เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพงระยับดังสนั่น ลั่นห้องประชุมใหญ่ของกิลด์ "พยัคฆ์ทมิฬ" กิลด์ระดับท็อปเท็นของประเทศ แรงกระแทกนั้นทำให้แก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือนจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนขอบโต๊ะ
"นี่มันเรื่องตลกอะไรกันวะ!"
เสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากชายวัยกลางคนร่างหนา นามว่า "กิตติ" ประธานกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะจ้องมองกระดาษแผ่นเดียวในมือ ใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด
"มันส่งจดหมายแจ้งเตือนมาอีกแล้วเหรอครับ ท่านประธาน?" เลขานุการหนุ่มข้างกายถามด้วยเสียงสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
"ไม่ใช่แค่แจ้งเตือน..." กิตติขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ ก่อนจะเหวี่ยงมันลงพื้นอย่างไร้ความปรานี "แต่มันคือการยื่นคำขาด! ไอ้สวะรินทร์... มันกล้าดียังไงถึงส่งใบเสนอราคาค่าจ้างเคลียร์ดันเจี้ยนแรงก์ S มาให้เราในราคา 'หนึ่งหมื่นล้านบาทถ้วน' แถมยังระบุด้วยว่า ถ้าไม่จ้างภายในสามชั่วโมงนี้ พวกเราต้องเตรียมตัวรับมือกับฝูงมอนสเตอร์หลุดทะลักจากดันเจี้ยนที่มันกุมสภาพไว้!"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ผู้บริหารระดับสูงของกิลด์ต่างกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ใครจะไปคิดว่าเด็กหนุ่มผู้เคยเป็นเพียงฮันเตอร์แรงก์ศูนย์ที่พวกมันเคยเหยียบย่ำและขับไล่ออกไปอย่างไม่ใยดี จะพลิกเกมกลับมากลายเป็นผู้กุมชะตากรรมของกิลด์ใหญ่ได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ในขณะเดียวกัน ที่เพนท์เฮาส์หรูหราใจกลางเมือง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามยามค่ำคืนได้แบบ 360 องศา รินทร์กำลังยืนจิบไวน์ราคาแพงลิบลิ่วริมกระจกใสบานยักษ์ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นหรี่แคบลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงสถานะการตอบรับของกิลด์ต่างๆ ที่ทยอยส่งเข้ามา
"ดูเหมือนว่า 'พยัคฆ์ทมิฬ' จะยังลังเลสินะครับคุณรินทร์" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความกังวลเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง ฟ้าใส ในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาใกล้ เธอวางมือเรียวลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มสัมผัสแผ่วเบานั้นช่วยคลายความตึงเครียดในบรรยากาศลงได้บ้าง แม้ในใจเธอยังคงเต้นระรัวเมื่อนึกถึงตัวเลขมหาศาลในบัญชีระบบ
รินทร์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกหรู เขาหันกลับมาโอบเอวบางของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ปลายนิ้วเรียวลูบไล้เส้นผมสีดำสนิทของเธอเบาๆ
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะครับฟ้าใส" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "คนที่เคยเหยียบย่ำเรา จนเราเกือบเอาชีวิตไม่รอดในดันเจี้ยนวันนั้น สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมแล้ว การที่ผมตั้งบริษัท 'ชาโดว์ โฮลดิ้ง' ขึ้นมา ไม่ได้ทำเพื่อการกุศล... แต่ผมสร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นอาณาจักร ที่จะบดขยี้ศักดิ์ศรีจอมปลอมของพวกสภาฮันเตอร์และกิลด์ใหญ่ให้แหลกคามือต่างหาก"
ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่เธอฝากชีวิตไว้ ดวงตาของเธอมีประกายแห่งความเชื่อมั่นและเทิดทูน เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายนี้ รินทร์ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและการต่อสู้กับระบบที่โหดร้ายเพียงใด แต่ในเมื่อเขากลายเป็นผู้ครอบครอง "ระบบมหาเศรษฐี" ที่สามารถเปลี่ยนทุกย่างก้าวให้เป็นมูลค่าและพลังงานดิบได้ โลกใบนี้ก็ไม่มีอะไรที่เขาต้องเกรงกลัวอีกต่อไปแล้ว
"ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอครับ... เอ๊ย หมายถึง ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะคะ... เอ่อ ผมหมายถึง..." ฟ้าใสเผลอหลุดปากพูดตามความคุ้นเคย จนใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
รินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเอ็นดู เขาก้มลงจหน้าผากมนของเธอแผ่วเบa "ไม่ว่าคุณจะพูดสรรพนามแบบไหน ผมก็รักและให้เกียรติคุณเหมือนเดิมครับ... เอาล่ะ ได้เวลาไปเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในฐานะซีอีโอคนใหม่ให้พวกมันช็อกกันเล่นๆ แล้ว"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรินทร์ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีทองเรืองแสง
[ภารกิจหลักสำเร็จ: ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจฮันเตอร์ 'ชาโดว์ โฮลดิ้ง']
[รางวัล: ปลดล็อกสิทธิ์การซื้อกิจการกิลด์ระดับ S แบบเบ็ดเสร็จ 100%, เงินสดในระบบเพิ่มขึ้น 50,000,000,000 บาท]
[สถานะปัจจุบัน: มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกฮันเตอร์]
รินทร์ยิ้มรับความสำเร็จตรงหน้า เขากดหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อส่งคำสั่งสุดท้ายไปยังระบบการเงินหลัก
ที่ชั้นล่างสุดของตึกกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ประตูลิฟต์นิรภัยเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตานับร้อยของเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงที่มารวมตัวกันด้วยความตื่นตระหนก รินทร์ก้าวเท้าออกมาด้วยสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงออร่าอันทรงพลังของแรงก์ SSS ที่แผ่ขยายออกจนทุกคนต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ
ด้านหลังของเขาคือฟ้าใส และกองกำลังบอดี้การ์ดในชุดสูทที่ถูกซื้อตัวมาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก
"แก... แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไงวะไอ้รินทร์!" กิตติที่วิ่งหน้าตั้งลงมาพร้อมกับผู้บริหารคนอื่นๆ ตะโกนลั่นด้วยความตกใจสุดขีด
รินทร์หยุดเดิน เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ควักบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่ไม่มีวงเงินจำกัดออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้ว
"ผมไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับท่านประธานกิตติ..." รินทร์กวาดสายตามองหน้าทุกคนทีละคนด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับมองมดปลวก "แต่ผมมาที่นี่เพื่อ... 'ซื้อ' กิลด์พยัคฆ์ทมิฬทั้งหมด ในราคาที่พวกคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ"
สิ้นคำพูดนั้น รินทร์ก็แตะบัตรเครดิตลงบนเครื่องอ่านบัตรไร้สายที่ลูกน้องถือมาด้วยเสียงดัง 'ติ๊ด' กังวานไปทั่วโถงกิลด์ พร้อมกับหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดยักษ์หน้าตึกที่เปลี่ยนเป็นคำว่า [ซื้อกิจการสำเร็จ] สีทองอร่าม
กิตติและเหล่าผู้บริหารหน้าซีดเผือดเข่าทรุดลงกับพื้นทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อตระหนักได้ว่า ตอนนี้พวกมันกลายเป็นลูกจ้างภายใต้เงาของคนที่เคยเหยียบย่ำไปเสียแล้ว
และในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำก็บินมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าตึก พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาที่ร่างของรินทร์และฟ้าใส ราชาแห่งโลกฮันเตอร์คนใหม่ได้อุบัติขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว
---
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" มาโดยตลอดนะครับ)
ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก•ตอนที่ 20
สร้างอาณาจักรของตัวเอง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!