กลิ่นฟอร์มาลีนในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเหมือนตำราแพทย์เล่มใดในโลกเคยรับรอง มันเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่ถูกดองไว้ด้วยความกระวนกระวายใจของมนุษย์ ธันวายืนอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลสสตีล แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนใบมีดผ่าตัดที่เขากำลังถืออยู่ ปลายคมโลหะจรดลงบนเนื้อเยื่อใต้ลิ้นปี่ของร่างไร้ลมหายใจตรงหน้า รอยกรีดแรกลากผ่านชั้นไขมันและกล้ามเนื้ออย่างแม่นยำด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยเชื่อในสิ่งใดนอกเหนือจากตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์
แต่วินาทีที่กรรไกรผ่าตัดแหวกเปิดทรวงอกออกเพื่อตรวจดูสภาพหัวใจ เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกก็ดังขึ้นที่มุมห้อง
ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงรักษาสมาธิไว้กับลิ้นหัวใจที่ตีบตัน แต่อุณหภูมิรอบตัวกลับลดฮวบลงอย่างแปลกประหลาด ราวกับความเย็นเยียบจากกระจกบานนั้นกำลังคืบคลานเข้ามาในห้องผ่าตัดที่ปิดทึบ
"คุณกำลังพยายามหาคำตอบให้สิ่งที่แม้แต่กล้องจุลทรรศน์ก็มองไม่เห็น... หมอธันวา"
เสียงหวานนุ่มทว่าแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องเก็บเครื่องมือแพทย์ รินรดายืนกอดอกพิงชั้นวางขวดสารเคมี ดวงตาคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ร่างไร้วิญญาณบนเตียง แต่มันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของเขา ราวกับกำลังอ่านตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกซับน้ำตาบนหน้าผากของเขา
ธันวาถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกทีละข้างอย่างใจเย็น เขาหันไปเผชิญหน้ากับเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจนเกือบไร้ความรู้สึก หน้ากากแห่งความเย็นชาคือเกราะป้องกันที่เขาสวมไว้เสมอเมื่อต้องรับมือกับความจริงที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
"ผมไม่ได้กำลังหาคำตอบจากจินตนาการครับ รินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "สิ่งที่ผมกำลังทำคือการชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการนิติเวช ชายคนนี้เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระเพาะอาหาร นี่คือความจริงเชิงประจักษ์ ไม่ใช่ภาพหลอนในหัวใครบางคน"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร กลิ่นสีน้ำมันและสนิมจางๆ ลอยมาแตะจมูกธันวา - กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอในทุกครั้งที่เธอเพิ่งผ่านการวาดภาพนิมิตอันมืดมน
"ความจริงเชิงประจักษ์งั้นหรือคะ..." รินรดากระซิบ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เธอมองข้ามไหล่ของธันวาไปยังร่างบนเตียง "งั้นช่วยบอกดิฉันทีสิคะหมอ ว่าทำไมรอยช้ำรูปฝ่ามือบนคอของเขา ถึงเพิ่งปรากฏขึ้นหลังจากที่คุณเปิดหน้าอกเขาเสร็จ ทั้งๆ ที่ตอนเขายังมีลมหายใจ ผิวหนังบริเวณนั้นเรียบเนียนไร้รอยขีดข่วน?"
ธันวาชะงัก ร่างกายของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ สมองส่วนหน้าประมวลผลคำพูดของเธออย่างรวดเร็ว เขาหันขวับกลับไปมองศพบนเตียงสเตนเลสทันที
ภายใต้แสงไฟนีออนจ้า บริเวณลำคอของศพที่เคยสะอาดสะอ้าน บัดนี้... ปรากฏรอยนิ้วมือสีม่วงคล้ำเด่นชัดขึ้นทีละน้อย ราวกับมีใครบางคนกำลังใช้มือบีบรัดมันอย่างช้าๆ ในความเงียบงัน รอยช้ำนั้นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนน่ากลัว
หัวใจของธันวากระตุกวูบ ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นกระดูกสันหลัง เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสผิวหนังบริเวณลำคอของศพนั้นด้วยความตกใจ เนื้อเยื่อตรงนั้นเย็นเฉียบและแข็งเกร็ง แรงกดทับจากรอยนิ้วมือลึกลับนั้นมีอยู่จริง มันไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่แสงสะท้อน แต่มันคือหลักฐานทางกายPysical Evidence ที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในตรรกะอย่างเขา
"เป็นไปไม่ได้..." ธันวาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาขาดหายไปในลำคอ "ตอนที่ผมตรวจสภาพภายนอกเมื่อสามชั่วโมงก่อน บริเวณนี้ไม่มีรอยช้ำ... ไม่มีร่องรอยการถูกรัดแม้แต่น้อย ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างรอยฮีมาโตมา (Hematoma) ได้หลังจากหัวใจหยุดเต้นและเซลล์ตายไปแล้ว นี่มันขัดกับกฎพื้นฐานของนิติเวชศาสตร์โดยสิ้นเชิง"
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้เขาจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมปนเปกับความอับชื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธันวารังเกียจที่สุด เพราะมันตอกย้ำความอ่อนแอในใจเขา
"เพราะคุณเอาแต่มองหา 'สิ่งที่ควรจะเป็น' ตามตำรา คุณถึงมองไม่เห็น 'สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง' ตรงหน้ายังไงล่ะคะหมอธันวา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณบอกว่าวิทยาศาสตร์คือความจริงแท้ แต่วิทยาศาสตร์ของคุณกำลังปฏิเสธเสียงกรีดร้องของคนที่ตายไปแล้ว... ชายคนนี้ไม่ได้ตายเพราะโรคหัวใจหรอกค่ะ เขาตายเพราะความกลัว... ความกลัวแบบเดียวกับที่พรากครอบครัวของคุณไปเมื่อสิบปีก่อน"
คำพูดประโยคสุดท้ายพุ่งตรงเข้ากระแทกจิตใจของธันวาราวกับคมมีด ภาพเหตุการณ์ในคืนนองเลือดเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกคดีที่ถูกปิดตาย กลิ่นคาวเลือดที่ติดจมูก และความรู้สึกไร้พลังในการปกป้องคนที่รัก ทุกอย่างย้อนกลับมาทับถมเขาในห้องผ่าตาดแคบๆ นี้
ธันวาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือของเขาเผลอกำด้ามมีดผ่าตัดแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เขากัดกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอารมณ์ ตรรกะและเหตุผลที่เขาใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอดชีวิตกำลังถูกกัดเซาะทีละน้อยด้วยสายตาคู่นั้น
"คุณกำลังเล่นเกมอะไร รินรดา" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างดุดันเพื่อปกปิดความไขว้เขวในใจ "คุณรู้เรื่องอดีตของผมได้อย่างไร หรือนี่เป็นแผนการที่คุณใช้ปั่นหัวผม เพื่อให้ผมลงความเห็นในสำนวนคดีตามที่คุณต้องการกันแน่?"
รินรดายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยและเปราะบางเสียจนธันวาเกือบจะใจอ่อน เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่ขอบโต๊ะชันสูตร ใกล้กับมือของเขา ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนเขาสามารถสัมผัสถึงลมหายใจแผ่วเบาของเธอได้
"ดิฉันไม่ได้ต้องการให้คุณเชื่อคำโกหกค่ะหมอ..." รินรดากระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพเงาของเขาในความมืด "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเชื่อมั่นในตรรกะบอดๆ ของคุณเอง... คืนนี้ คุณอาจจะได้เป็นคนลงมือผ่าตัด 'ตัวคุณเอง' บนโต๊ะตัวนี้ เพื่อหาคำตอบว่าหัวใจของคุณมันหยุดเต้นไปตั้งแต่ตอนไหน"
ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยคำโต้แย้งใดๆ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ ไฟนีออนเหนือหัวพวกเขาก็เกิดอาการกระพริบถี่ๆ และดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องชันสูตรทันที เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดผ่านกระจกฝ้าหน้าต่างบานเล็ก
ในความเงียบสงัดและมืดมิดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องชันสูตร...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เป็นจังหวะเดียวกับที่ปรากฏในบันทึกคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสิบปีก่อน—คดีที่ไม่มีใครรอดชีวิต ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังตู้เสื้อผ้า
ธันวากลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือที่กำมีดผ่าตัดสั่นเทาเล็กน้อย รินรดาขยับเข้ามาประชิดตัวเขา แขนเรียวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือน
ลูกบิดประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อคจากด้านใน... กำลังค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ ในความมืด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 20
ตรรกะที่พ่ายแพ้
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!