เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง•ตอนที่ 20

ข่าวลือในโลกโซเชียล

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมสั่นระริกราวกับจับไข้ป่า ข้อมูลมหาศาลไหลทะลักผ่านแถบแจ้งเตือนสีฟ้าจนเสียงติ๊งดังประสานกันระงมราวกับคอนเสิร์ตวงดนตรีร็อกนอกกระแส ถ้าคำนวณจากอัตราการรีเฟรชต่อวินาทีแล้ว ป่านนี้เซิร์ฟเวอร์หลักของหอคอยคงกำลังร้องขอชีวิตจากทีมงานเบื้องหลังไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ "ริน... นายเข้ามาดูนี่หน่อยสิ" เสียงของลูมิน่าดังขึ้นจากมุมห้องทำงาน อัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้เคยถือค้อนเหล็กศักดิ์สิทธิ์ประกาศกร้าวต่อหน้าปีศาจ ตอนนี้กลับกำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอแท็บเล็ต ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอด้วยความเร็วสูงจนผมเกรงว่ากระจกกันรอยจะแตกคามือ ชุดเกราะสีขาวสะอาดตาถูกถอดวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิร์ตสีครีมเรียบหรูที่ยับย่นเล็กน้อยจากการนั่งทำงานติดต่อกันร่วมสิบชั่วโมง ผมละสายจากกองกระดาษรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้าน 'เนโครซอฟท์' เดินเลี่ยงโครงกระดูกพนักงานฝึกหัดที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดชั้นหนังสืออย่างขะมักเขม้นเข้าไปใกล้ "มีอะไรหรือครับ คุณลูมิน่า หรือว่าระบบจัดส่งโครงกระดูกติดขัดอีก" ผมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางหยิบแก้วกาแฟอุ่นขึ้นจิบ "ยิ่งกว่านั้นเยอะ..." ลูมิน่าหันหน้าจอมาทางผม ดวงตาสอบสวนคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ระคนความรู้สึกประหลาดใจจนอธิบายไม่ถูก "นายลองดูนี่สิ... แฮชแท็ก #ดันเจี้ยนบำบัดโรค และ #เนโครแมนเซอร์สายปั่น ตอนนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของเทรนด์ยอดนิยมในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กของเหล่านักผจญภัยไปแล้วนะ!" ผมกวาดสายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ลูมิน่ายื่นมาให้ บนหน้าจอแสดงผลฟอรัมแลกเปลี่ยนข้อมูลชื่อดัง "Adventurer's Square" กระทู้หนึ่งมียอดผู้เข้าชมทะลุหลักล้านวิวภายในเวลาไม่ถึงหชั่วโมง ข้อความพาดหัวตัวหนาสีแดงฉานสะดุดตาจนแทบทะลุจอ *[รีวิว] จริงดิ?! เนโครแมนเซอร์ชั้น 3 เปิดดันเจี้ยนให้พนักงานโครงกระดูกนวดแผนโบราณ อาการปวดหลังจากแบกโล่แทงค์หายเป็นปลิดทิ้ง! (มีคลิปประกอบ)* ข้างใต้กระทู้นั้น เต็มไปด้วยความคิดเห็นนับหมื่นรายการที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย *[ความเห็นที่ 124,005 - นักรบคลั่งดาบเดี่ยว]*: "ตอนแรกกูก็นึกว่าพวกมิจฉาชีพหลอกลวงผู้เล่นใหม่ พอเพื่อนลากลงไปลองโดนโครงกระดูกนวดเส้นสายสะพายหลังเท่านั้นแหละ... แม่เจ้าโว้ย! สบายกว่าไปนอนแช่น้ำแร่ในเมืองหลวงอีกฟาสต์! แถมราคายังถูกกว่าร้านเวทมนตร์ฟื้นฟูตั้งครึ่งหนึ่ง!" *[ความเห็นที่ 124,006 - นักเวทสายซัพพอร์ตหน้าใหม่]*: "จริงค่ะ! เอ้ย... จริงครับ! (พิมพ์ติดติดเรท) โครงกระดูกผู้ช่วยของพี่รินเขานวดละมุนมาก มือไม่หนักไม่เบาเกินไป แถมยังมีบริการเสิร์ฟชาสมุนไพรระหว่างอบไอน้ำในห้องใต้ดินด้วย ประทับใจมาก ให้ห้าดาวเลยค่ะ... เอ๊ย ครับ!" *[ความเห็นที่ 124,007 - กิลด์มาสเตอร์โล่เหล็ก]*: "ใครพอจะมีพิกัดร้านนี้แบบละเอียดบ้าง? กิลด์เราส่งแทงค์ไปรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมจากการรับดาบบอสมาสามคนแล้ว หมอหลวงบอกต้องพักยาวหนึ่งเดือน แต่ถ้าใช้บริการที่ดันเจี้ยนนี้ น่าจะกลับมาลงดันต่อได้พรุ่งนี้เลย สนใจร่วมลงทุนแฟรนไชส์ติดต่อด่วนครับ!" ผมอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย ปิดฝาแก้วกาแฟลงเบาๆ "ดูท่าทาง... แผนการตลาดเชิงรุกที่เราวางไว้ จะได้ผลเกินคาดสินะครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ในใจกลับแอบคำนวณตัวเลขกำไรสุทธิที่จะพุ่งกระฉูดในสัปดาห์นี้ "เกินคาดอะไรกันเล่า!" ลูมิน่าดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น เธอทุบโต๊ะทำงานดังป้าบ "นายรู้ไหมว่าตอนนี้หน้าประตูทางเข้าดันเจี้ยนของเรามีคนต่อคิวยาวเหยียดไปจนถึงปากทางเข้าเมืองแล้วนะ! เหล่านักผจญภัยระดับสูงจากกิลด์ใหญ่ๆ แห่กันมาขอซื้อบัตรคิววีไอพีกันให้คว่ำ นายกำลังเปลี่ยนดันเจี้ยนสยองขวัญให้กลายเป็นรีสอร์ทเพื่อสุขภาพไปซะแล้วนะริน!" "มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่นี่ครับ" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ "ลองคิดดูสิครับคุณลูมิน่า แทนที่เราจะปล่อยให้ดันเจี้ยนชั้นใต้ดินว่างเปล่าแล้วรอให้พวกนักผจญภัยเข้ามาฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลอย่างไร้จุดหมาย การเปลี่ยนทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้กลายเป็นผู้ให้บริการที่มีทักษะเฉพาะทาง ย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ดีกว่า แถมยังลดอัตราการตายของนักผจญภัยลงได้ตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการท่องเที่ยวของหอคอยน่าจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้เราด้วยซ้ำไป" ลูมิน่าอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ คล้ายกับคนกำลังพยายามทำความเข้าใจตรรกะอันเพี้ยนหลุดโลกของผม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นทุกวินาทีบนหน้าจอนั้น เป็นหลักฐานชั้นดีว่า "วิชาเศรษฐศาสตร์เนโครแมนซี" ที่ผมคิดค้นขึ้นมาใช้งานได้ผลจริง "นายมัน... ปีศาจชัดๆ" อัศวินสาวพึมพำลอดไรฟัน "ไม่ใช่ในแง่ของเวทมนตร์นะ แต่หมายถึงหัวคิดทางธุรกิจต่างหาก นายหลอกใช้ความเหนื่อยล้าของเหล่านักผจญภัยมาเป็นเครื่องมือทำเงินได้อย่างหน้าตาเฉยเลย" "เขาเรียกว่าการสร้าง 'Win-Win Solution' ต่างหากล่ะครับ" ผมแก้ต่างด้วยรอยยิ้มสุภาพ "พวกเขาได้สุขภาพที่ดีกลับไป เราได้ทรัพยากรและเงินทองมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของดันเจี้ยน ทุกฝ่ายต่างมีความสุข... ว่าแต่ โครงกระดูกพนักงานนวดชุดที่สามที่เราอบรมไปเมื่อวาน พร้อมปฏิบัติงานหรือยังครับ?" "พร้อม... พร้อมยิ่งกว่าพร้อมอีก" ลูมิน่าถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เดิมแล้วหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาจัดการตารางนัดหมายต่อ "แต่บอกไว้ก่อนนะริน ถึงกระแสในโซเชียลจะกำลังบูมสุดๆ แต่มันก็เริ่มดึงดูดสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเข้ามาแล้วเหมือนกัน" รอยยิ้มบนใบหน้าของผมจางลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที "หมายถึงใครหรือครับ?" "พวกสภาสูงแห่งศาสนจักรและกลุ่มตรวจการดันเจี้ยนนะสิ" ลูมิน่าหรี่ตาลง มองหน้าผมด้วยความกังวล "พวกเขากำลังตรวจสอบว่าการกระทำของนายเข้าข่าย 'การใช้เวทมนตร์ต้องห้ามบิดเบือนวิถีธรรมชาติของดันเจี้ยน' หรือเปล่า แม้ว่านายจะไม่ได้ใช้โครงกระดูกไปทำร้ายใคร แต่การเอาศพมาเปิดร้านนวดแผนโบราณ... เอ่อ พูดออกไปใครเขาจะเชื่อว่ามันถูกกฎระเบียบของสมาคมนักผจญภัยกันล่ะ" ผมเงียบไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้ ขบคิดถึงความเป็นไปได้และช่องโหว่ทางกฎหมายที่พวกสภาสูงอาจใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ามาแทรกแซงธุรกิจของผม ในโลกนี้ เวทมนตร์แห่งความตายมักถูกมองว่าเป็นสิ่งอัปมงคลมาโดยตลอด การที่ผมแหกขนบธรรมเนียมด้วยการเปลี่ยนเนโครแมนเซอร์ให้กลายเป็นผู้ประกอบการ SME ย่อมสร้างความขัดแย้งให้กับผู้มีอำนาจเก่าที่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ เป็นธรรมดา แต่ทว่า... ในยุคสมัยที่เงินตราและผลประโยชน์ขับเคลื่อนทุกสิ่ง กฎระเบียบย่อมยืดหยุ่นได้เสมอหากมีตัวเลขผลประกอบการที่น่าพึงพอใจคอยหนุนหลัง "ปล่อยให้พวกเขาตรวจสอบไปเถอะครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "กฎหมายมักจะตามหลังนวัตกรรมเสมอ และถ้าพวกเขายังหาช่องโหว่ไม่เจอ... เราก็แค่ขยายสาขาไปที่ชั้น 4 ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงก็เท่านั้นเอง" ก่อนที่ลูมิน่าจะได้โต้แย้งอะไรกลับมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของผม *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* ไม่ใช่เสียงเคาะประตูตามมารยาทแบบปกติ แต่เป็นการทุบประตูด้วยกระบองเหล็กหนาจนบานไม้สั่นสะเทือน โครงกระดูกพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ประตูหันขวับไปมองทันที "ขอโทษนะครับ! ที่นี่คือดันเจี้ยนของเนโครแมนเซอร์รินใช่ไหม!" เสียงห้าวทุบและทรงอำนาจดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "พวกเราคือหน่วยตรวจสอบพิเศษจากสมาคมนักผจญภัยและสภาสูงแห่งหอคอย! ได้รับคำร้องเรียนว่าที่นี่มีการประกอบกิจการที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบและใช้เวทมนตร์ต้องห้ามในที่สาธารณะ! ขอให้เปิดประตูให้เราตรวจสอบโดยด่วน ไม่อย่างนั้น... พวกเราจะใช้กำลังพังเข้ามา!" ลูมิน่าสะดุ้งโหยง เธอผุดลุกขึ้นยืนแล้วหันมามองหน้าผมด้วยแววตาตื่นตระหนก "ริน! มาเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! เราจะทำยังไงดี จะให้ฉันออกไปเจรจาในฐานะอดีตอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไหม?" ผมส่ายหัวเบาๆ ยิ้มรับสถานการณ์ระทึกขวัญตรงหน้าด้วยความใจเย็นเป็นปกติ ปรับปกเสื้อเชิร์ตให้เรียบร้อย แล้วหยิบแฟ้มเอกสารข้อตกลงทางธุรกิจขึ้นมาถือไว้ในมือ "ไม่ต้องหรอกครับคุณลูมิน่า..." ผมก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงาน ตรงไปยังประตูดังกล่าวด้วยฝีเท้ามั่นคง "ในเมื่อลูกค้าวีไอพีมาเยือนถึงหน้าร้านแล้ว ในฐานะผู้จัดการทั่วไป... เราก็ควรจะต้อนรับพวกเขาด้วยบริการระดับห้าดาวไม่ใช่หรือครับ?" ผมยื่นมือไปปลดกลอนประตูไม้ แล้วกระชากเปิดออกกว้างอย่างฉับพลัน เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะตราสัญลักษณ์ทองคำอร่ามตา พร้อมกับคมดาบที่จ่อตรงมาที่ปลายจมูกของผมทันทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า! -------------------------------------------------------------- ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%