"ถ้าผลงานระดับอนุบาลนี่เรียกว่าคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง... งั้นฉันคงต้องเอาชุดพวกนี้ไปบริจาคให้หุ่นไล่กาหลังบ้านแทนแล้วล่ะค่ะ น่าจะเหมาะกว่าเอามาเดินบนรันเวย์ระดับประเทศ"
เสียงหัวเราะคิกคักของรตา ดังแหลมบาดหูท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียด นางแบบสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉียบคมกวาดมองสเก็ตช์ภาพและชุดตัวอย่างบนหุ่นลองเสื้อด้วยความเหยียดหยาม เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อจงใจให้เพชรเม็ดโตที่คอสะท้อนแสงไฟล่อตาล่อใจผู้คน ก่อนจะหันไปสบตากับคณะกรรมการบริหารที่นั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้าม
ลลินไม่ได้ขยับตัว เธอยังคงยืนกอดอกนิ่งพิงขอบโต๊ะทำงานไม้สักทอง ท่าทีสบายๆ สวนทางกับบรรยากาศเดือดระอุรอบตัว มุมปากอิ่มสีพีชยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"พูดจบหรือยังคะคุณรตา?" เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอ่ยขึ้นแทรกกลางความเงียบ ลลินก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าไปหารตา ส้นสูงคริสตัลกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ถ้าการใช้สายตาตื้นเขินมองงานศิลป์ แล้วคิดว่ามันวัดค่าได้ด้วยป้ายราคาบนคอคุณล่ะก็... ฉันเกรงว่าสมองของคุณคงต้องได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่แล้วล่ะค่ะ"
"นี่เธอ! กล้าดียังไงมาว่าฉัน!" รตาหน้าถอดสี เสียงแหลมตบกลับด้วยความโกรธจัดเมื่อโดนตอกกลับกลางวงประชุม "ทุกคนก็เห็นกันอยู่ว่าดีไซน์บ้านๆ แบบนี้ ไม่มีทางขายได้หรอกค่ะ! มันทั้งเชย ทั้งไร้รสนิยม คีย์อุตส่าห์สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์มาแทบตาย แต่เธอกลับเอาขยะพวกนี้มาทำลายมันพินาศ!"
รตาหันไปมองคีย์ที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายลลิน หวังจะหาแนวร่วมจากดีไซน์เนอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเย็นชา แต่คีย์กลับไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่ผลงานของลลินด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
"ขยะเหรอคะ?" ลลินหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะแต่ทรงพลังเสียจนรตาต้องชะงัก มือเรียวเล็กหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมา แล้วสะบัดข้อมือส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้น
ภาพโครงสร้างเนื้อผ้าสามมิติปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อมูลเชิงลึกที่ทำเอาเหล่าคณะกรรมการตาโต
"ชุดที่เธอเรียกว่าขยะชิ้นนี้ ใช้เทคโนโลยีเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติกใต้ทะเลที่ผ่านกระบวนการถักทอด้วยมือโดยกลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชน ใช้เวลาพัฒนาสามเดือนเต็มเพื่อให้ได้สัมผัสที่เบาหวิวเหมือนขนนกแต่ทนทานต่อแรงดึงสูง น้ำหนักรวมของชุดไม่ถึงสองร้อยกรัม... และที่สำคัญที่สุด" ลลินหยุดเดิน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นระริกของรตา "ยอดพรีออเดอร์ล่วงหน้าของชุดนี้ชุดเดียว ทุบสถิติยอดขายสูงสุดของไตรมาสที่แล้วไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมในทันที คณะกรรมการหลายคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง บางคนรีบก้มลงกดดูตัวเลขในแท็บเล็ตของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเคลือบแคลงสงสัย กลายเป็นความยำเกรงและทึ่งในความสามารถ
รตาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เธอพยายามจะอ้าปากเถียงแต่ไม่มีเสียงหลุดออกมา ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอหมัดฮุกน็อกเอาต์ด้วยตัวเลขและข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้
"ทีนี้..." ลลินก้าวเข้าไปประชิดตัวรตาอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ได้ยินกันทั่วห้อง "ระหว่างผลงานที่สร้างรายได้และคุณค่าให้สังคม กับนางแบบที่เอาแต่ยืนเก๊กท่ารอรับเศษเงินค่าจ้าง... ใครกันแน่คะที่เป็น 'ส่วนเกิน' ของห้องนี้?"
คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ลลิน ฝ่าหนาอุ่นจัดเอื้อมไปโอบเอวบางไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและสนับสนุนอย่างชัดเจน สายตาคมกริบของเขาเหลือบมองคณะกรรมการทุกคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"โปรเจกต์นี้จะเดินหน้าต่อภายใต้การดูแลของลลินทั้งหมด ใครที่มีปัญหา... เชิญยื่นใบลาออกได้ทันทีครับ"
ประโยคเดียวจบเกม รตาเข่าแทบทรุด ล้มลงไปกองกับเก้าอี้ด้วยความอับอายขายหน้า ขณะที่ลลินเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงปรบมือปริศนาก็
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด•ตอนที่ 5
ตบหน้าพวกปากดี
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับเจ้าของแบรนด์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!