กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลีนในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันกลับคุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงของผู้หญิงคนไหนในชีวิตของธันวา
แพทย์นิติเวชหนุ่มยืนนิ่งอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกรอบแว่นโลหะของเขาจนมองไม่เห็นประกายในดวงตา นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาคีบภาพถ่ายรอยแผลบนศพที่สามขึ้นมาเปรียบเทียบกับศพแรกและศพที่สองอย่างเงียบเชียบ ความเงียบงันภายในห้องนี้หนักอึ้งราวกับมีมวลสารบางอย่างกดทับอากาศจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังมองหาความบังเอิญ... ในสถานที่ที่ไม่มีแม้แต่ความเมตตา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความเปราะบางดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดายืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือแพทย์ ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพวาดถ่านชาร์โคลในมือของเธอเอง ภาพนั้นคือใบหน้าของเหยื่อรายล่าสุดที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว แต่ในรูม่านตาของเหยื่อกลับมีเงาสะท้อนเป็นรูปโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมา—ภาพที่เธอ "มองเห็น" ผ่านนิมิตจากความทรงจำสุดท้ายของคนตาย
ธันวาละสายตาจากภาพถ่าย ชำเลืองมองหญิงสาวด้วยหางตา
"วิทยาศาสตร์ไม่มีที่ให้กับคำว่าบังเอิญ รินรดา มีแต่ตัวแปรที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบ" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด "รอยกรีดที่ขั้วหัวใจของเหยื่อทั้งสามรายทำมุมสิบหองศาเท่ากัน แรงกดของมีดผ่าตัดสแตนเลสเกรดการแพทย์พรีเมียม... ฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันกำลังทำงานศิลปะที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับศัลยแพทย์"
"ไม่ใช่แค่มีดหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่า ก่อนจะแก้ไขด้วยรอยยิ้มเยาะหยันตัวเอง "ฉันหมายถึง... คุณหมอธันวาคะ—อ่า ให้ตายสิ ฉันติดปากพูดตามพวกตำรวจไร้สมองพวกนั้น คุณต่างหากที่พูดถูก... พวกเขาไม่ได้ถูกเลือกสุ่มๆ"
เธอเดินเข้าไปใกล้กระดานไวท์บอร์ด กลิ่นอายความวิตกกังวลจางๆ ลอยมาจากตัวเธอ รินรดายื่นภาพวาดชิ้นเล็กๆ อีกหลายใบมาแปะทับลงบนภาพถ่ายศพ ภาพเหล่านั้นคือตั๋วและบัตรเชิญกระดาษหนาพิมพ์ทอง
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มลงพิจารณาบัตรเชิญแผ่นนั้น ตัวอักษรนูนต่ำสีทองอร่ามสะท้อนแสงไฟ
*‘The Obsidian Gala: ค่ำคืนแห่งหน้ากากและความจริงอันมืดมิด’*
"งานกาล่าการกุศลของมูลนิธิศิริวัฒน์... เมื่อสัปดาห์ก่อน" ธันวาทวนชื่อบนบัตรเชิญ เสียงของเขาเบาลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบเมื่อตระหนักถึงความเชื่อมโยง "เหยื่อรายแรกเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอสังหาฯ รายที่สองเป็นอัยการมือสะอาด และรายล่าสุด... คือคุณหมอศัลยกรรมตกแต่งชื่อดัง ทั้งหมดมีชื่ออยู่ในรายชื่อแขกผู้มีเกียรติแถวหน้าของคืนนั้น"
"และพวกเขาก็กลับมาตายในสภาพที่ไร้ลมหายใจ ภายในเจ็ดวันถัดมา" รินรดากล่าวต่อ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ "ในนิมิตของฉัน... ตอนที่ฉันแตะศพของคุณหมอศัลยกรรมคนนั้น สิ่งที่ฉันได้กลิ่นไม่ใช่กลิ่นคาวเลือด แต่มันคือกลิ่นแชมเปญราคาแพง และกลิ่นควันซิการ์ฮافาน่าราคาแพงจากระเบียงห้องจัดเลี้ยง"
ธันวานิ่งเงียบ สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง หากฆาตกรคือคนในงานเลี้ยงระดับไฮโซ นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมเนื่องจากความโกรธแค้นส่วนตัว หรือการปล้นชิงทรัพย์ทั่วไป แต่มันคือ "การชำระล้าง" บางอย่าง—การฆ่าที่มีพิธีกรรม มีกลุ่มผู้ชม และมีผู้บงการที่ยืนอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม
"คุณกำลังคิดว่าตำรวจจะเชื่อเราไหม?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยันสังคม "สารวัตรภัทรคงคิดว่าฉันบ้า และคุณก็คงเป็นแค่หมอบ้าที่หลงเชื่อคำเพ้อเจ้อของคนไข้จิตเวช"
"ผมไม่เคยเชื่อในเรื่องงมงาย รินรดา" ธันวาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสนเท่ห์สีเข้มของแพทย์หนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจิตรกรสาว "แต่ผมเชื่อใน 'หลักฐาน' และหลักฐานตอนนี้กำลังบอกว่า... ฆาตกรไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในสลัมมืดๆ แต่มันนั่งจิบไวน์ร่วมโต๊ะเดียวกับเหยื่อเมื่อเจ็ดวันที่แล้ว"
บรรยากาศในห้องชันสูตรเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ความคิดและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว ระหว่างตรรกะทางวิทยาศาสตร์อันเย็นชา กับสัญชาตญาณอันลี้ลับของหญิงสาว กำลังถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยเงื่อนงำที่น่าสะพรึงกลัวนี้
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงเดินย่องเบาแบบคนร้าย แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาอย่างจงใจและมั่นใจ
ทั้งธันวาและรินรดานิ่งงดเว้นการสนทนาโดยอัตโนมัติ หันไปมองที่ประตูห้องชันสูตรที่ปิดสนิท
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงตรงหน้าประตู...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่กลับสร้างความหนาวยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลังของคนทั้งคู่ ราวกับเสียงเคาะนั้นไม่ได้ส่งมาหาคนเป็น แต่ส่งมาทวงคืนวิญญาณจากคนตายบนเตียงสเตนเลส
มือของธันวาเอื้อมไปแตะด้ามมีดผ่าตัดที่วางอยู่บนถาดเครื่องมืออย่างเงียบเชียบ ขณะที่รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาจับจ้องไปที่ลูกบิดประตูกำลังหมุนช้าๆ ด้วยแรงจากด้านนอก
ประค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น... พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของธันวาแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"ขออภัยที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหมอนะครับ... พอดีผมทำ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ตกไว้ในงานกาล่าคืนนั้น และดูเหมือนว่า... คุณกำลังถือมันอยู่พอดี"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก•ตอนที่ 5
จุดร่วมของเหยื่อ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกระจก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!