เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง•ตอนที่ 12

ลูมิน่ากับการก้าวข้ามผ่านทิฐิ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"คุณรินครับ... หยุดมือเถอะนะ" น้ำเสียงของลูมิน่าสั่นเครือเล็กน้อย ปลายนิ้วที่สวมถุงเกราะเหล็กสีเงินขัดเงากำด้ามดาบแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บรรยากาศรอบตัวภายในชั้นที่สามของดันเจี้ยนร้างอวลไปด้วยกลิ่นอายความตายและคราบเขม่าสีดำจากการปะทะเมื่อครู่ เบื้องหน้าของทั้งสองคือร่างบอบบางของ 'สไลม์พฤกษา' มอนสเตอร์ระดับต่ำที่กำลังนอนหายใจรวยริน ร่างกายใสแจ๋วของมันบิดเบี้ยวจนเห็นแกนพลังงานสีเขียวอ่อนร้าวราน ใกล้จะแตกดับเต็มที รินในชุดคลุมสีดำสนิทของเนโครแมนเซอร์ชะงักมือที่กำลังถือคถาโครงกระดูก เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองอัศวินศักดิ์สิทธิ์สาวผู้เคร่งครัด ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง "หยุดไม่ได้หรอกครับคุณลูมิน่า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ แกนพลังงานของมันจะระเบิด และพลังเวทตกค้างจะทำลายล้างระบบนิเวศน์ในดันเจี้ยนชั้นนี้ทั้งหมด รวมถึงพวกเราด้วยนะึครับ" รินอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขารู้ดีว่าอัศวินผู้ยึดมั่นในหลักคำสอนแห่งแสงสว่างอย่างลูมิน่ากำลังรู้สึกขัดแย้งในใจเพียงใด เมื่อกฎเกณฑ์ที่เธอท่องจำมาทั้งชีวิตบอกว่ามอนสเตอร์ทุกตัวคือภัยคุกคามที่ต้องกำจัด แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังร้องคร่ำครวญขอความช่วยเหลือ ลูมิน่าเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสสีฟ้าใสภายใต้เรือนผมสีทองสลวยมองสลับไปมารaraระหว่างร่างของสไลม์พฤกษาที่กำลังสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด กับใบหน้าสงบนิ่งแต่แฝงความอ่อนโยนของเนโครแมนเซอร์หนุ่ม "แต่มัน... มันเป็นแค่มอนสเตอร์นะึครับ... เอ๊ย หมายถึง มันเป็นแค่มอนสเตอร์ไม่ใช่หรือคะ... อ๊ะ! ไม่ใช่!" ลูมิน่าเผลออุทานออกมาด้วยความสับสนเมื่อใช้สรรพนามผิดพลาดจนเกือบหลุดปากพูดจาแบบที่เธอไม่คุ้นเคย รินหลุดยิ้มบางๆ ออกมาเล็กน้อยกับท่าทีเก้ๆ กังๆ นั้น ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในอากาศลงไปได้มากทีเดียว "ความจริงแล้ว มอนสเตอร์ก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเรามากนักหรอครับ" รินก้าวเข้าไปใกล้ร่างของสไลม์พฤกษาช้าๆ คทาในมือถูกเก็บเข้าช่องเก็บของ เขาคุกเข่าลงข้างๆ เจ้ามอนสเตอร์ตัวน้อยที่พยายามหดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว "พวกมันก็แค่สิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากพลังงานมานาส่วนเกินในดันเจี้ยน มีหัวใจ มีความรู้สึกเจ็บปวด และมีความต้องการที่จะมีชีวิตรอดเหมือนกัน... เพียงแต่มนุษย์เราไปนิยามให้พวกมันเป็น 'เป้าหมาย' ในการเก็บเลเวลก็เท่านั้นเอง" คำพูดของรินราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกำแพงอคติหนาทึบในใจของลูมิน่า อัศวินสาวนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำว่า 'การช่วยเหลือชีวิต' ที่ถูกนิยามใหม่โดยเนโครแมนเซอร์ผู้ขึ้นชื่อว่าควบคุมความตาย ภาพของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และบทสวดที่เธอเคยเรียนรู้ผุดขึ้นมาในหัว แต่ไม่มีบทสวดใดเลยที่สอนให้เยียวยาสิ่งที่ศาสนจักรเรียกว่า 'มารร้าย' ทว่า เมื่อเธอก้มลงมองแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของสไลม์พฤกษา ความคิดในหัวของเธอก็เริ่มสั่นคลอน "แล้ว... เราต้องทำอย่างไรล่ะครับ?" ลูมิน่าตัดสินใจก้าวเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงเคียงข้างริน แม้ชุดเกราะหนักจะส่งเสียงกระทบกันเบาๆ แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ถ้ามันไม่ใช่การกำจัด... การช่วยเหลือในแบบของเนโครแมนเซอร์และอัศวิน มันคืออะไรกันแน่?" รินหันมาสบตากับเธอ รอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ง่ายมากครับคุณลูมิน่า... แทนที่เราจะใช้เวทมนตร์โจมตี เราจะใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูผสานกับพลังเนโครแมนซอรี่ระดับรากฐาน เพื่อซ่อมแซมแกนพลังงานที่เสียหายของมัน และที่สำคัญ..." รินเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อสร้างความตื่นเต้น "...เราจะชวนมันมาสมัครงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ประจำร้านของเรายังไงล่ะครับ" "ห๊ะ? สมัครงาน?!" ลูมิน่าอุทานออกมาเสียงหลง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "นี่คุณจะบ้าหรือเปล่า! นั่นมันมอนสเตอร์นะ จะให้มาทำงานที่ร้านกาแฟเวทมนตร์เนี่ยนะ!" "ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ?" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "สไลม์พฤกษาตัวนี้มีความสามารถในการผลิตน้ำหวานรสใบไม้ผลิบริสุทธิ์ ซึ่งถ้าเรานำมาเป็นส่วนผสมเมนูใหม่ในร้าน มันจะต้องฮิตถล่มทลายในหมู่ลูกค้ามนุษย์อย่างแน่นอนครับ นี่คือกลยุทธ์การขยายกิจการแบบยั่งยืนที่เราคุยกันไว้เมื่อวานยังไงล่ะครับ หัวหน้าฝ่ายการตลาด" ลูมิน่าอ้าปากค้าง จะเถียงก็เถียงไม่ออกเพราะเหตุผลทางธุรกิจที่รินยกมานั้นมันช่างเฉียบคมและทำเงินได้จริงๆ เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ รู้สึกได้เลยว่าการทำงานร่วมกับเนโครแมนเซอร์หนุ่มผู้นี้จะทำให้เธออายุสั้นลงอีกหลายปีเนื่องจากความดันโลหิตสูง "เฮ้อ... ตามใจคุณเถอะครับ" ลูมิน่ายอมแพ้ในที่สุด เธอถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะดึงถุงมือเหล็กออก เผยให้เห็นเรียวมือขาวเนียนที่สั่นน้อยๆ เธอประสานมือเข้าหากัน หลับตาลง และเริ่มร่ายบทสวดแห่งแสงสว่างที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยฝึกฝนมา ละอองแสงสีทองอบอุ่นโปรยปรายลงมาจากปลายนิ้วของเธอ ค่อยๆ ห่อหุ้มร่างที่บอบช้ำของสไลม์พฤกษาเอาไว้ รินมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ดวงตาของเขาฉายแววชื่นชมในตัวอศวินสาวอย่างปิดไม่มิด มือข้างหนึ่งของรินยกขึ้นร่ายเวทมนตร์สายมืดสีม่วงจางๆ ประสานเข้าไปกับแสงสีทองของลูมิน่ายามที่พลังเวททั้งสองขั้วเข้าปะทะกัน มันไม่เกิดการระเบิดอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับหลอมรวมกันกลายเป็นเกลียวคลื่นพลังงานบริสุทธิ์ที่อ่อนโยนและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ นี่คือการประสานพลังระหว่าง 'แสงสว่าง' และ 'ความมืด' ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้! แกนพลังงานสีเขียวที่เคยร้าวรานค่อยๆ ประสานเข้าหากันด้วยพลังของแสงสว่าง ขณะเดียวกัน ร่างกายที่อ่อนล้าก็ได้รับการฟื้นฟูเซลล์ด้วยพลังเนโครแมนซอรี่ระดับสูง สไลม์พฤกษาส่งเสียงร้องครางอย่างมีความสุข มันกลิ้งตัวไปมาบนพื้นด้วยความสดชื่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดเข้าไปคลอเคลียกับข้อเท้าของลูมิน่าราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้าของ ลูมิน่าสะดุ้งโหย่งในตอนแรก แต่เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความไร้เดียงสาและความจริงใจที่ส่งผ่านมาทางจิตวิญญาณของเจ้ามอนสเตอร์ ความหวาดกลัวและอคติทั้งหมดในใจเธอก็พลันมลายหายไปจนสิ้น รอยยิ้มงดงามที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอัศวินสาว เธอค่อยๆ ย่อตัวลงแล้วใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ยอดใบไม้บนหัวของสไลม์พฤกษา "อืม... ยินดีต้อนรับสู่ทีมนะ... เจ้าตัวเล็ก" เสียงของลูมิน่าแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่เธอตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า การช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตสักชีวิตหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในร่างของอะไร มันช่างงดงามและเติมเต็มหัวใจได้มากเพียงนี้ รินมองภาพความอบอุ่นตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาเตรียมจะจดบันทึกความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ แต่ทว่า... *กR๊งงงงง—!* เสียงสัญญาณเตือนภัยอันแหลมคมดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งดันเจี้ยนชั้นที่สาม แสงไฟเวทมนตร์ตามผนังถ้ำที่เคยส่องสว่างกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ บรรยากาศโดยรอบอุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามเกราะของลูมิน่าในพริบตา รินขมวดคิ้วแน่น ปิดสมุดบันทึกในมือทันที สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด ร่างกายของเขากระโดดถอยหลังมาตั้งรับเคียงข้างลูมิน่าที่ชักดาบออกจากฝักอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีภูเขาไฟกำลังจะระเบิดออก แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งจนหายใจไม่ออกพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินที่กำลังปริแตกออกเป็นวงกว้าง เบื้องหลังม่านควันสีดำทึบที่ลอยตลบอบอวล ดวงตาสีแดงฉานขนาดใหญ่เท่าล้อเกวียนคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของรินอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน—! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นขึ้นของบอสลับประจำดันเจี้ยนชั้นที่ 3: "ราชาอสูรเงาพันปี" (ระดับ SSS)] [คำเตือน: เป้าหมายมีความเป็นปรปักษ์สูงมาก และอยู่นอกเหนือฐานข้อมูลการควบคุมของเนโครแมนเซอร์ทั่วไป!] ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%