กลิ่นของน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ล้างแผลในห้องชันสูตรยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคือความจริงแท้เดียวที่ธันวาไว้วางใจ แพทย์นิติเวชหนุ่มกำลังใช้คีมสเตนเลสคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบลงบนแผ่นสไลด์แก้ว แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของเขา ขณะที่เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ส่งเสียงครางหึ่งต่ำๆ อยู่เบื้องหลัง ทว่าสมาธิอันเฉียบคมของเขาในคืนนี้กลับถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะกระจกหน้าต่างเบาๆ สามครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
ไม่ใช่เสียงจากลมพัดผ่าน และไม่อาจเป็นเจ้าหน้าที่เวรยาม เนื่องจากห้องผ่าศพแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นใต้ดินที่ไม่มีระเบียบระเบียงภายนอก ธันวาชะืองานในมือ ดวงตาคมกริบใต้เลนส์แว่นหันไปมองบานกระจกฝ้าที่กั้นระหว่างห้องทำงานส่วนตัวกับทางเดินมืดทึบ เงาสลัวของร่างหนึ่งทาบทับอยู่หลังกระจก เงาร่างนั้นบอบบางและคุ้นเคยเกินกว่าจะปล่อยผ่าน
รินรดา
เธอไม่ได้ใช้มือเคาะประตู แต่เธอกำลังใช้นิ้วเรียวกรีดลงบนกระจกช้าๆ ราวกับกำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบที่ว่างเปล่า ทว่ารอยนิ้วมือนั้นทิ้งคราบฝ้าจางๆ ที่สั่นเทา ธันวาวางเครื่องมือลงในถาดสเตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่เขาจะเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ประตูและเปิดมันออก
"คุณควรจะนอนอยู่ที่ห้องพักริน" เสียงของธันวาเรียบสนิท ไร้ความอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ถูกกรองผ่านตรรกะอันเย็นชา "เวลาตีสองครึ่งไม่ใช่เวลาที่จิตรกรควรมาเดินเล่นในแผนกนิติเวช"
รินรดาไม่ได้สวมรองเท้า เธอยืนอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบด้วยเท้าเปล่า เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิงราวกับไม่ได้หวีมาหลายชั่ว,โมง ดวงตากลมโตคู่นั้นเหม่อลอย แต่มันไม่ได้มองที่ธันวา มันกำลังมองทะลุผ่านไหล่เขาไปยังร่างไร้ลมหายใจบนเตียงสแตนเลสเบื้องหลัง
"มันส่งเสียงอีกแล้วค่ะ... เอ่อ... ครับ" รินรดากะพริบตาถี่ๆ แก้คำพูดตัวเองด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว เธอมักจะสับสนสรรพนามเมื่อสภาวะจิตใจหลุดลอยจากความเป็นจริง "เสียงของมัน... ในหัวของฉัน... เอ๊ย... ของผม... ไม่ใช่สิ เสียงของคนที่คุณผ่าตัดเขาเมื่อวานต่างหาก"
ธันวาสังเกตเห็นมือข้างที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวของเธอกำลังสั่นระริก ปลายนิ้วมีรอยหมึกสีดำเปรอะเปื้อนจนคล้ายคราบเลือดแห้งๆ "คุณไม่ได้ยินเสียงใครทั้งนั้นริน นั่นคืออาการประสาทหลอนจากความเครียด คุณเสพติดการแบกรับความทรงจำของคนตายมากเกินไปจนจิตใต้สำนึกสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเอง"
"ภาพลวงตาเหรอคะ?" รินรดายกมือขึ้นทาบอก ตัวเธอสั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำ "ถ้ามันเป็นแค่ภาพลวงตา แล้วทำไมโทรศัพท์มือถือของฉันถึงมีข้อความส่งเข้ามาทุกครั้งที่ไฟในห้องดับล่ะคะ?"
เธอควasควักสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกยับเยินออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมตัวโคร่ง ยื่นมันมาตรงหน้าธันวา หน้าจอแสดงผลสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีฟ้าแสบตา มีข้อความใหม่จากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึก ปรากฏขึ้นเรียงรายกันสามข้อความติดต่อกัน
*[02:14 น.] เขากำลังจะผ่าตัดกะโหลกเธอในคืนนี้ ระวังรอยกรีดที่ขมับขวาให้ดีนะ*
*[02:18 น.] ความลับในขวดดองฟอร์มาลีนตู้ที่สามสวยงามกว่าที่คิด... นายคิดเหมือนฉันไหมหมอ?*
*[02:20 น.] หันไปมองที่กระจกสิ... เธอกำลังยืนอยู่ข้างหลังนายแล้ว*
ธันวาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย สมองส่วนเหตุผลประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่มันคือเกมจิตวิทยาชั้นต่ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายประสาทสัมผัสของคนไข้โดยเฉพาะ ข้อความแรกเจาะจงถึงตารางงานของเขา ข้อความที่สองรู้ถึงตำแหน่งจัดเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อในห้องนี้อย่างแม่นยำ และข้อความที่สาม... คือการจู่โจมทางจิตประสาทเพื่อให้เหยื่อหันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า
ธันวาหันขวับกลับไปมองกระจกบานใหญ่ด้านหลัง ทว่าในนั้นสะท้อนเพียงภาพตัวเขาเองที่ยืนอยู่เคียงข้างรินรดา ไม่มีเงาของใครอื่น ไม่มีร่างของคนตายลุกขึ้นมานั่ง และไม่มีใครซ่อนอยู่มุมห้อง
"มีคนกำลังเล่นตลกป่วยๆ เพื่อปั่นหัวคุณ... และพวกมันกำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือ" ธันวาหันกลับมามองหญิงสาว แววตาของแพทย์นิติเวชคมกลาวราวกับจะเฉือนเนื้อหนังเพื่อหาความจริง "ใครเป็นคนหยิบมือถือเครื่องนี้ให้คุณตอนออกจากห้องนอน?"
รินรดาส่ายหัวช้าๆ น้ำตาคลอเบ้าจนดวงตาสั่นระริก "ไม่มีใครค่ะ... ฉันวางมันไว้บนโต๊ะทำงานตลอดเวลา แต่... แต่พอตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงกระซิบ หน้าจอมันก็สว่างขึ้นเอง พร้อมกับเสียงเคาะประตูระเบียงห้องนอน... ธันวาคะ ฉันกำลังจะบ้าใช่ไหม? ฉันเริ่มมองไม่เห็นเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับภาพนิมิตแล้ว"
ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ มือหนาเอื้อมไปจับข้อศอกที่สั่นเทาของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะเรียกสติให้เธอกลับมาสู่ปัจจุบัน "ฟังผมนะริน... ในโลกนี้ไม่มีผี ไม่มีเสียงกระซิบจากคนตาย มีแต่มนุษย์ที่พยายามซ่อนตัวอยู่ในความมืดแล้วใช้ความกลัวของคุณเป็นอาวุธ"
"แล้วข้อความพวกนั้นล่ะคะ? มันรู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังทำอะไรในห้องนี้!" เสียงของรินรดาเริ่มสูงขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เธอพยายามดึงแขนออกจากการเกาะกุม "มันไม่ได้จ้องเล่นงานฉันคนเดียว... มันกำลังจับตาดูคุณด้วย ธันวา! พวกมันรู้ทุกย่างก้าวที่เราขยับ!"
"นั่นหมายความว่า..." ธันวาหรี่ตาลง ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง "มีหนอนกระ่อนอยู่ในโรงพยาบาลนี้... หรือไม่ก็... มีใครบางคนแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดเล็กไว้ในห้องชันสูตร"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวต่อสิ่งใด แต่วันนี้ เขากลับดูเคร่งเครียดจนน่ากลัว
"ถ้ามันรู้ว่าเรากำลังคุยอะไรกันอยู่..." รินรดากระซิบเสียงสั่น พลางหันไปมองรอบห้องที่เงียบงัด "แสดงว่าตอนนี้... มันก็อาจจะกำลังมองเราอยู่เหมือนกัน"
กริ๊ก!
เสียงสวิตช์ไฟเพดานตัดขาดด้วยตัวเอง ความมืดมิดกลืนกินห้องชันสูตรทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่กระพริบติดๆ ดับๆ ตามจังหวะกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ ธันวาชักมือออกจากแขนของรินรดาอย่างรวดเร็ว มือขวาคว้าด้ามมีดผ่าตัดสเตนเลสขึ้นมาถือไว้โดยสัญชาตญาณ ขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวรอบด้าน
"ริน... อยู่หลังผม อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรินรดาและเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในอ่างล้างมือที่ดัง *ติ๊ง... ติ๊ง...* เป็นจังหวะ ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นของรินรดาก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ที่ดังลั่นห้อง
*[02:24 น.] ฉันไม่ได้มองพวกนายจากกล้องวงจรปิดหรอกนะหมอ...*
ธันวาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดแปลกไปจากวิสัยของแพทย์ผู้เยือกเย็น เขาหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานเกล็ดระบายอากาศด้านบนสุดของผนัง ซึ่งปกติจะล็อกตายเอาไว้เสมอ
ทว่าตอนนี้ บานเกล็ดกระจกถูกดันเปิดออกทีละน้อย... พร้อมกับกลิ่นฉุนรุนแรงของควันบุหรี่ราคาถูกลอยเข้ามาปะทะจมูก
และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากเตือนรินรดา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนที่ *ระเบียงด้านนอกห้องชันสูตรชั้นใต้ดิน* ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้นอกจากผู้ที่มีคีย์การ์ดระดับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเท่านั้น!
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะครั้งนี้ไม่ได้มาจากกระจก... แต่มันดังมาจาก *ด้านในตู้แช่ศพหมายเลขสาม* ที่บรรจุร่างไร้ลมหาใจของเหยื่อรายล่าสุดเอาไว้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 19
เสียงกระซิบจากความมืด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!