"หกล้านบาทสำหรับแมวของคุณ... แลกกับการที่ผมจะจัดการ 'งูพิษ' ที่เลื้อยเข้ามาในห้องนี้ด้วยมือของตัวเอง... คุณว่าคุ้มไหมล่ะครับ... ภรรยา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูของลลิน ไม่ได้ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นเป็นจังหวะรักเหมือนในนิยายน้ำเน่าทั่วไปเลยสักนิดค่ะ แต่มันกลับทำให้เส้นประสาททุกเส้นในสมองของเธอเต้นตุบๆ ด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้
แกร๊ก!
เสียงล็อกกลอนประตูกระจกนิรั้นของสตูดิโอตัดเย็บชั้นบนสุดดังขึ้นอย่างแน่นหนา พร้อมกับไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบสองทีก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์วินเทจบนโต๊ะทำงานของคีย์ ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะของตึกนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว ลลินรู้ดีเพราะเธอเป็นคนอนุมัติงบสร้างมันเองกับมือ และตอนนี้... ระบบเซนเซอร์อัตโนมัติได้ตัดการเชื่อมต่อภายนอกทั้งหมด เนื่องจากตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติและการสแกนลายนิ้วมือซ้ำซ้อนจากภายนอก
แปลว่าอะไรน่ะเหรอคะ? แปลว่าตึกทั้งตึกถูกล็อกดาวน์เรียบร้อยแล้ว และพวกเธอ... สองคน... ติดแหง็กอยู่ข้างในนี้ด้วยกันจนกว่าจะถึงเวลาฟ้าสาง!
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไงยะ, คีย์!" ลลินสะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการของร่างสูง เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่มองมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอนึกหมั่นไส้เป็นที่สุด "หกล้านบาทบ้าบออะไร ฉันไม่ได้สั่งให้คุณเอาเงินไปฟาดหัวรตาเสียหน่อย ยัยนั่นสมควรโดนน้ำส้มสายชูราดหัวซะมากกว่าที่จะได้เงินไปกินขนมฟรีๆ ตั้งหกล้าน!"
"ปากคอเราeนี่... ยังคมเหมือนกรรไกรตัดผ้าของผมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" คีย์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนที่ท่อนแขนอย่างน่ามอง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นผสมกับกลิ่นชาเขียวจางๆ ลอยมาแตะจมูกจนลลินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณคิดว่าผมจ่ายหกล้านนั่นเพื่อรตาเหรอครับ? ผิดถนัดแล้วลลิน... ผมจ่ายเพื่อให้ยัยงูพิษนั่นไสหัวออกไปให้พ้นหน้าคุณต่างหาก รำคาญตา... และที่สำคัญที่สุด..."
นิ้วเรียวยาวของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาลลินสะดุ้งเฮือกราวกับโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต
"...ผมไม่อยากให้เสียงเห่าหอนของใครมารบกวนเวลาส่วนตัว 'ของเราสองคน' ในคืนนี้"
"ใครเขากับคุณจะมีเวลาส่วนตัวยะ! ประสาท!" ลลินถอยหลังไปหนึ่งก้าวสะดุดเข้ากับม้วนผ้าไหมอิตาลีเนื้อดีจนเกือบเสียหลัก แต่ไวเท่าความคิด มือหนาของคีย์คว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทัน ดึงเข้าหาตัวแนบชิดจนหน้าอกของเธอชนเข้ากับแผงอกอุ่นของเขา ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสตูดิโอขนาดใหญ่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม... ไม่รู้ว่าของใครเร็วกว่ากัน
ลลินเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววพยศชัดเจน "ปล่อยนะคีย์ ไม่งั้นฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดเสื้อเชิ้ตสั่งตัดราคาแพงระยับของคุณให้ขาดเป็นริ้วๆ เลยคอยดู!"
"เชิญตามสบายเลยครับ... เพราะยังไงซะ คืนนี้ทั้งคืน คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นอยู่ดี" คีย์ยิ้มเยาะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอ "ไหนๆ ก็ติดอยู่ใน 'กรง' ที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเองแล้ว มาเคลียร์เรื่องของเราให้มันจบดีกว่าไหมครับ... คุณทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เจือความหวานล้ำอย่างประหลาด ลลินเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันชาญฉลาดของเธอหมุนติ้วอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลบเลี่ยงสถานการณ์อันตรายนี้ แต่ดูเหมือนว่าคู่ปรับเบอร์หนึ่งของเธอจะไม่ยอมเปิดช่องว่างให้เลยแม้แต่น้อย
"เรื่องของเราอะไรกัน ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น!" ลลินเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "เราก็แค่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่บังเอิญ... เออ... บังเอิญติดอยู่ในที่อัปอับอากาศด้วยกันเท่านั้นแหละ คุณอย่ามาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันหน่อยเลย!"
"หุ้นส่วนทางธุรกิจงั้นเหรอครับ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ อย่างนึกขัน เขากดสะโพกเธอกับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทำให้เธอไม่มีทางหนีไปไหนได้อีก "คนที่เขาเป็นแค่หุ้นส่วนกัน เขาจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ ลลิน? หรือว่าคุณความจำเสื่อมจนลืมใบสำคัญสมรสที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในตู้เซฟที่บ้านเพนท์เฮาส์ของคุณไปซะแล้ว?"
คำพูดของเขาทำให้ลลินชะงักไป ใบหน้าเนียนสวยร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใบสมรสใบนั้น... มันเป็นความผิดพลาดชั่ววูบในคืนที่เมามายและต้องการเอาชนะตระกูลฝั่งตรงข้ามเมื่อสองปีก่อน ใครจะไปคิดว่าดีไซเนอร์หนุ่มมาdขรึมคนนี้จะจริงจังและถือหางมันไว้แน่นยิ่งกว่าใบหุ้นบริษัทเสียอีก!
"วันนั้นฉันเมา!" ลลินแก้ตัวเสียงอุบอิบ เมินหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองมา
"อ๋อ... เมาเหรอครับ?" คีย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของเธอลึกๆ จนลลินสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "แต่ผมไม่ได้เมาเลยสักนิด... และทุกตัวอักษรในเอกสารฉบับนั้น ผมอ่านทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่าตอนตรวจแบบตัดเย็บชุดฟินาเล่บนรันเวย์ซะอีก"
"คนฉวยโอกาส! คนเจ้าเล่ห์! ปล่อยนะ!" ลลินทุบอกเขาปั๊กใหญ่ แต่แรงแค่นี้มีค่าเท่ากับการนวดตัวสำหรับคีย์เท่านั้น ดีไซเนอร์หนุ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่นตรึงร่างเธอให้อยู่ในอ้อมแขน
ดวงตาคมกราบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ (และเขินอายที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ) แววตาเย็นชาที่ใครๆ ต่างหวาดกลัวในเวลางาน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน
"รู้ไหมครับลลิน..." เสียงของเขาอ่อนลง นุ่มนวลขึ้นจนน่ากลัว "ตลอดเวลาที่คุณทำเป็นเก่ง ปากจัด และคอยหาเรื่องปะทะกับผมเพื่อปกป้องตัวเอง... คุณดูเหนื่อยแค่ไหน..."
มือหนาข้างที่เป็นอิสระค่อยๆ ไล้กรอบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เกราะป้องกันอันแข็ง
แก๊ง!
จังหวะนั้นเอง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากระเบียงด้านนอกตึกทะลุผ่านกระจกกันเสียงเข้ามา ตามด้วยแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาภายในสตูดิโอผ่านม่านมู่ลี่ที่เปิดแง้มไว้!
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความกรุ่นอารมณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา เขายังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับต่ำก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมอัจฉริยะข้างผนังที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่าง
[ตรวจพบการบุกรุก... บุคคลไม่ได้รับอนุญาตกำลังพยายามงัดแงะประตูหนีีบไฟสำรอง]
ภาพบนจอแสดงให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพง ท่าทางลุกลี้ลุกลนกำลังพยายามใช้ชะแลงงัดประตูเหล็กของตึกอย่างเอาเป็นเอาตาย... ใครบางคนที่ลลินจำได้แม่นว่าคือคู่หมั้นเก่าผู้แสนน่ารังเกียจที่เธอเพิ่งประกาศถอนหมั้นไปหยกๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน!
ลลินเบิกตากว้าง หันขวับมามองหน้าคีย์ที่ตอนนี้ดวงตาดำมืดสนิทราวกับพายุกำลังก่อตัว
คีย์ปล่อยมือจากข้อมือของเธอ ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับเย็นเยียบจนน่าขนพองสเกล
"ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้พักผ่อนกันง่ายๆ แล้วล่ะครับ, ภรรยา" คีย์หยิบแท็บเล็ตควอ츠บนโต๊ะขึ้นมา นิ้วเรียวกดสั่งการระบบรักษาความปลอดภัยด้วยรหัสผ่านส่วนตัว "ในเมื่อมี 'แมลงสาบ' สกปรกวิ่งเข้ามาในบ้านของเรากลางดึกแบบนี้... ในฐานะสามีและเจ้าของพื้นที่..."
คีย์หันมาสบตาลลิน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงปลดล็อกระบบป้องกันภัยทั้งหมดที่ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก!
"...ผมควรจะต้อนรับเขาด้วยวิธีไหนดีครับ... ระหว่างแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกยามวิกาล... หรือปล่อยให้ผมลงไปต้อนรับเขาด้วย 'หมัดชุดใหญ่' ที่ผมซ้อมไว้รอต้อนรับมันตั้งแต่สัปดาห์ก่อนดี?"
ดวงตาของลลินเป็นประกายขึ้นมาทันที ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง เธอเหยียดยิ้มร้ายกาจแบบฉบับทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากรรไกรตัดผ้าเหล็กกล้าชั้นดีมาถือไว้ในมือ หมุนเล่นเบาๆ อย่างคล่องแคล่ว
"แจ้งตำรวจน่ะมันธรรมดาไปค่ะคุณคีย์..." ลลินก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงไปด้วยพิษสงรอบตัว "ลงไปข้างล่างด้วยกันเดี๋ยวนี้เهه... ฉันจะแสดงให้คุณดูเอง ว่าการ 'ตบหน้าคนหน้าด้าน' แบบพรีเมียมสไตล์ลลินคนนี้... เขาทำกันยังไง!"
คีย์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือออกไปตรงหน้าเธอ "เชิญครับ... คุณภรรยาคนสวยของผม"
มือเรียวเล็กของลลินวางลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างมั่นใจ โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่า... แผนการของพวกเขากำลังจะเปิดฉากต้อนรับความลับช็อกโลกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการบุกรุกครั้งนี้!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด•ตอนที่ 4
กลิ่นไอความวุ่นวาย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!