เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง•ตอนที่ 14

ความลับใต้ฐานระบบ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ถ้าเธอยังขีดเส้นใต้คำว่า 'โบนัสพนักงาน' ด้วยหมึกสีแดงอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะถือว่าเธอตั้งใจประกาศสงครามเย็นกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นทางการนะครับ, คุณลูมิน่า" รินเอ่ยปากขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานใต้ดิน กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาบัลซัมผสมผสานกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้าน 'สุสานสุขสันต์' แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีส้มอมเหลืองทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา สันจมูกโด่งเป็นสันและดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสง ลูมิน่าในชุดเกราะอัศวินขัดเงาวับแต่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสำนักงานสีเทาเข้ม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนพวงแก้มเนียนใสพองลมขึ้นเล็กน้อย ปลายปากกาขนนกในมือของเธอชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีฟ้าครามราวกับท้องทะเลลึกมองค้อนชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเจ้านายและตัวปัญหาอันดับหนึ่งของสมาคมนักผจญภัย "ฉันแค่กำลังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่เคร่งครัดต่อกฎระเบียบและงบประมาณขององค์กรต่างหากล่ะคะ... เอ่อ, ครับ!" ลูมิน่าเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่เมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของริน เธอจึงรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน "ฮ่าๆ ดีมากครับ ปรับตัวได้ไวสมเป็นพนักงานดีเด่นประจำเดือนจริงๆ" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางเลื่อนนิ้วเรียวยาวผ่านหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้า หน้าจอเหล่านั้นไม่ได้มีไว้สำหรับควบคุมกองทัพอันเดดหรือคำนวณค่ามานาเหมือนเนโครแมนเซอร์ทั่วไป แต่มันเต็มไปด้วยกราฟแสดงยอดขาย ผลประกอบการ และตารางเวรการทำงานของเหล่าโครงกระดูกพนักงานเสิร์ฟที่เขาเพิ่งจ้างมาใหม่ ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเกมออนไลน์แห่งนี้ ใครๆ ก็มองว่าเนโครแมนเซอร์คือตัวหายนะที่ต้องถูกกำจัด แต่สำหรับรินแล้ว ดันเจี้ยนใต้ดินระดับ S ที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ไม่ใช่สนามรบ แต่มันคือทำเลทองสำหรับการทำธุรกิจ และเหล่ามอนสเตอร์ระดับสูงที่นักผจญภัยหวาดกลัว ก็คือแรงงานชั้นดีที่พร้อมใจทำงานโอทีโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยขยัน บรรยากาศภายในห้องดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย เสียงขีดเขียนกระดาษและเสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังแว่วมาเบาๆ ราวกับเป็นวันทำงานปกติทั่วไป... จนกระทั่งนิ้วของรินที่กำลังปัดหน้าจอระบบสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนแสงสีแดงฉานที่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของระบบอินเตอร์เฟซหลัก "ริน... สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย เกิดอะไรขึ้น?" ลูมิน่าวางปากกาลงทันที สัญชาตญาณอัศวินของเธอถูกกระตุ้นด้วยบรรยากาศรอบตัวที่ลดฮวบลงจนเยือกเย็น มือเรียวสวยเอื้อมไปกุมด้ามดาบศักดิ์สิทธิ์ที่พาดอยู่ข้างกายโดยอัตโนมัติ "เปล่าครับ..." รินตอบเสียงแผ่วเบา ดวงตายังคงจดจ้องตัวเลขโค้ดดิ้งและกราฟแท่งที่บิดเบี้ยวผิดรูปบนหน้าจอ "แค่ระบบกำลังโกหกเรา... หรือพูดให้ถูกคือ มีใครบางคนกำลังพยายามลบประวัติการใช้งานของดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่ก่อนที่มันจะถูกสร้างขึ้นเสียอีก" ลูมิน่าขมวดคิ้วมุ่น เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เพื่อมองหน้าจอโฮโลแกรมที่รินกำลังควบคุมอยู่ สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่หน้าต่างจัดการร้านค้าหรือสถิติมอนสเตอร์ แต่เป็นกลุ่มก้อนโค้ดสีแดงฉานที่กำลังกัดกินรากฐานของระบบเกมทีละน้อย ราวกับฝูงปลวกที่กำลังแทะกินเสาเอกของบ้าน "นั่นมัน... บั๊กของระบบงั้นเหรอ?" ลูมิน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล "ปกติแล้วระบบของเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ไม่มีทางมีความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เหรอคะ?" "ถูกต้องครับ บั๊กตามธรรมชาติไม่มีทางเกิดขึ้นในระบบที่มีการดูแลความเสถียรระดับร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนี้..." รินหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลข้อมูลนับล้านบรรทัดที่ไหลผ่านดวงตา "แต่นี่ไม่ใช่บั๊ก... นี่คือ 'รอยเย็บ' ครับ" "รอยเย็บ?" "ใช่ครับ ลองดูตรงนี้สิ..." รินใช้นิ้วแตะลงไปที่จุดสีแดงเข้ม จุดนั้นขยายใหญ่ขึ้นเผยให้เห็นโครงสร้างเบื้องหลังของโลกใบนี้ มันคือบรรทัดคำสั่งที่ถูกเขียนทับด้วยภาษามานาโบราณ ลายมือของโค้ดชุดนั้นมีความประณีตและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน "โลกใบนี้ไม่ใช่โลกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ... มันถูกสร้างขึ้นจากระบบจำลอง และดันเจี้ยนที่เรายืนอยู่ตอนนี้ คือ 'ห้องเครื่อง' ที่ใช้ควบคุมสมดุลของทั้งทวีป" ลูมิน่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหนาแน่นของมานาในห้องเริ่มปั่นป่วนจนเส้นผมสีทองสลวยของเธอปลิวไสวไปตามกระแสลมเวทมนตร์ที่ไร้ทิศทาง "ถ้าห้องเครื่องนี้พัง..." "ทวีปนี้ทั้งทวีป รวมถึงผู้เล่นและเอ็นพีซีทั้งหมด จะถูกรีเซ็ตสถานะกลับเป็นศูนย์... ความทรงจำ ประวัติศาสตร์ ความผูกพันที่เราสร้างขึ้นมา จะหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง" รินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเวทมนตร์ที่มองเห็นโถงดันเจี้ยนเบื้องล่าง เหล่าโครงกระดูกพนักงานยังคงยิ้มแย้มและบริการลูกค้าด้วยความขันแข็ง เหล่ามอนสเตอร์ระดับบอสกำลังนั่งจิบชาพูดคุยกันอย่างสงบสุข ภาพความอบอุ่นที่เขาใช้หยาดเหงื่อและเล่ห์เหลี่ยมสร้างมันขึ้นมากับมือ กำลังถูกเงาของความหายนะคืบคลานเข้าประชิด "เราต้องแก้ไขมันครับ..." ลูมิน่าขยับเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างเขาอย่างมั่นคง ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ "ในฐานะหัวหน้าฝ่ายการตลาด ฉันไม่อนุญาตให้บริษัท... เอ้ย ดันเจี้ยนนี้เจ๊งเด็ดขาดค่ะ! ไม่สิ, ครับ!" รินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในอก เขาหันไปสบตากับอัศวินสาวผู้ซื่อตรงคนนี้ ก่อนจะยิ้มรับด้วยความมั่นใจ "ผมก็คิดเช่นนั้นครับ..." รินยกมือขึ้นแตะไปที่หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉาน นิ้วเรียวกดลงบนปุ่มยืนยันคำสั่งที่ลึกที่สุด ทันใดนั้น หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจะดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบสิทธิ์การเข้าถึงระดับ 'ผู้สร้าง' ถูกเปิดใช้งาน] [คำเตือน: คุณได้ทำการปลดล็อกพื้นที่ต้องห้ามชั้นใต้ดินระดับ -10 'ห้องเก็บศพแห่งปฐมกาล'] [เงื่อนไขผ่าน: บุคคลภายนอกกำลังเชื่อมต่อเข้ามาจากนอกระบบ... ตรวจพบสัญญาณชีพที่ไม่รู้จักในรัศมี 10 เมตร] เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นจากความมืดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของโครงกระดูกพนักงาน หรือเสียงคำรามของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน แต่มันคือเสียงก้าวเดินของรองเท้าบูทหนังที่กระทบกับพื้นหินอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมาจากหลุมศพที่ถูกฝังกลบมานานนับพันปี รินหรี่ตามองไปยังประตูทางเข้าห้องทำงานที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เงาร่างหนึ่งทอดยาวทับแสงไฟตะเกียงจนมืดมิด ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่นกับดันเจี้ยนที่ไม่มีใครอยากลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%