"ถ้าป้ายราคาอันนี้ยังแพงกว่าค่าครองชีพของเขตสลัมสามเท่าตัว ผมเกรงว่าเราคงต้องเรียกมันว่า 'การปล้นกลางวันแสกๆ' มากกว่าการทำธุรกิจแล้วล่ะครับ คุณอัศวินศักดิ์สิทธิ์"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องโถงใต้ดิน รินยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำจากไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า ดวงตาคมกริบกวาดตามองกระดาษแผ่นยาวในมือ ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขต้นทุนและกำไรที่ลูมิน่าเพิ่งร่างขึ้นมาอย่างเป็นระบบ
ลูมิน่าในชุดเกราะเงินขัดเงาที่สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ขยับแว่นสายตาไร้กรอบบนสันจมูกด้วยท่าทีจริงจังราวกับเธอกำลังตรวจสอบงบประมาณของกองอัศวินหลวง ไม่ใช่คาเฟ่ในดันเจี้ยนใต้ดินของเนโครแมนเซอร์
"นี่คือราคามาตรฐานของกิลด์นักผจญภัยต่างหากล่ะ ริน" ลูมิน่าแย้งเสียงแข็ง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนสมุดบัญชี "กาแฟสกัดเย็นผสมมานาบลูเบอร์รี่ แหล่งวัตถุดิบมาจากชั้นสามที่มีมอนสเตอร์ระดับสูงคุ้มกัน ค่าความเสี่ยง ค่าแรงขุด และภาษีคุ้มครองพื้นที่... ถ้าเราขายถูกกว่านี้ ร้านเราจะขาดทุนจนต้องเอาโครงกระดูกไปขายเป็นเศษกระดูกแทนนะ"
รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟเซรามิกที่ส่งไอเย็นจางๆ ขึ้นมาหมุนวนเล่น "คุณกำลังมองข้ามจุดแข็งที่สุดของเราไป ลูมิน่า... เราไม่ได้จ้างบาริสต้าเงินเดือนแพง เราไม่ได้เช่าพื้นที่ใจกลางเมืองหลวงค่าเช่าเหยียบแสน และที่สำคัญที่สุด..."
รินหันไปมองกลุ่มโครงกระดูกนักรบสวมหมวกกันน็อกกุ๊ก ที่กำลังยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในครัวเปิด พร้อมกับถือตะหลิวและที่คีบขนมปังด้วยความแข็งทื่อแต่ว่องไว
"...พนักงานของเราไม่เคยบ่นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ และไม่เคยขอลาพักร้อน"
ลูมิน่าชะงักไปเล็กน้อย เธอมองตามสายตาของรินไปยังเหล่าอันเดดที่ถูกฝึกให้ทำหน้าที่บริการลูกค้าได้อย่างน่าประหลาดใจ แม้ภาพลักษณ์มันจะดูหลอนประสาทสำหรับคนทั่วไปสักหน่อย แต่ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานแล้ว มันไร้ที่ติอย่างปฏิเสธไม่ได้
"เอาล่ะ" รินดีดนิ้วเสียงดังเพื่อเรียกสมาธิ "ได้เวลาเปิดประตูต้อนรับ 'แขกผู้มีเกียรติ' กลุ่มแรกแล้วครับ"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูเหล็กบานใหญ่ที่ทางเข้าดันเจี้ยนดังขึ้นสามครั้งตามนัดหมาย บรรยากาศความตึงเครียดในห้องโถงถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นทันที ลูมิน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโหมดจากผู้จัดการฝ่ายการเงินกลับมาเป็นผู้นำเข้าสู่สนามรบ ขณะที่รินคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
ประตูเหล็กค่อยๆ เปิดออก ไอเย็นจากภายนอกพัดพาเสียงอึกทึกครึกโครมของเหล่านักผจญภัยที่แห่กันมามุงดูป้ายประกาศหน้าร้าน "ดันเจี้ยนคาเฟ่: จิบกาแฟ เคลียร์มอนสเตอร์ ลุ้นรับไอเทมแรร์" ที่รินให้พวกโครงกระดูกไปแจกใบปลิวทั่วเมืองเมื่อรุ่งสาง
กลุ่มแรกที่ก้าวเข้ามาคือปาร์ตี้ "เขี้ยวเงิน" นักผจญภัยระดับ C สามคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและฝีมือการต่อสู้ระดับแนวหน้า หัวหน้าทีมเป็นชายหนุ่มร่างใหญ่ถือขวานยักษ์ นามว่า "บาร์น" เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าดูแคลน
"เฮ้ยๆ นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย? ดันเจี้ยนลับที่พวกมันเล่าลือกันว่ามีมอนสเตอร์โหดเหี้ยม ที่แท้ก็เป็นร้านขายกาแฟงั้นเหรอ?" บาร์นหัวเราะลั่น ดึงขวานออกจากบ่าแล้วกระแทกลงกับพื้นจนพื้นหินสั่นสะเทือน "พวกแกคิดจะเล่นตลกอะไรกับพวกข้าฟะ เนโครแมนเซอร์!"
นักผจญภัยคนอื่นๆ ที่ตามหลังมาเริ่มส่งเสียงฮือฮา บางคนเตรียมชักอาวุธเพราะคิดว่าเป็นกับดักของจอมมาร บรรยากาศในห้องโถงเริ่มคุกรุ่นด้วยกลิ่นอายความรุนแรงที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ไม่มีใครทันสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากของริน
"ยินดีต้อนรับสู่ 'Necro-Cafe' ครับทุกท่าน" รินก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน นุ่มนวล แต่กลับทรงพลังจนสะกดให้ทุกเสียงในห้องเงียบลงได้อย่างน่าประหลาด "ที่นี่เรามีกฎอยู่สามข้อ... หนึ่ง ห้ามทำลายข้าวของในร้าน สอง ห้ามทำร้ายพนักงานเสิร์ฟของเรา และสาม..."
รินผายมือไปยังประตูวาร์ปด้านหลังร้าน ที่ซึ่งแสงสีม่วงเรืองรองเปิดเผยให้เห็นฝูงสไลด์เรืองแสงนับร้อยตัวกำลังกระดืบรออยู่
"...หากท่านดื่มกาแฟหมดแก้วภายในเวลาสามนาที ท่านจะมีสิทธิ์ท้าประลองกับดันเจี้ยนบอสชั้นที่หนึ่ง และถ้าชนะ... รับไปเลย 'การ์ดสกิลหายาก' ที่ไม่มีขายในกิลด์ทั่วไปครับ"
สิ้นเสียงของริน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาของเหล่านักผจญภัยจะลุกโชนไปด้วยความโลภและความท้าทาย บาร์นแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น "หึ! แค่กาแฟถ้วยเดียวกับสไลด์กระจอกๆ งั้นเรอะ! จัดมาให้ข้าแก้วหนึ่งดิวะ!"
ลูมิน่าที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับส่ายหัวด้วยความระอา เธอยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้มีวิธีเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเงินทองได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ไม่ส... ต้องเรียกว่าเปลี่ยนความตายให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ต่างหาก
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง บรรยากาศในดันเจี้ยนคาเฟ่ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เสียงโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวในตอนแรก ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงซดกาแฟดังซู้ดรากับร้านอาหารข้างทางในย่านการค้า
นักผจญภัยหลายคนเริ่มติดใจรสชาติของกาแฟมานาบลูเบอร์รี่ ที่นอกจากจะช่วยฟื้นฟูพลังเวทแล้ว ยังทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนพวกที่แพ้การประลองกับสไลด์เรืองแสง ก็ต้องจำใจควักเงินจ่ายค่ากาแฟด้วยสีหน้าเจ็บใจ แต่ก็ยอมต่อแถวเพื่อสั่งแก้วที่สองเพราะติดใจรสชาติและความตื่นเต้น
"ยอดขายชั่วโมงแรกทะลุเป้าที่เราตั้งไว้ทั้งวันแล้วครับ ลูมิน่า" รินกระซิบเบาๆ ขณะนับเหรียญทองคำเปล่งประกายที่ถูกโยนลงในกล่องรับบริจาค (ที่เขาเปลี่ยนชื่อเป็น 'กล่องสนับสนุนกิจการร้านค้า')
"นายมันปีศาจชัดๆ ริน... ไม่ใช่แค่เนโครแมนเซอร์" ลูมิน่าเหลือบมองเขาด้วยหางตา แต่ริมฝีปากของเธอกลับซ่อนรอยยิ้มจางๆ เอาไว้โดยไม่รู้ตัว "ถ้าขืนกิจการรุ่งเรืองแบบนี้ต่อไป ฉันเกรงว่าพวกสภาอัศวินอาจจะส่งคนมาตรวจสอบภาษีธุรกิจใต้ดินของนายเข้าสักวันนะ"
"ก็ดีสิครับ..." รินหันไปมองหน้าต่างกระจกเวทมนตร์ที่เชื่อมต่อไปยังชั้นที่สองของดันเจี้ยน ซึ่งตอนนี้มอนสเตอร์ระดับสูงเริ่มส่งเสียงคำรามเบาๆ รอคอยเวลาเปิดให้บริการในสัปดาห์หน้า "...เราจะได้ขยายสาขาไปยังชั้นบนไงล่ะครับ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในร้านกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น เสียงกระดิ่งเวทมนตร์ที่ประตูทางเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงกริ่งใสๆ แบบที่แขกทั่วไปใช้
*ติ๊ง่อง... ติ๊ง่อง...*
เสียงกริ่งนั้นดังติดกันสามครั้งด้วยจังหวะที่หนักแน่น เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแก้วเซรามิกบนโต๊ะสั่นสะเทือน
รินหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กที่บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอกสีดำทมิฬ ลูมิน่าชักดาบออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ ร่างกายของเธอเกร็งเครียดขึ้นมาในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันคุ้นเคยแต่ทรงพลังเกินกว่าจะรับมือไหว
ประตูเหล็กค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาสสีแดงฉานที่ส่องประกายลอดออกมานั้นจับจ้องมาที่รินโดยตรง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด
"เจอตัวสักที... เจ้าเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดผู้บังอาจขโมย 'หัวใจแห่งดันเจี้ยน' ไปจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์"
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ "ผู้ตรวจการแห่งความตาย" ก้าวเข้าสู่พื้นที่เขตหวงห้าม ภารกิจลับระดับ SSS: "รอดชีวิตจากการตรวจสอบครั้งสุดท้าย" เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้ด้วยนะครับ!
เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง•ตอนที่ 9
ดันเจี้ยนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!