"ถ้าท่านยังยืนกรานจะเอา 'หัวใจแห่งความมืด' ไปต้มทำซุปกระดูกหมูอีกรอบล่ะก็ ผมเกรงว่าแผนกบัญชีของเราคงต้องส่งเรื่องให้ท่านไปนอนสงบสติอารมณ์ในสุสานหลวงชั้นใต้ดินเป็นการถาวรแล้วนะครับ ท่านริน"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเสียงกระดาษรายงานปึกใหญ่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเก่าคร่ำครึดังสนั่นห้องโถงกิลด์ชั้นใน ลูมิน่าในชุดเกราะอัศวินศักดิ์สิทธิ์สีขาวสะอาดตา แต่บัดนี้กลับมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ จากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ กำลังจ้องมองเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยหน่ายและความระอาใจอย่างถึงที่สุด
ริน เนโครแมนเซอร์หนุ่มผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากเสมอ เงยหน้าขึ้นจากกระทะทองเหลืองที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรวิญญาณ เขาใช้ทัพพีไม้เคาะขอบกระทะเบาๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกวนประสาทให้คู่คิดสาว
"โธ่ คุณลูมิน่า อย่าเพิ่งหัวร้อนไปเลยครับ คุณก็รู้ว่าวัตถุดิบระดับตำนานชิ้นนั้นน่ะ ถ้าเอามาเคี่ยวกับรากโสมร้อยปี มันจะช่วยเพิ่มค่าพลังมานาให้พวกโครงกระดูกฝึกงานของเราได้ตั้งสามสัปดาห์เต็มๆ เชียวนะครับ แถมประหยัดงบค่าโพชั่นไปได้ตั้งเยอะ คิดในแง่การตลาดสiซิครับ นี่คือกลยุทธ์การลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในดันเจี้ยนชั้นสิบสองแล้วนะ"
"แต่นั่นมันคือสมบัติล้ำค่าที่ 'สมาคมนักสำรวจ' ประกาศตามหาเพื่อใช้กู้ภัยมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างหากเล่า! ไม่ใช่เศษซากโครงกระดูกที่จะเอามาต้มทำน้ำซุปกินกันเองในกลุ่มพนักงาน!"
ลูมิน่าตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชาสั่นไหว เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะดึงม้วนกระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งออกมาจากใต้กองเอกสารแล้วกางแผ่ลงตรงหน้าริน "แล้วก็เลิกเปลี่ยนเรื่องได้แล้ว เพราะตอนนี้... เรากำลังเผชิญกับวิกฤตที่ใหญ่กว่าเรื่องซุปกระดูกหมูของท่านหลายร้อยเท่า"
รินหรี่ตาลง รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาคมกราบของเนโครแมนเซอร์ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขาวางทัพพีลงแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า "เกิดอะไรขึ้นครับ หรือว่าโกดังเก็บของชั้นสามโดนพวกก็อบลินย่องเบาอีกแล้ว?"
"แย่ยิ่งกว่านั้นครับ" ลูมิน่าใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนเอกสารแผ่นนั้น "คลังแสงเวทมนตร์ของแผนกทรัพยากรบุคคล... 'คทาแห่งแสงสว่างนิรันดร์' ที่เราเพิ่งยึดมาได้จากบอสชั้นสิบสี่เมื่อวานซืน... หายไปอย่างไร้ร่องรอย"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของซุปสมุนไพรในกระทะเป็นฉากหลัง รินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสสีดำสนิทกวาดมองข้อความในรายงานอย่างรวดเร็ว สมองของเขาเริ่มประมวลผลระบบป้องกันเวทมนตร์ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้รอบคลังแสง
"คทาแสงสว่างนิรันดร์... ไอเทมระดับ A ที่แผ่รังสีศักดิ์สิทธิ์รุนแรงจนพวกอันเดดเข้าใกล้รัศมีสิบเมตรจะควันขึ้นเนี่ยนะ?" รินทวนคำ น้ำเสียงเจือความฉงน "แปลกมาก ระบบป้องกันความปลอดภัยของผมใช้ตรวจจับออร่าเวทมนตร์ความเข้มข้นสูง หากมีใครพยายามขนย้ายสิ่งนั้นออกไป ตัวเตือนภัยในห้องทำงานของผมต้องแผדเสียงร้องลั่นป่าไปแล้วสิ แต่นี่... กลับไม่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย"
"นั่นแหละคือประเด็นที่ทำให้ฉันปวดหัว" ลูมิน่าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายมิติ และที่สำคัญที่สุด... เวรยามกะดึก ซึ่งก็คือเหล่าโครงกระดูกยามรักษาการณ์หน้าประตู ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า 'ไม่มีใครเดินผ่านเข้าออกเลยแม้แต่เงาเดียว'"
รินยกมือขึ้นลูบคางเบาๆ แววตาฉายประกายความท้าทาย อาการแบบนี้... ไม่ใช่การโจรกรรมธรรมดาอย่างแน่นอน มันมีความซับซ้อนและกลิ่นอายของ 'บางสิ่ง' ที่น่าสนใจซ่อนอยู่
"น่าสนใจ... น่าสนใจมากๆ ครับ" รินพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ในเมื่อระบบรักษาการณ์ของเราไร้ที่ติ แต่ของกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย งั้นเราก็คงต้องใช้วิธีที่โบราณที่สุดแต่ได้ผลที่สุดแล้วล่ะครับ"
"ท่านหมายถึง...?" ลูมิน่ามองหน้าเขาอย่างไม่มั่นใจ
"ไปที่เกิดเหตุครับ เราจะไป 'สืบสวนคดีของหายในดันเจี้ยน' กัน"
***
คลังแสงเวทมนตร์ชั้นที่เจ็ด ตั้งอยู่ลึกลงไปในเขตปลอดภัยของฐานทัพใต้ดิน บรรยากาศภายในเย็นเยียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกลือเวทมนตร์และผงคาถาป้องกันการเสื่อมสลาย แสงจากคบเพลิงเวทสีฟ้าสาด
รินเดินสำรวจรอบห้องอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุมถูกตรวจสอบด้วยสายตาของเนโครแมนเซอร์ผู้มองเห็นร่องรอยพลังงานตกค้างที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีวันมองเห็น เขาใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่แท่นวางคทาที่ว่างเปล่า
"อืม... ร่องรอยออร่าของคทายังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อยครับ แต่มันกระจายตัวออกไปในหลายทิศทางราวกับ... ละอองหมอกที่ถูกลมพัด" รินพึมพำขณะหลับตาลงเพื่อสัมผัสคลื่นความถี่ของมานา
ลูมิน่ายืนกอดอกมองดูการทำงานของเจ้านายหนุ่มด้วยความคาดหวัง "ท่านพบบาะแสอะไรบ้างไหมครับ?"
รินลืมตาขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง "มีครับ... และมันทำให้ผมมั่นใจว่า โจรรายนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าจากกิลด์อื่นอย่างแน่นอน"
"หมายความว่ายังไง?"
"คุณลองดูนี่สิครับ" รินกวักมือเรียกให้อัศวินสาวเข้ามาใกล้ ก่อนจะชี้ไปที่พื้นหินใต้แท่นวางคทา "รอยเท้าจางๆ ที่ถูกลบด้วยเวทมนตร์อำพรางตา ถ้ามองด้วยตาเปล่าท่านจะไม่มีวันเห็นมัน แต่ถ้าใช้คาถาเนตรเนโครแมนเซอร์มองผ่านคลื่นความร้อน... ท่านจะเห็นรอยเท้าขนาดเล็กที่มีความหนาแน่นของมานาธาตุดินผสมอยู่"
ลูมิน่าย่อตัวลงเพ่งพินิจตาม "รอยเท้าของ... ฮัมรุน? เจ้าก็อบลินฝึกหัดฝ่ายพัสดุคนนั้นน่ะเหรอ?"
"ถูกต้องครับ" รินยิ้มกริ่ม "แต่ปัญหาคือ เจ้าฮัมรุนเนี่ยนะจะกล้าขโมยของระดับ A ออกไป? ลำพังแค่ถือคทาแสงสว่างด้ามนั้น ร่างกายของมันก็คงสลายกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนจะเดินพ้นประตูห้องนี้เสียอีก เว้นเสียแต่ว่า... มันไม่ได้เป็นคนทำด้วยตัวเอง"
รินหมุนตัวเดินออกจากห้องคลังแสง มุ่งหน้าไปยังห้องพักของพนักงานระดับล่างโดยมีลูมิน่าเดินตามมาติดๆ ด้วยความสงสัยระคนทึ่งในไหวพริบของชายหนุ่ม
เมื่อมาถึงหน้าห้องพักของฮัมรุน รินไม่ได้เคาะประตูเรียก แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนบานประตูกشبแล้วส่งกระแสมานาสีดำเข้าไปเบาๆ สิ้นเสียงปลดล็อก กลไกประตูเวทมนตร์ก็เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังประตูทำให้ลูมิน่าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภายในห้องพักแคบๆ ฮัมรุน เจ้าก็อบลินตัวน้อยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง รอบตัวมันมีเศษซากชิ้นส่วนของเวทมนตร์ระเกะระกะ และที่กลางวงกลมเวทมนตร์นั้น... 'คทาแห่งแสงสว่างนิรันดร์' กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ โดยมีสายระโยงระยางของพลังงานสีทองเชื่อมต่อกับร่างของฮัมรุนที่กำลังหลับตาพริ้ม ละเมอพึมพำเบาๆ อย่างมีความสุข
"เจ้าฮัมรุน!" ลูมิน่าร้องอุทานด้วยความตกใจ ชักดาบออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ "กล้าดียังไงถึงขโมยสมบัติของกิลด์!"
"เดี๋ยวก่อนครับ คุณลูมิน่า ใจเย็นๆ ก่อน" รินยื่นมือไปแตะแขนของอัศวินสาวเพื่อห้ามปราม สายตาของเขาไม่ได้มองที่ตัวฮัมรุน แต่กำลังจ้องมองไปยัง 'อักขระเวทมนตร์แปลกประหลาด' ที่สลักอยู่บนด้ามคทา ซึ่งกำลังเปล่งแสงกะพริบเป็นจังหวะราวกับสัญญาณชีพจร
"ท่านริน นั่นมัน...?" ลูมิน่าขมวดคิ้วแน่นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ
"ไม่ใช่การขโมยครับ..." รินหรี่ตาลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังชั่วขณะ "แต่นี่คือ 'พิธีกรรมเชื่อมโยงวิญญาณ' ขั้นสูง... และเจ้าฮัมรุนกำลังถูกใช้เป็น 'ทางผ่าน' ให้กับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปกว่าชั้นสิบสี่"
ทันใดนั้นเอง คทาแสงสว่างที่เคยเปล่งแสงสีทองนุ่มนวล ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต ออโรร่าความมืดทะทะลักออกมาจากรอยแยกของมิติบนผนังห้อง เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับสัตว์ป่าดุร้ายจากก้นบึ้งของขุมนรกดังสะท้อนก้องขึ้นในหัวของทั้งสองคน
ฮัมรุนสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลง ดวงตากลมโตของมันกลายเป็นสีดำสนิทอย่างไร้แววตา มันหันมามองรินและลูมิน่าด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ไม่ใช่รอยยิ้มของก็อบลินตนเดิมอีกต่อไป
"ยินดี... ที่ได้รู้จัก... นายท่านแห่งเนโครแมนเซอร์..." เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบดังออกมาจากลำคอของฮัมรุน โดยที่ปากของมันไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย
ลูมิน่ายกดาบขึ้นตั้งรับทันที ออร่าศักดิ์สิทธิ์แผ่พุ่งรอบตัวเธอ "ริน! มีตัวตนระดับภัยพิบัติกำลังใช้ร่างของมันแทรกแซงเข้ามา!"
รินไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างใจเย็น มือขวายื่นออกไปเบื้องหน้า ถุงมือหนังสีดำของเนโครแมนเซอร์ส่องประกายแสงสีม่วงเข้มออกมา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด
"แทรกแซงเข้ามาในอาณาเขตของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมยังไม่ยอมจ่ายค่าเช่าที่..." รินหรี่ตามองร่างที่ถูกสิงสู่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์ "แบบนี้คงต้องปรับทัศนคติกันสักยกใหญ่แล้วล่ะครับ... สหายใหม่"
*เปรี้ยง!*
แสงสีม่วงและสีแดงปะทะกันอย่างรุนแรงจนแรงดันอากาศรอบห้องสั่นสะเทือน ก่อนที่หน้าจอแจ้งเตือนสีแดงฉานจะเด้งขึ้นตรงหน้าของรินด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังแสบแก้วหู—
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบุกรุกจากตัวตนระดับบอสลับ "ผู้กลืนกินเงา (Shadow Devourer)" - ชั้น SSS]**
**[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: "ชำระล้างวิญญาณและทวงคืนคลังแสง" เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]**
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้ด้วยนะครับ!
เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง•ตอนที่ 22
สืบสวนคดีของหายในดันเจี้ยน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!