เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึึกที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดัง *ปัง!* สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของแบรนด์ *Lalin Couture* จนพนักงานทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะถึงกับสะดุ้งเฮือก ห่อไหล่โดยอัตโนมัติ
ลลิน เจ้าของแบรนด์สาวสวยผู้สวมชุดสูทผ้าทวีดสีชาแนลเข้ารูป ขยับแว่นกันแดดกรอบทองขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามหรี่มองชายหนุ่มผู้ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยความรู้สึกที่อยากจะคว้าแจกันดอกไม้คริสตัลฟาดหน้าเขาให้สาสมกับความเผด็จการที่เกินเยียวยานี้
"นี่คุณคีย์คะ... สติของคุณยังอยู่ครบถ้วนดีใช่ไหมคะ หรือว่าตอนที่เครื่องบินส่วนตัวตกหลุมอากาศเมื่อสัปดาห์ก่อน สมองส่วนตรรกะของคุณมันดันกระแทกกับที่วางแขนจนหลุดลอยไปกับเมฆหมอกซะแล้ว?"
ลลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไปด้วยใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอเหยียดยิ้มมุมปาก นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่ในใจตอนนี้อยากจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อกั๊กเข้ารูปของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบคนนี้ให้ขาดวิ่นเสียเหลือเกิน
คีย์ หรือ คีย์การ์ด ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้คว้ามาแล้วทุกรางวัลระดับโลก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวนรูปสลักของเขานิ่งสนิท ดวงตาสีสนิมเหล็กไร้ซึ่งแววตาแห่งความปรานี นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นกระดาษข้อตกลงฉบับใหม่ที่เขาเพิ่งร่างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
"ผมมีสติครบถ้วนดีครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ลืมตัวไปหน่อย พอดีคุยกับคุณบ่อยจนชินปาก" คีย์ยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นลลินชะงักไปชั่วขณะกับคำพูดของเธอเอง ก่อนที่เธอจะตวัดสายตาค้อนใส่เขาจนแทบคว่ำ "และนี่คือ 'กฎเหล็กสิบข้อ' ในการทำงานร่วมกันนับจากนี้ ถ้าคุณยังอยากให้แบรนด์บ้านๆ ของคุณรอดพ้นจากการล้มละลาย"
"บ้านๆ งั้นเหรอคะ?" ลลินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเธอเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "แบรนด์ที่คุณว่าบ้านๆเนี่ยแหละค่ะ ที่ทำยอดขายถล่มทลายจนคุณมีเงินไปซื้อเพนต์เฮาส์ราคาเก้าหลักที่นิวยอร์ก! อย่าลืมสิคะว่าใครเป็นคนเซ็นเช็คเงินเดือนให้คุณเมื่อเดือนที่แล้ว"
"เงินเดือนที่คุณพูดถึง... หักลบกลบหนี้กับโปรเจกต์กระเป๋าคอลเลกชันล่าสุดที่เจ๊งไม่เป็นท่าเพราะรสนิยมห่วยๆ ของคุณ มันแทบไม่เหลืออะไรเลยนะคะคุณลลิน" คีย์โน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะทำงานเข้าหาเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นผสมผสานกับความดุดันของเขาพุ่งปะทะจมูกเธอเต็มๆ "เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บัญชีของบริษัทคุณ รวมถึงการตัดสินใจทุกลายเส้น ดีไซน์ และงบประมาณ... อยู่ภายใต้การดูแลของ 'สามี' คนนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
คำพูดประโยคสุดท้ายของเขาทำเอาลลินแทบสำลักอากาศหายใจ เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง คำว่า 'สามี' ที่เขาจงใจเน้นเสียงและหยิบยกเอาสัญญาแต่งงานคลุมถุงชนที่ผู้ใหญ่จัดฉากขึ้นมาขู่เธอ มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจนเธอต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอเอามือไปทุบหน้าอกกว้างนั้น
"สามีบ้าบออะไรล่ะคะ! เรายังไม่ได้จัดงานแต่งงานด้วยซ้ำ แค่จดทะเบียนสมอง... เอ๊ย จดทะเบียนสมรสตามพินัยกรรมของคุณปู่เพื่อฮุบหุ้น มันไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมให้คุณมาเป็นเผด็จการในบริษัทของฉันนะ!" ลลินลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกพื้นดังลั่น เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นสู้ความสูงของเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับไหล่ของเขาพอดิบพอดีก็ตาม
"กฎข้อที่หนึ่ง..." คีย์ทำเป็นหูทวนลม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึกราวกับกำลังอ่านประกาศจับอาชญากร "ห้ามเถียง ห้ามขัดคำสั่ง และห้ามใช้สายตาจิกกัดผมในที่สาธารณะ"
"ไอ้..."
"กฎข้อที่สอง..." คีย์สวนขึ้นมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ด่าทอ "งดใช้วงเงินส่วนตัวซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่น Limited Edition ที่ไร้สาระอย่างไร้ประโยชน์ ทุกยอดการใช้จ่ายเกินหมื่นบาทต้องผ่านการอนุมัติจากผม"
พนักงานในห้องประชุมต่างพากันกลั้นหายใจ บางคนถึงกับแอบเอาเอกสารขึ้นมาบังหน้าเพื่อซ่อนรอยยิ้มหวาดเสียว ทว่าลลินกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น รอยยิ้มพราวเสน่ห์แต่แฝงไว้ด้วยความอันตรายผุดขึ้นบนเรียวปากสีแดงเชอร์รี่ของเธอ
"อ๋อ... ควบคุมการใช้จ่ายสินะคะ?" ลลินทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างน่าขนพองสยองเกล้า เธอยกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยไปข้างหูอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงรุ่นล่าสุดขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "แปลว่าคุณคีย์คนเก่ง... พร้อมที่จะเปย์ฉันเต็มที่แล้วสินะคะถึงได้กล้าออกกฎข้อนี้"
"ผมไม่ได้จะเปย์คุณ ผมกำลังจะกู้วิกฤตการเงินของบริษัทที่คุณผลาญมันเล่นต่างหาก" คีย์สวนกลับทันควัน
"งั้นเหรอคะ..." ลลินยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท ซึ่งเป็นบัญชีเครดิตวงเงินไม่จำกัดที่เชื่อมต่อกับกองทุนสำรองของตระกูลคีย์โดยตรง "ในเมื่อคุณบอกว่าบัญชีบริษัทอยู่ภายใต้การดูแลของคุณ... และคุณคือ 'สามี' ที่แสนดีผู้พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง..."
เธอยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปจ่อตรงหน้าของคีย์ ห่างจากปลายจมูกเขาไม่ถึงคืบ
"ฉันเพิ่งกดจองคอร์สสปาเพชรและทองคำแท้สำหรับแมวเปอร์เซียของฉัน ยอดรวมหกล้านบาทถ้วนค่ะ... และระบบมันแจ้งเตือนว่า *'รอยืนยันการอนุมัติจากสามี'* พอดีเลยค่ะที่รัก"
ดวงตาสีสนิมเหล็กของคีย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบราวน้ำแข็งขั้วโลกเริ่มกระตุกยิกๆ เมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ
"หกล้าน... เพื่อแมวเนี่ยนะ?!" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน
"ค่ะ! ก็คุณบอกเองนี่คะว่าฉันผลาญเงินไม่เป็นท่า งั้นก็เริ่มต้นผลาญให้สมฐานะภรรยาซุปตาร์ของคุณหน่อยสิคะ... หรือว่า..." ลลินเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่กวนประสาทที่สุดในสามโลก "สามีระดับท็อปดีไซเนอร์คนนี้... ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าสปาให้ลูกรักของฉันซะแล้วล่ะคะ?"
บรรยากาศในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ คีย์จ้องหน้าภรรยาหมา2ดหมาดของตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งทึ่ง และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร่าอยู่ในอกข้างซ้ายอย่างไม่น่าเชื่อ
เขากัดกรามแน่น มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาดูให้เห็นกับตา แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสหน้าจอ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะขออนุญาต
ร่างระหงของรตา นางแบบสาวชื่อดังระดับอินเตอร์ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินนصفนวยนาดเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ายวน สายตาของเธอพุ่งตรงมาที่คีย์ทันทีโดยไม่แยแสลลินเลยแม้แต่น้อย
"พี่คีย์คะ... รตาโทรหาทำไมไม่รับสายคะเนี่ย รู้ไหมว่ารตารออยู่ที่ห้องเสื้อตั้งนานแล้ว" รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอเซาะ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ต้นแขนของคีย์อย่างถือวิสาสะ "แล้วนี่ประชุมอะไรกันเหรอคะ ทำไมบรรยากาศมันดูตึงเครียดจัง... อ้าว สวัสดีค่ะคุณลลิน ยังอยู่อีกเหรอคะ นึกว่ายอมแพ้แล้วหนีกลับบ้านไปร้องไห้ซะอีก"
ลลินหรี่ตามองมือที่กำลังเกาะแขนสามีในนามของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด
ทว่า ก่อนที่ลลินจะได้อ้าปากฟาดกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ คีย์กลับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของรตาอย่างไม่ไยดี พร้อมกับปัดมือเธอออกอย่างไร้เยื่อใย ทำเอารตาหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ
"อย่ามาแตะต้องตัวผมครับคุณรตา... และที่สำคัญ..." คีย์หันกลับมามองหน้าลลินด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ภรรยาของผมยังไม่ทันได้อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาล้ำเส้นในอาณาจักรของเธอ"
พูดจบ คีย์ก็คว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของลลินไปถือไว้เอง นิ้วเรียวกดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมวงเงินหกล้านบาทอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เสียงแจ้งเตือนการหักเงินสำเร็จดังขึ้น *ติ๊ง!* ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
คีย์ก้มลงกระซิบข้างหูลลินด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"หกล้านบาทสำหรับแมวของคุณ... แลกกับการที่ผมจะจัดการ 'งูพิษ' ที่เลื้อยเข้ามาในห้องนี้ด้วยมือของตัวเอง... คุณว่าคุ้มไหมล่ะครับ... ภรรยา?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเผือกไปด้วยกันกับ "เมล่อนโซดา" นะคะ!
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคูล
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!