นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 14

ทางเลือกที่บีบคั้น

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอายของคราบเลือดแห้งกรังผสมกับสารเคมีฟอร์มาลีนในโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเท่ากับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ ธันวาใช้ปลายคีมสเตนเลสเขี่ยเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บริเวณซอกเล็บของเหยื่อ แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณที่ถูกจัดท่าอย่างจงใจ ร่างกายของแพทย์นิติเวชหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับเขาไม่ได้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมอันโหดเหี้ยม แต่กำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นหนึ่งในห้องทดลอง เบื้องหลังเขาคือรินรดา เธอยืนพิงเสาปูนเปลือย ดวงตาเหม่อมองไปที่เงาสะท้อนของผืนน้ำด้านนอก หน้าต่างบานเกล็ดที่แตกละเอียดทำให้ลมยามวิกาลพัดหวีดหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากคนตาย "ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษกำลังมาถึง" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แต่มือข้างที่ถือพู่กันไม้เก่าๆ กลับสั่นเทาเล็กน้อย "คุณมั่นใจแค่ไหน... ว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาทางประตูนั้น คือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จริงๆ ไม่ใช่ผู้ล่า?" ธันวาชะืองานในมือเล็กน้อย เขาไม่หันกลับไปมอง แต่สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบห้อง "ความมั่นใจเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนทำนิติเวชครับรินรดา สิ่งที่เรายึดถือมีเพียงวัตถุและร่องรอย... ซึ่งมักจะไม่เคยโกหก" "แต่คนโกหก" รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเธอก้องสะท้อนในความเวิ้งว้าง "และคนที่คุณไว้ใจที่สุด อาจเป็นคนที่ถือมีดเล่มเดียวกับฆาตกร" เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงวิทยุสื่อสารที่ซ่าเตือนสัญญาณรบกวน ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงสาดส่องเข้ามาภายในโกดัง ร่างของนายตำรวจยศสารวัตรนามว่า "วิชาญ" ก้าวเข้ามาพร้อมกับลูกน้องในเครื่องแบบครบครัน ท่าทางของเขาดูร้อนรนเกินความจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุ "หมอธันวา! คุณมาทำอะไรในพื้นที่อันตรายแบบนี้โดยไม่รอทีมสนับสนุน?" วิชาญถอดถุงมือหนังออก สีหน้าแสดงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเหลือบมองศพบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว ธันวายืนขึ้นช้าๆ เขาถอดถุงมือยางออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบจับจ้องรอยยับบนปกเสื้อของสารวัตรวิชาญ "ผมแค่มาก่อนเวลาอันควรครับสารวัตร... เหมือนกับที่คนร้ายพยายามจะลบรอยนิ้วมือบนด้ามมีดนั่นแหละครับ" วิชาญขมวดคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณหมายความว่ายังไง หมอ? คดีนี้สรุปได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นแก๊งค้ายาเสพติดหักหลังกันเอง คุณอย่าพยายามสร้างทฤษฎีสมคบคิดให้มันยุ่งยากเลย" "หักหลังกันเองด้วยการผ่าตัดช่องท้องแบบไร้รอยแผลฉีกขาด และเก็บรักษากระดูกชิ้นเล็กๆ ไว้ในขวดโหลสุญญากาศอย่างประณีตอย่างนั้นหรือครับ?" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวสารวัตรวิชาญทีละน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงปะปนกับกลิ่นคาวเลือด "นั่นไม่ใช่ฝีมือของพวกค้ายาข้างถนนครับสารวัตร แต่มันคือฝีมือของคนที่มีความรู้ทางศัลยกรรมระดับมืออาชีพ... หรืออาจจะ... เป็นคนที่มีอำนาจสั่งการในกรมตำรวจแห่งนี้" บรรยากาศภายในโกดังพลันอึดอัดขึ้นมาทันที ลูกน้องในเครื่องแบบของวิชาญเริ่มขยับมือเข้าใกล้ซองปืนที่สะโพก สายตาหลายคู่มองมาที่ธันวาและรินรดาด้วยความระแวง รินรดากำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อโค้ด นิมิตภาพจากความทรงจำสีเทาหม่นแวบเข้ามาในหัวของเธออีกครั้ง ภาพของห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีลับ ภาพของรอยสักรูปงูที่ข้อมือซ้าย... ข้อมือของใครบางคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้ "หมอธันวา" วิชาญหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและอันตราย "คุณเป็นแพทย์ที่ดี แต่น่าเสียดายที่คนฉลาดมักตายเร็วเสมอ... ทางเลือกของคุณมีไม่มากนักหรอกนะ" ธันวาไม่สะทกสะท้าน มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ผมเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาจำกัดทางเลือกครับสารวัตร โดยเฉพาะทางเลือกที่ถูกกำหนดโดยหนอนบ่อนไส้ที่แต่งเครื่องแบบสีกากี" สิ้นคำพูดของธันวา เสียงคลิกโลหะเบาๆ จากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของธันวาอย่างแม่นยำ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมอง เธอกลับพบว่านายตำรวจหนุ่มผู้ติดตามวิชาญมาตั้งแต่ต้น ผู้ซึ่งทำหน้าที่ถือกระเป๋าเก็บหลักฐานมาตลอดทาง... กำลังเล็งปืนมาที่ธันวาโดยมีรอยยิ้มเย็นชาประดับอยู่บนใบหน้า วิชาญยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "เสียใจด้วยนะหมอ... ในกองร้อยนี้ ไม่มีใครแปลกปลอมหรอก ยกเว้นพวกคุณสองคนที่ล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้าม" ธันวายังคงยืนนิ่งสนิท สายตาของเขาไม่ได้มองปืนที่จ่อหัวอยู่ แต่ทอดมองไปยังกระเป๋าเก็บหลักฐานในมือของตำรวจหนุ่มนายนั้น รอยเลือดหยดเล็กๆ ที่ซึมออกมาจากรอยต่อของซิปกระเป๋า ยืนยันสมมติฐานทั้งหมดของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มือของธันวาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์... มันคือแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่เขาแอบดึงมาจากคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของวิชาญเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ "คุณคิดว่าคุณคุมเกมทั้งหมดแล้วสินะครับสารวัตร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ดวงตาคมกริบสะท้อนเงาความมืดในแววตาของอีกฝ่าย "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่าข้อมูลในนี้ ถูกอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองอัตโนมัติทุกๆ สามนาที" วิชาญชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%