"ถ้ากล้าแตะโฉนดใบนั้นแม้แต่นิดเดียว ฉันจะทำให้ตระกูลพวกเธอไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ตะโกนก้อง แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่เย็นเยียบลงทันตา คินยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งมองตรงไปยังร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดแบรนด์เนมราคาแพงที่กำลังหน้าซีดเผือด
บนโต๊ะกระจกตรงหน้า มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงสวยซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากมารดาผู้ล่วงลับของเขาถูกกางออก ริน (ภรรยาใหม่ของพ่อที่หวังฮุบสมบัติ) สะดุ้งเฮือก มือที่ถือปากกาเตรียมเซ็นโอนลอยสั่นเทาจนแทบทำหลุดมือ
"คิน! แกไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้กับแม่เลี้ยงนะ!" เสียงเกรี้ยวกราดของพ่อแท้ๆ ดังขึ้นจากโซฟาตัว L ทว่าชายหนุ่มร่างสูงกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
"พ่อต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอาหยาดเหงื่อแรงงานและลมหายใจสุดท้ายของแม่มาแลกกับความสุขปลอมๆ ของผู้หญิงโลภมากคนนี้" คินก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว รองเท้าผ้าใบเหยียบลงบนพื้นปาร์เกต์เกิดเสียงดังฟังชัดราวกับเสียงนับถอยหลังความพินาศ "ผมเตือนไว้แล้วนะ ว่าอย่าล้ำเส้น"
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างโปร่งบางของแพทย์หญิงปี 6 ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับไวกว่าความคิด หมอไออุ่นกวาดสายตามองสถานการณ์ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที เสื้อกาวน์สั้นที่สวมทับชุดไปรเวทสะบัดตามจังหวะการเดิน เธอไม่ได้นัดหมายเขา แต่ข้อความสั้นๆ จากกวินที่บอกว่า *'ไอ้คินกำลังจะพังบ้านตัวเอง พี่ช่วยเบรกมันที'* ทำให้เธอละมือจากการตรวจคนไข้แล้วขับรถพุ่งตรงมาที่นี่ทันที
"เกิดอะไรขึ้นคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไออุ่นเดินตรงดิ่งเข้าไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มร่างสูงโดยไม่ต้องมีใครร้องขอ
คินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ไหววูบลงชั่วขณะเมื่อกวาดตามองเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนขมับของคนตัวเล็กกว่า เธอสวมชุดกราวน์ที่ยังไม่ทันถอดด้วยซ้ำ แสดงว่ารีบพุ่งตัวมาหาเขาขนาดไหน
"คุณมาทำไม... ที่นี่มันอันตราย" คินลดมาดขรึมลงโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็นความทุ้มต่ำที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าฉันไม่มา คุณคงใช้กำลังแก้ปัญหาแล้วติดคุกหัวโตไปจริงๆ สินะคะ" ไออุ่นปรายตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยฉายความดุเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "จำที่ตกลงกันไว้ไม่ได้เหรอคะ ว่ามีอะไรเราต้องคุยกันก่อน ไม่ใช่ใช้วิธีดิบเถื่อนแบบนี้"
"เธอมันเด็กกะโปโล เป็นแค่เมียเก็บแต่งตั้งใหม่ อย่ามาปากดีแถวนี้!" แม่เลี้ยงของคินโพล่งขึ้นด้วยความเหลืออดเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเพลี่ยงพล้ำ
ไออุ่นหันขวับไปมองหญิงวัยกลางคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ—รอยยิ้มแบบที่ใช้เวลาด่ารุ่นน้องแพทย์ปีสี่ที่วินิจฉัยโรคพลาด รอยยิ้มที่ไม่ต้องใช้คำหยาบคายแต่เชือดเฉือนจนอีกฝ่ายเจ็บแสบถึงกระดูกดำ
"ขอโทษนะคะ พอดีฉันเป็นแพทย์สนามฝึกหัดมาเยอะ เคสคนไข้สมองเสื่อมหรืออาการหลงผิดคิดว่าของคนอื่นเป็นของตัวเอง ฉันเจอมาหมดแล้วค่ะ... แต่ถ้าคุณป้ายังไม่หยุดพยายามเซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินที่ไม่มีสิทธิ์ขาดในทางกฎหมาย ฉันคงต้องแนะนำให้ไปเช็คสภาพจิตเวชที่โรงพยาบาลที่ฉันสังกัดอยู่สักรอบนะคะ เผื่อหมอเวรเขาจะวินิจฉัยว่า 'โลภเกินขนาดจนสมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ'"
"เธอ!" แม่เลี้ยงหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่จะเข้ามาเอาเรื่อง แต่คินกลับก้าวเท้ามาขวางหน้าไว้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาราวกับปีศาจ จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ
"อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องเธอ" คินเน้นทีละคำ น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ส่วนเรื่องเอกสารนี่... ถือเป็นโมฆะ ถ้าพวกคุณยังดื้อดึงจะขายที่ดินแปลงนี้ ผมจะฟ้องขับไล่และเปิดโปงบัญชีลับที่บริษัทพ่อทุกเส้นทาง ยอดเงินที่ยักยอกไปคงพอทำให้พวกคุณไปนอนกรงขังยาวๆ สักสิบปีได้"
พ่อของคินหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ สลัดความกร่างทิ้งสิ้นเชิงเมื่อลูกชายประกาศกร้าวเช่นนั้น คินไม่เคยขู่เล่น และทุกคนในบ้านรู้ดีว่าถ้าวิศวกรโยธาคนนี้เอาจริง เขาถอนรากถอนถโคนทุกอย่างทิ้งได้จริงๆ โดยไม่ลังเล
"กลับกันเถอะค่ะ" ไออุ่นเอื้อมมือไปจับชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนของคินเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ไฟโทสะในอกของชายหนุ่มมอดดับลงในพริบตา คินหันมามองเธอนิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนจะยอมพยักหน้ารับช้าๆ
ทั้งคู่เดินเคียงกันออกมาจากบ้านหลังนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย แสงยามเย็นสาดส่องกระทบแผ่นหลังของคนทั้งคู่ทอดยาวลงบนถนนหน้าบ้าน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินไปพร้อมกัน
เมื่อมาถึงลานจอดรถข้างรถยนต์คันหรูของไออุ่น คินก็รั้งข้อแขนเรียวไว้เบาๆ แล้วดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว แผ่นหลังของไออุ่นแนบชิดกับตัวรถฝั่งคนขับ ขณะที่วงแขนแกร่งกักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
"ทำไมต้องรีบขับรถมา..." คินก้มหน้าลงมามองคนตัวเล็กกว่า ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน... ถ้าเกิดพวกนั้นทำร้ายคุณขึ้นมาล่ะ"
"ฉันต่างหากที่ต้องถามคุณ" ไออุ่นแหงนหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี "คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะคิน ทำไมถึงยังใช้วิธีฮึดฮัดจะพังบ้านท่าเดียวแบบนั้น ถ้าฉันไม่มาเบรกไว้ คุณคงได้เข้าไปนอนในห้องขังจริงๆ แล้วมั้งคะ"
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักและอ่อนโยนปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก นิ้วเรียวหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับเธอกล่าวกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ
"ก็เพราะเป็นห่วงสมบัติชิ้นสุดท้ายนี่แหละ... ฉันถึงต้องรีบจัดการ" คินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าจนคนฟังขนลุกซู่
"สมบัติอะไรคะ ที่ดินแปลงนั้นเหรอ" ไออุ่นถามเสียงเบา หูเริ่มแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา
"ไม่ใช่ที่ดิน..." คินส่ายหัวช้าๆ สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับต้องการสะกดให้เธอจมดิ่งลงไปในความรู้สึกของเขาเพียงคนเดียว
"..."
"แต่หมายถึง... ความรู้สึกของคุณต่างหาก ที่ฉันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปไม่ได้เด็ดขาด"
ไออุ่นชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนผ่าตัดเคสใหญ่ซะอีก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามประสาคนปากเก่ง ทว่าจังหวะนั้นเอง คินกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย มองสำรวจริมฝีปากสีพีชของเธอด้วยสายตาดุดันที่แฝงความออดอ้อนอย่างร้ายกาจ "เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ... หืม? ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิคะ... *คุณ* ของใครนะ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของวิศวกรปากร้ายคนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 34
ความเชื่อมั่นไม่สั่นคลอน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!