเดียวเพื่อรักษาหน้าท่ามกลางลูกน้อง
ฟ้าใสกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "รินทร์! ระวัง!"
แต่รินทร์กลับไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหลบ เขายืนกอดอกมองการพุ่งเข้ามาของฮันเตอร์แรงก์ A ราวกับกำลังดูตัวตลกเล่นละครสัตว์ สายตาคู่นั้นนิ่งสงบจนน่ากลัว
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรินทร์ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ระบบตรวจพบการคุกคามระดับต่ำ]
[ทำการเปิดใช้งาน: เกราะป้องกันมหาเศรษฐี (Millionaire Absolute Defense)]
[หักเงินในบัญชี: 1,000,000 บาท เพื่อสร้างสนามพลังปฏิเสธความเสียหาย]
สิ้นเสียงระบบ ร่างของรินทร์ก็ถูกห่อหุ้มด้วยละอองแสงสีทองจาง ๆ ชั่วพริบตาที่ดาบใหญ่ของกริชฟันลงมาที่หัวไหล่ของเขา—
*เปรี้ยง!!*
เสียงโลหะปะทะกับสนามพลังดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนมหาศาลดีดร่างของกริชกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังห้องจนปูนแตกร้าวเป็น Rags ร่างหนากระอักเลือดคำโตออกมาทันที ดาบใหญ่ในมือหักเป็นสองท่อน!
"อึก... เป็นไปไม่ได้...!" กริชเบิกตาโพงด้วยความหวาดกลัวขีดสุด แรงกระแทกเมื่อครู่ทำเอาอวัยวะภายในของเขาแทบแหลกสละ
รินทร์ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหมดสภาพ เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของหัวหน้าปาร์ตี้ผู้หยิ่งยโสให้เงยขึ้นสบตา
"คุณบอกว่าผมเป็นสวะงั้นหรือครับ?" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก "น่าเสียดายจังนะครับ... เพราะในโลกของผมตอนนี้ คนอย่างคุณ... แม้แต่จะมาเป็นหมาเฝ้าประตูให้ผม ผมยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง บรรดาฮันเตอร์ลูกน้องของกริชต่างตัวสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า โลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว และคนที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าชีวิตที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึง
รินทร์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาไม่ได้สนใจกริชอีกต่อไป แต่หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้
กับฟ้าใสที่กำลังนั่งอึ้งอยู่
"กลับกันเถอะครับฟ้าใส... บ้านของเราตอนนี้ เปลี่ยนไปเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วนะ"
ฟ้าใสพยักหน้ารัว ๆ น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอรีบวิ่งเข้าไปโผกอดเอวของรินทร์แน่น ซุกใบหน้าลงกับอกเสื้อสูทเนื้อดี รินทร์ยกมือขึ้นโอบกอดเธอไว้ ลูบเรือนผมอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะแค่นหัวเราะ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของรินทร์ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบงันภายในห้อง เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว กดรับสายโดยไม่ละสายตาจากกลุ่มคนที่กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้า
"ท่านครับ..." เสียงปลายสายดังลอดออกมาด้วยความร้อนรนและนอบน้อมอย่างถึงที่สุด "ทางเราได้กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของสมาคมฮันเตอร์สาขาหลักเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ท่านคือผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% และคำสั่งแรกของท่าน..."
รินทร์เหลือบมองกริชที่กำลังหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ไล่พวกมันออกให้หมด... แล้วขับไล่ออกจากเมืองนี้ภายในหนาทีก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดดังขึ้นยืนยันการทำธุรกรรมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทในกระเป๋าเสื้อของเขา พร้อมกับเงาร่างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำที่บินมาจอดตรึงอยู่บนดาดฟ้าเหนือเลานจ์ พร้อมเตรียมถล่มทุกอย่างตามบัญชาของผู้เป็นนาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก•ตอนที่ 4
ตบหน้าศัตรูคนแรก
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!