เสียงค้อนไม้กระทบฐานหินดัง *ก๊อง!* สนั่นก้องไปทั่วห้องโถงประมูลใต้ดินระดับพรีเมียมของสมาคมฮันเตอร์ อาณาจักรแห่งความโลภที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงฉาน กลิ่นอายของเงินตราและอำนาจล้นพ้นอบอวลจนแทบทำให้หายใจไม่ออก สายตานับร้อยคู่ในห้องประมูลวีไอพีต่างจับจ้องไปยังเวทีกลาง ที่ซึ่งกรงแก้วนิรภัยกำลังจัดแสดงไอเทมชิ้นรองสุดท้ายของค่ำคืนนี้
"เกราะอกมังกรเพลิงทมิฬ... ไอเทมระดับตำนานที่ขุดค้นพบจากดันเจี้ยนหายนะแรงก์ S เปิดราคาเริ่มต้นที่ห้าร้อยล้านเครดิตครับ!"
เสียงประกาศของประธานผู้ดำเนินการประมูลดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น แต่ทว่า บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบกริบลงชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะไม่มีใครอยากได้ แต่เพราะชื่อของผู้ที่กำลังครองราคาเสนอสูงสุดในตอนนี้คือ "กิตติ" ประธานบริษัทกิตติกรุ๊ป มหาเศรษฐีผู้ผูกขาดตลาดอาวุธฮันเตอร์ในเขตภาคกลาง ผู้ซึ่งนั่งไขว่ห้างด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งอยู่ในโซนวีไอพีแถวหน้า
กิตติยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น สายตาคมปลาทองกวาดมองไปรอบห้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขารู้ดีว่าในค่ำคืนนี้ ไม่มีใครหน้าไหนมีเงินสดสำรองมากพอจะสู้กับอำนาจเงินของเขาได้อีกแล้ว
"หรอยล้านสุดท้าย... มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ? ห้าร้อยล้านครั้งที่หนึ่ง... ห้าร้อยล้านครั้งที่สอง..."
"หพันล้าน"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานก้องไปทั่วห้องประมูลขัดจังหวะค้อนไม้ที่กำลังจะเคาะลงมา เสียงนั้นไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้ทุกลมหายใจในห้องชะงักงัน
กิตติขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองยังระเบียงวีไอพีชั้นสองที่มืดทึบด้วยกระจกกันกระแสงทางเดียว ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ
ที่ตรงนั้น... ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟจากคริสตัลระย้าสะท้อนเข้ากับโครงหน้าคมคายและแววตาที่เยือกเย็นดั่งห้วงสมุทรลึก ข้างกายเขามีหญิงสาวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มยาวลากพื้นยืนเคียงคู่ ใบหน้าสะสวยของเธองดงามจนสะกดสายตาผู้คน แต่สิ่งที่สะดุดตากว่าคือรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้
ฟ้าใส... อดีตฮันเตอร์สาวแรงก์ A ที่เคยถูกเหยียบย่ำและลดระดับอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เธอกำลังยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดเคียงข้างชายผู้พลิกชะตากรรมของโลก
กิตติลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบင်းบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อจำได้ทันทีว่าไอ้หนุ่มหน้าจืดที่เคยคุกเข่าขอร้องเขาเมื่อหลายเดือนก่อน คือคนเดียวกับคนที่กำลังหยิบยื่นตัวเลขพันล้านท้าทายเขาในตอนนี้
"รินทร์! แก... แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้สวะ!" กิตติแผดเสียงลั่นห้องประมูลจนแขกคนอื่น ๆ ต้องหันมามองด้วยความตกใจ "ไอ้ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์ถังแตกอย่างแก ต่อให้ขายวิญญาณให้ปีศาจก็ไม่มีปัญญาหาเงินพันล้านมาซื้อเกราะชิ้นนี้หรอก! แกใช้เงินปลอมป่วนงานประมูลใช่ไหม!"
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นทั่วห้อง สายตานظرเหยียดหยามและสงสัยถูกส่งตรงไปยังรินทร์ราวกับลูกศรนับร้อยดอก
แต่รินทร์ไม่ได้สะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดไหล่เสื้อเบา ๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละออง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด
"เงินปลอมงั้นหรือครับคุณกิตติ?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย "โลกของฮันเตอร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเสียงเห่าหอนของคุณหรอกครับ แต่มันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขในบัญชีที่แม้แต่คุณก็นึกไม่ออกว่ามันมีศูนย์กี่ตัว"
ฟ้าใสเหลือบมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจของเธอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของรินทร์ไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือคือเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าพายุลูกใหญ่แค่ไหน พวกเขาก็พร้อมจะก้าวข้ามมันไปด้วยกัน
"ประธานผู้ดำเนินการประมูลครับ" รินทร์ละสายตาจากกิตติ หันไปมองผู้ดำเนินรายการบนเวทีที่กำลังยืนอ้าปากค้าง "ผมเสนอราคาพันล้าน และผมต้องการจบการประมูล ณ บัดนี้"
"ตะ... แต่ว่า กฎของสมาคม..." ผู้ดำเนินรายการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ต้องมีการตรวจสอบวงเงินเครดิตระดับแบล็กการ์ดก่อนครับท่าน"
"เชิญครับ"
รินทร์หยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากโลหะผสมไทเทเนียมสลักลวดลายระบบมหาเศรษฐีด้วยทองคำแท้ออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไม่รีบร้อน เขาโยนมันลงบนโต๊ะกระจกเบา ๆ เสียงโลหะกระทบพื้นผิวดัง *กริ๊ง* กังวานชัดเจน ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้อง
เจ้าหน้าที่เทคนิคของสมาคมรีบวิ่งขึ้นไปหยิบบัตรใบนั้นด้วยมือที่สั่นเทา เครื่องอ่านการ์ดไร้สายถูกทาบลงไปทันที
ติ๊ด!
แสงไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ปรากฏตัวเลขยอดเงินในบัญชีขึ้นกลางอากาศ ตัวเลขศูนย์ยาวเหยียดที่ต่อท้ายจำนวนเงินมหาศาลทำให้ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมที่นั่งอยู่แถวหน้าถึงกับตาค้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
*ยอดเงินคงเหลือ: 9,999,999,999,999 เครดิต (วงเงินไม่จำกัด)*
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วห้องประมูลอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม... มันคือความเงียบของความตกตะลึงพรึงเพริดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง กิตติถึงกับเข่าทรุดลงไปกระแทกกับเก้าอี้ ใบซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองเพิ่งไปหาเรื่องกับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ระเบียงกระจก กวาดสายตามองฝูงชนที่เคยเหยียดหยามเขาด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง
"เกราะมังกรเพลิงทมิฬชิ้นนี้... และทุกไอเทมที่เหลือในค่ำคืนนี้ ผมเหมาหมดครับ"
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมได้บทสรุปแล้ว ประตูเหล็กกล้าทางด้านหลังห้องประมูลกลับเปิดผางออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหน่วยรบพิเศษแรงก์ SSS สังกัดสมาคมใหญ่ที่พุ่งพรวดเข้ามาล้อมห้องไว้ทั้งหมด
ชายวัยกลางคนในชุดสูทรar ภูมิฐาน ใบหน้ามีแผลเป็นลากผ่านดวงตาข้างซ้ายก้าวออกมาจากแถวทหาร พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขามองตรงมาที่รินทร์แล้วเอ่ยด้วยเสียงก้องกังวาน
"จับกุมฮันเตอร์รินทร์ ข้อหาสมคบคิดกับดันเจี้ยนปริศนาและครอบครองระบบต้องห้าม!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก•ตอนที่ 7
การประมูลไอเทมต้องห้าม
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์กับระบบมหาเศรษฐีพลิกโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!