กลิ่นอับชื้นของสีน้ำมันและสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ ยามเมื่อปลายพู่กันขนมิงค์เบอร์ศูนย์ลากผ่านเนื้อผ้าใบหยาบกร้านด้วยแรงสั่นเทาเล็กน้อย
รินรดากำลังยืนอยู่หน้าขาตั้งภาพ แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง แม้ขอบตาจะคล้ำลึกด้วยพิษไข้แห่งการนอนไม่หลับติดต่อกันสามคืน แววตาของเธอนิ่งงัน—มันเป็นความนิ่งงันแบบเดียวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ซ่อนซากศพไว้เบื้องล่าง
บนผืนผ้าใบสีขาวที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏภาพร่างของชายคนหนึ่งสะท้อนผ่านเงาดำทะมึน ดวงตาเรียวรีราวกับงูพิษ มุมปากยกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่งในลักษณะที่เย้ยหยันกฎหมายและลมหายใจของเพื่อนมนุษย์ มันไม่ใช่ภาพวาดจากจินตนาการ แต่มันคือภาพถ่ายทางจิตวิญญาณที่ถูกดึงออกมาจากกระจกเงาบานนั้น... กระจกที่บันทึกความตายเอาไว้
ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของแพทย์นิติเวชที่ผ่านการผ่าศพมานับร้อยร่างหยุดชะงักลงกลางอากาศ แฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อเจ็ดปีก่อนหลุดจากมือตกลงกระทบพื้นห้องสลัว เสียงกระดาษปึกหนาหล่นกระจายไร้ระเบียบ แต่เขากลับไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด
สายตาของธันวาตรึงแน่นอยู่กับดวงตาคู่ในภาพวาด
"คุณ... เอาภาพนี้มาจากไหน" น้ำเสียงของธันวาแหบพร่า มันไม่ใช่ความตกใจระดับผิวเผิน แต่มันคือแรงกระแทกจากอดีตที่เขาฝังกลบไว้ด้วยฟอร์มาลีนและจรรยาบรรณแพทย์ รอยแผลเป็นในใจที่เคยคิดว่าตกสะเก็ดแล้ว กลับปริแตกออกจนหยดเลือดแห่งความทรงจำไหลริน
รินรดาวางพู่กันลงบนถาดสี เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ เธอมองหน้าธันวาผ่านช่องว่างระหว่างโครงหน้าของชายในภาพกับตัวจริงของแพทย์หนุ่ม แววตาของเธอมีความเยือกเย็นและเหนื่อยล้าผสมปนเปกัน
"ฉันไม่ได้วาดมันขึ้นมาจากความฝัน คุณหมอธันวา..." เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึก "มันซ่อนอยู่ในความทรงจำของเหยื่อรายสุดท้าย... คนที่คุณลงมือชันสูตรด้วยตัวเองเมื่อสัปดาห์ก่อน และเขาก็กำลังมองเราอยู่... จากที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้"
ธันวาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากสันหลังขึ้นสู่ท้ายทอย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยปลายพู่กันของหญิงสาวผู้ป่วยทางจิต แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติอันน่าเหลือเชื่อ...
แต่เป็นเพราะใบหน้าของฆาตกรในภาพวาดนั้น... คือคนคนเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมตำรวจผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมครอบครัวของเขาเมื่อเจ็ดปีก่อน บุคคลที่ควรจะเกษียณอายุราชการและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในคฤหาสน์ชานเมือง—ไม่ใช่เงาที่ยืนอยู่หลังความตายในห้องดับจิต
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่ง ธันวาจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันมีความหวาดระแวง ความเจ็บปวด และคำถามนับพันที่อัดแน่นอยู่ในอก
"เขาตายไปแล้ว... หรือเขากำลังรอให้เราเดินเข้าไปหาเองกันแน่" ธันวาเอ่ยกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับความหนาวเหน็บรอบตัว
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอաբคำตอบ เสียงเคาะประตูก็จังๆ สามครั้งดังขึ้นจากด้านนอก—มันเป็นจังหวะเคาะที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก จังหวะเดียวกับที่เธอมองเห็นในนิมิตเมื่อคืนนี้ ประตูไม้บานเก่าค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวพ้นความมืดเข้ามาในห้อง พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่บนใบหน้าของฆาตกรตัวจริง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 9
คำสารภาพที่ไม่มีเสียง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!