“เรื่องจริงค่ะ... และมันก็เป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยคิดจะเล่าให้ใครฟังด้วย”
เสียงของไออุ่นสั่นพร่าขณะก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของคิน ความเงียบงันที่แผ่ซ่านท่ามกลางวงล้อมของผู้คนในร้านอาหารกึ่งบาร์ลับหลังมหาวิทยาลัยมันน่าอึดอัดเสียจนกวินที่นั่งอยู่ข้างๆ คินต้องกระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศที่แสนเปราะบางนี้
“เอาล่ะครับคุณหมอ คุณวิศวะครับ...” กวินยกแก้วน้ำขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเรียกสติ “ถ้าจะนั่งจ้องตากันจนโลกหยุดหมุนแบบนี้ เกรงว่าสเต็กที่สั่งไปคงได้เย็นชืดจนกลายเป็นหินก่อนจะถึงปากพวกเรานะ”
คินไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิท สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด คำถามที่ค้างคาใจเมื่อครู่นี้... เรื่องราวที่ไออุ่นเพิ่งสารภาพออกมาเพียงเสี้ยวเดียว มันทำให้ความมั่นใจที่คินเคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า
“เธอไม่ต้องพูดตอนนี้ก็ได้” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากนิสัยปากร้ายที่ใครต่อใครมักคุ้นเคย เขายื่นมือหนาไปกุมมือเรียวของไออุ่นที่วางอยู่บนตัก “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะคุยเรื่องสำคัญ”
“แต่ถ้ารอไปเรื่อยๆ... ฉันกลัวว่ามันจะสายเกินไป” ไออุ่นเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะดูสุขุมและเด็ดขาดเสมอในวอร์ดฉุกเฉิน บัดนี้กลับคลอไปด้วยหน่วยน้ำตา “ความสัมพันธ์ของเรา... มันมีเรื่องที่ฉันปิดบังไว้มากกว่าแค่เรื่องงานนะคะคิน”
“คนสวยขา... ไม่ร้องนะคะ” เสียงหวานๆ ของเพื่อนสนิทไออุ่นคนหนึ่งแทรกขึ้นมา พร้อมกับขยับตัวเข้ามาโอบไหล่เพื่อนรักไว้ “ถ้าอึดอัดนักก็พักก่อนไหม? วันนี้เรานัดกันมาเพื่อคลายเครียดนะ ไม่ใช่มานั่งเปิดอกเปิดใจให้กลายเป็นคนไข้ในแผนกจิตเวช”
คินปรายตามองไปที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ที่นั่นไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนหมอ แต่ยังมีเพื่อนในคณะวิศวะของเขานั่งกระจายตัวกันอยู่ การรวมตัวกันครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจของกวินที่อยากให้บรรยากาศมันเบาบางลง แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะตรงกันข้าม
“แล้วเรื่องที่ว่า... เกี่ยวกับรินหรือเปล่า?” คินถามตรงๆ น้ำเสียงเย็นเยียบลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงชื่อนั้น
ไออุ่นชะงักไปเล็กน้อย เธอเม้มปากแน่น ความเงียบที่เกิดขึ้นอีกครั้งเป็นคำตอบที่ชัดเจนพออยู่แล้วสำหรับคนอย่างคิน เขาไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าระยะหลังมานี้รินพยายามเข้าหาไออุ่นด้วยวิธีที่สกปรกเพียงใด การที่ไออุ่นทำตัวเหินห่าง ทั้งที่ความจริงใจของเขาก็มีให้เห็นจนล้นปรี่ มันต้องมีเหตุผลมากกว่าแค่ ‘งานยุ่ง’
กวินเริ่มส่งสัญญาณบอกให้เพื่อนๆ คนอื่นเลี่ยงไปทำอย่างอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้คุยกันในพื้นที่ส่วนตัวที่มุมร้าน แสงไฟสลัวสีส้มสาดส่องลงบนใบหน้าของคิน ทำให้เขามีดุดันและเปราะบางในคราวเดียวกัน
“รินไม่ได้ทำอะไรแค่กับฉัน” ไออุ่นตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด “เธอขู่... ว่าถ้าฉันไม่เลิกยุ่งกับคุณ เธอก็จะใช้เส้นสายทางบ้านทำลายอนาคตการฝึกงานของน้องสาวฉันที่กำลังจะเข้าเรียนที่นี่”
คินนิ่งไป มือที่กุมมือไออุ่นไว้บีบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกไม่ได้พุ่งไปที่ไออุ่น แต่มันพุ่งไปที่ความไร้น้ำยาของเขาที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักต้องเผชิญหน้ากับความกดดันแบบนี้เพียงลำพัง
“เธอคิดว่าฉันไม่มีปัญญาปกป้องใครเลยเหรอไออุ่น?” คินถามเสียงต่ำ
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคิน... ฉันแค่...”
“ถ้าเธอกลัวจนต้องถอยห่างจากฉัน เพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนอื่น แบบนั้นมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการดูถูกกัน” คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวเขาแผ่ขยายจนเพื่อนๆ ในร้านต่างพากันเงียบเสียงลง
“คิน... ฟังก่อน...” ไออุ่นพยายามคว้าแขนเขาไว้ แต่นาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าหน้าร้าน
รินก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาคู่คมมองมาที่โต๊ะของพวกเขาก่อนจะคลี่ยิ้มเหยียด “ว้าว... ดูเหมือนฉันจะพลาดอะไรดีๆ ไปสินะคะ หมอไออุ่น... กำลังเล่าเรื่องสนุกๆ ให้แฟนหนุ่มฟังอยู่หรือเปล่า?”
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ความหนาวเหน็บเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้น รินไม่ได้มาคนเดียว เธอกำลังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูสำคัญมากในมือ
“ริน... เธอมาทำไม” คินหันไปเผชิญหน้า เสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว
“ฉันก็แค่จะมาส่ง ‘ข่าวดี’ ให้กับคนไข้พิเศษของฉันน่ะค่ะ” รินวางแฟ้มลงบนโต๊ะกลาง เสียงดัง *ปึก* ทำให้ทุกคนในร้านสะดุ้ง “ไออุ่นคะ... ในฐานะรุ่นน้องที่หวังดี ฉันแค่อยากบอกว่าสิ่งที่เธอพยายามปกป้องอยู่น่ะ... มันสายเกินไปแล้วล่ะ”
รินเปิดแฟ้มนั้นออก เผยให้เห็นจดหมายสั่งพักการเรียนของนักศึกษาแพทย์ปี 1 คนหนึ่ง... ซึ่งเป็นชื่อของน้องสาวไออุ่น
ไออุ่นหน้าถอดสี มือที่สั่นเทาพยายามเอื้อมไปหยิบเอกสารนั้น แต่คินกลับไวกว่า เขาคว้าเอกสารนั้นขึ้นมาดู สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่า
“นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำเพื่อทำลายความสัมพันธ์ของเราใช่ไหม?” คินแค่นหัวเราะ ก่อนจะโยนเอกสารลงบนพื้น “ริน... เธอมันก็แค่ขยะที่ไม่มีค่าอะไรในชีวิตฉัน ต่อให้เธอมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีทางได้สิ่งที่ต้องการ... นั่นคือหัวใจของไออุ่น”
“งั้นเรามาดูกันว่าระหว่างอนาคตของน้องเธอ กับศักดิ์ศรีของไออุ่น... อะไรจะพังก่อนกัน” รินเอ่ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ทิ้งให้ไออุ่นยืนนิ่งค้างด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย คินหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยมองเธอด้วยความคลั่งรัก บัดนี้กลับฉายแววความมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขเรื่องนี้
“ไม่ต้องห่วงนะ” คินกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่น “ถ้าเธอไม่ยอมพูด... ผมก็จะจัดการรินด้วยวิธีของผมเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยการที่ผมต้องเสียทุกอย่างไป... ผมก็ยอม”
แต่ก่อนที่ไออุ่นจะได้ตอบอะไร เงาของใครบางคนก็พาดผ่านเข้ามาทางประตูร้าน... ชายวัยกลางคนที่ไออุ่นรู้จักดีที่สุดในฐานะ ‘หัวหน้าแผนก’ เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความกดดัน
“หมอไออุ่น... เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงพยาบาลแล้วครับ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ทางสภาแพทย์เพิ่งได้รับร้องเรียนเรื่องจรรยาบรรณของคุณ... และชื่อของคนที่ร้องเรียนเข้ามา ก็คือคนที่คุณเพิ่งจะคุยด้วยเมื่อครู่นี้เอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วในร้านอีกครั้ง ไออุ่นหันไปมองคินด้วยสายตาที่สิ้นหวัง ในขณะที่รอยยิ้มที่มุมปากของรินที่ยืนอยู่ห่างออกไปนั้น... กำลังบานสะพรั่งเหมือนดอกไม้ในนรกที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนลงไป
เรื่องราวความรักของวิศวกรหนุ่มกับหมอสาวจะลงเอยอย่างไร ในเมื่อเกมอำนาจกำลังไล่ต้อนพวกเขาจนมุมถึงเพียงนี้
เกียร์เปื้อนกาวใจขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยความรักของคินและไออุ่นมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 40
เพื่อนใหม่ที่เข้าใจ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!