นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 16

บาดแผลที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงคีบสเตนเลสกระทบกับถาดเครื่องมือแพทย์ในห้องชันสูตรยามวิกาลดังขึ้น เป็นจังหวะจะโคนราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความจริงอันโหดร้าย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและฟอร์มาลีนยังคงอบอวล แต่มันเจือจางลงด้วยกลิ่นกาแฟดำกรุ่นจากแก้วกระดาษที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเก่า ธันวาไม่ได้มองหน้าผม รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของแพทย์นิติเวชหนุ่มขยับเล็กน้อยยามที่เขาเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมา "คุณรู้ไหมครับริน... คนเรามักคิดว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของความลับ แต่สำหรับผม ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการโกหกที่แยบยลที่สุดต่างหาก" รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีทึบ ดวงตาสีเข้มของเธอกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของธันวา ผู้ชายที่เชื่อมั่นในความเย็นชาของศพและมีดผ่าตัดมากว่าความรู้สึกของมนุษย์ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากจิตใต้สำนึกของเขา—ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นรอยแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด "บางที... คุณอาจจะไม่ได้กำลังค้นหาความจริงเพื่อคนตายหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่คุ้นชิน ก่อนจะแก้ไขคำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณกำลังพยายามพิสูจน์บางอย่างให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งในอดีตต่างหาก" ธันวาชะงักมือที่กำลังวางปากกาลงบนแฟ้มคดี ปลายเหล็กแหลมหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบหันขวับมามองจิตรกรสาว สีหน้าของเขาเย็นเยียบขึ้นมาในทันที ราวกับมีม่านน้ำแข็งหนาทึบถูกกั้นขวางระหว่างเขากับโลกภายนอก "คุณเห็นอะไรในกระจกนั่นอีกแล้วหรือครับ" เสียงของเขาต่ำลึกและกดดัน "เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้เห็นจากกระจก" รินรดาส่ายหัวช้าๆ แววตาของเธอสะท้อนความเปราะบางบางประการ "ผมเห็นมันจากวิธีที่คุณถือมีดผ่าตัด... มือที่ไม่เคยสั่นแม้แต่ครั้งเดียวตอนผ่าตัดศพคดีฆาตกรรมอำมหิต แต่กลับเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดทุกครั้งที่คุณเปิดดูแฟ้มคดีหมายเลข 404... คดีฆ่ายกครัวเมื่อสิบห้าปีก่อน" ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ธันวาถอนหายใจยาวนาน เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้าคมคายนั้น เขาไม่ได้ปฏิเสธ และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด "คุณฉลาดเกินไปนะริน" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดเดินไปที่หน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาของพวกเขาเองในความมืด "สิบห้าปีก่อน ในบ้านหลังใหญ่แถบชานเมืองที่มีกลิ่นอายของความร่ำรวยและคราบเลือด... พ่อ แม่ และน้องสาวของผมถูกพบเป็นศพในห้องนอนของพวกเขา ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็น 'การฆ่าตัวตายร่วมกัน' ของคนในครอบครัวจากปัญหาหนี้สิน" รินรดานิ่งฟัง เธอย้ายตัวเองมาหยุดยืนอยู่ข้างกายเขาโดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ "แต่คุณไม่เชื่อ" "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นห่วยแตกสิ้นดีครับริน" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความชusชัง "รอยนิ้วมือบนด้ามมีดมีแค่ของพ่อผม มุมของบาดแผลสอดคล้องกับการลงมือด้วยตัวเอง แต่ในฐานะนิติเวช... ผมรู้ดีว่าฟิสิกส์ของการแทงตัวเองไม่มีทางสร้างวิถีแผลแบบนั้นได้ บนข้อมือของแม่มีรอยช้ำจางๆ ที่เกิดจากการถูกพันธนาการก่อนตาย แต่พวกเขากลับบอกว่านั่นคือ 'รอยจากการดิ้นรนครั้งสุดท้าย' ปัดโถ่เว้ย... นั่นมันฆาตกรรมชัดๆ" "และคนที่ทำ... คือคนในตระกูลของคุณเองใช่ไหมครับ" รินรดากล่าวต่อยอดประโยคของเขาได้อย่างแม่นยำ ธันวาหันมามองเธอ แววตาของแพทย์หนุ่มวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกเก็บงำมานานแรมปี ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาในพื้นที่จำกัดนี้เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าทางความคิดที่พร้อมจะช็อตทุกความรู้สึกให้แหลกสลาย "ถูกต้องครับ" ธันวาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "หลักฐานชิ้นเดียวที่อาจจะพลิกคดีได้ ถูกซ่อนไว้ในห้องทำงานของพ่อผมในคืนเกิดเหตุ แต่เช้าวันรุ่งขึ้น... มันหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับพยานปากเอกคนเดียวที่ยืนแอบดูเหตุการณ์อยู่หลังตู้เสื้อผ้า" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจของเธอกระตุกวูบ "พยานคนนั้น..." "ใช่ครับ" ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เด็กชายอายุสิบขวบที่วิ่งหนีออกทางหน้าต่างในคืนนั้น... เด็กชายที่มีอาการทางจิตและเห็นภาพหลอนจนไม่มีใครในกระบวนการยุติธรรมยอมเชื่อคำให้การของเขา... เด็กชายคนเดียวกับที่คุณเห็นเงาของเขาซ้อนทับอยู่ในกระจกทุกครั้งที่คุณวาดรูปยังไงล่ะครับริน" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความจริงที่ถูกเปิดเผยไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวในอดีต แต่มันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดพวกเขาทั้งสองคนเข้าด้วยกันโดยไม่รู้ตัว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อทำลายความตึงเครียดนี้ **ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...** เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องชันสูตรดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลยามตีสองครึ่ง มันไม่ใช่เสียงเคาะของเจ้าหน้าที่เวรเปลหรือพยาบาล แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่นและจงใจ ทั้งธันวาและรินรดานิ่งง็งัน พวกเขาหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กทึบพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ธันวาขมวดคิ้วแน่น มือข้างหนึ่งเลื่อนไปแตะด้ามมีดผ่าตัดสแตนเลสบนถาดโดยสัญชาตญาณ "ไม่มีใครมีเวรดึกในโซนนี้..." เขากระซิบเสียงต่ำ ประตูกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ บานพับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน มีร่างของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามา แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เหนือศีรษะของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และในมือข้างขวานั้น... เขากำลังถือแฟ้มคดีเก่าสีน้ำตาลที่ควรจะถูกเผาทำลายไปตั้งแต่เมื่อสิบห้าปีก่อน แฟ้มคดีหมายเลข 404 ที่มีคราบเลือดสีน้ำตาลแห้งกรังติดอยู่บนสันปก "สวัสดีครับคุณหมอ... และสวัสดีครับ 'พยาน' ตัวจริง" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย พร้อมกับเสียงปิดประตูดัง **ปัง!** สนั่นหวั่นไหว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%