กลิ่นของฟอร์มาลีนและตัวทำละลายอินทรีย์ไม่ได้ให้ความรู้สึกระคายเคืองจมูกสำหรับธันวาเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ภายในห้องแล็บใต้ดินของหอศิลป์แห่งชาติ กลิ่นอายของสารเคมีพวกนี้มีความซื่อสัตย์ในตัวของมันเอง มันไม่เคยโกหก ไม่เหมือนรอยยิ้มหรือคำให้การของผู้ต้องสงสัยที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดีจากทนายความ
นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีดำของแพทย์นิติเวชหนุ่มกำลังคีบหลอดทดลองขนาดเล็กขึ้นส่องกับแสงไฟยูวี แสงสีม่วงเข้มสะท้อนลงบนผิวแก้วใสเผยให้เห็นคราบสารเรืองแสงจางๆ ที่เกาะอยู่ก้นหลอด เป็นร่องรอยที่หากมองด้วยตาเปล่าภายใต้แสงไฟธรรมดาคงไม่มีวันสังเกตเห็น แต่สำหรับธันวาแล้ว หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เคยซ่อนตัวอยู่บนพื้นผิว มันมักจะหลบซ่อนอยู่ในจุดที่คนเรามองข้ามเสมอ
"คุณกำลังเล่นกับของอันตรายนะ, หมอ"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ย่างกรายเข้ามาบนพื้นปูนเปลือยไม่ได้ทำให้ธันวาต้องหันกลับไปมอง เขาจำเสียงสะท้อนนั้นได้ดี รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะปฏิบัติการราวสองก้าว ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องแล็บชั่วคราวที่ถูกดัดแปลงมาจากห้องเก็บของอับทึบ แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความเยือกเย็นแบบศิลปิน
"ทุกอย่างในที่นี้อันตรายอยู่แล้ว, รินรดา" ธันวาเอ่ยตอบโดยไม่ละสายตาจากหลอดทดลองในมือ น้ำเสียงของเขาเรียบสนยשי "ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่คุณสูดดมเข้าไป หรือภาพวาดในหัวของคุณที่กำลังบอกว่าฆาตกรไม่ได้ใช้แค่มีดหรือปืนในการปลิดชีพเหยื่อ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทดลองอีกนิด กลิ่นอายความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองเด่นชัดขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ "ฉันไม่ได้จินตนาการไปเอง... ภาพที่ฉันเห็นในกระจกวันนั้น มันคือชายคนหนึ่งที่กำลังหยดของเหลวสีอำพันลงไปในแก้วไวน์ของเหยื่อ มือของเขาสั่น แต่แววตานิ่งสนิทราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา"
ธันวาค่อยๆ วางหลอดทดลองลงบนแท่นวางอย่างระมัดระวัง เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างด้วยความใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับจิตรกรสาว แววตาของแพทย์นิติเวชเต็มไปด้วยความกังขาที่เจือด้วยความเห็นใจอย่างประหลาด
"วิทยาศาสตร์ไม่เชื่อเรื่องนิมิต, คุณก็รู้" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท "แต่สิ่งที่วิทยาศาสตร์ปฏิเสธไม่ได้คือ 'หลักฐานเชิงประจักษ์' และสิ่งที่คุณเห็นในนิมิต... มันบังเอิญตรงกับผลวิเคราะห์สารพิษที่ผมเพิ่งค้นพบในตัวเหยื่อรายล่าสุดพอดิบพอดี"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาของเธอพริบลงช้าๆ เพื่อประมวลคำพูดนั้น "หมายความว่า..."
"มันคือสารประกอบอินทรีย์สังเคราะห์ชนิดหายาก" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ชื่อของมันคือ *เทтраเมทิลเลด (Tetramethyllead)* สารเติมแต่งน้ำมันเชื้อเพลิงโบราณที่ถูกยกเลิกการใช้ไปนานแล้วเนื่องจากความเป็นพิษสูงต่อระบบประสาทส่วนกลาง แต่มันถูกนำมาสกัดใหม่ให้มีความบริสุทธิ์สูงจนไร้สีและกลิ่น... และต้นตอของมัน ก็ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในตู้ควบคุมอุณหภูมิหลังห้องนี้เอง"
บรรยากาศในห้องแล็บพลันเยือกเย็นลงทันที ราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศาเซลเซียส รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองของเธอเชื่อมโยงภาพในอดีตที่เคยสะท้อนผ่านกระจกเข้ากับความเป็นจริงตรงหน้า ภาพของเงาสะท้อนที่ถือหลอดแก้วทรงเดียวกันเป๊ะ
"ถ้ามันอันตรายขนาดนั้น..." รินรดากระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "แสดงว่าฆาตกรยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เราใช่ไหม?"
ธันวายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ประโยคคำถามของเขาถูกกลืนหายไปเมื่อจู่ๆ ไฟนีออนบนเพดานห้องแล็บก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ และดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีม่วงจากหลอด UV ที่ยังคงส่องสว่างสะท้อนคราบสารพิษบนโต๊ะให้เรืองแสงวาบขึ้นมาในความมืด
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินย่างกรายเข้ามาตามทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังประตูกระจกฝ้าของห้องแล็บแห่งนี้อย่างไม่รีบร้อน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกถึงการมาเยือนของผู้ที่ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวอีกต่อไป
ธันวาก้าวเท้าขยับเข้าไปยืนบังรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ มือขวาของแพทย์นิติเวชเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้มั่น ความเย็นเฉียบของโลหะสะท้อนเข้ากับแสงสีม่วงในความมืด
รินรดากลั้นหายใจ มือเรียวเอื้อมมาคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของธันวาไว้แน่น ขณะที่เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนประตูกระจกฝ้าด้านนอก มือปริศนานั้นยกขึ้นเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง ราวกับเป็นการทักทายของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเหยื่อของเขากำลังจนมุมอยู่ข้างใน
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใด ประตูกระจกก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลในเงาสืบเท้าก้าวเข้ามาในแสงเรืองรองของสารพิษ และทันทีที่ใบหน้าของแขกผู้มาเยือนปรากฏชัดเจนภายใต้แสงสลัว ธันวาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นคนสนิทที่สุดคนหนึ่งในทีมสืบสวนที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะอยู่ที่นี่ในเวลานี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 13
กลิ่นไอของสารพิษ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!