“ถ้าคนบนเตียงนั่นเป็นคุณ... พี่จะยังยืนรอให้ใครมาอนุญาตให้ทำอะไรไม่ได้อยู่อีกไหมคะ?”
เสียงของไออุ่นสั่นพร่า รอยเลือดจางๆ ที่เปื้อนอยู่บนปกเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาของเธอมันช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคินยิ่งกว่าคมมีดเล่มไหนๆ เขาไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าห้องผ่าตัด มือหนาที่เปื้อนคราบฝุ่นจากการคุมไซต์งานค่อยๆ เอื้อมไปคว้าข้อมือที่เย็นเฉียบของเธอมากุมไว้เบาๆ
“มันไม่ใช่หน้าที่ของพี่ที่จะต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว ไออุ่น... คนที่อยู่บนเตียงเขารู้ดีว่าเขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คือการที่พี่เป็นคนลงมือผ่าตัดให้เขา”
คินไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จริงจังจนน่าใจหาย เขาไม่ได้เป็นแค่วิศวกรที่ปากร้ายหรือเอาแต่ใจตัวเอง แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดสำหรับเธอ เขากลับเป็นกำแพงที่แข็งแรงที่สุดที่คอยกันลมพายุข้างนอกเอาไว้
ไออุ่นมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ ตรงข้ามกับความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้ตอนนี้ ความเงียบปกคลุมไปทั่วทางเดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนที่เธอจะยอมผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเริ่มไหวระริก เธออ่อนล้าเกินกว่าจะรักษาภาพลักษณ์หมอที่สมบูรณ์แบบได้อีกต่อไป
“มันไม่ใช่เคสธรรมดา คิน... เขาคือคนเดียวที่เหลืออยู่ของครอบครัว ถ้าฉันพลาด...”
“พี่ไม่มีทางพลาด” คินตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาดึงร่างบางเข้ามาซบที่อกกว้างอย่างไม่สนสายตาพยาบาลที่เดินผ่านไปมา กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวเขาทำให้อไออุ่นรู้สึกประหลาดใจ... มันไม่ใช่กลิ่นที่ดูดีเหมือนน้ำหอมราคาแพง แต่มันเป็นกลิ่นของความพยายาม กลิ่นของคนที่ทำงานหนักไม่ต่างจากเธอ
“จำไว้ว่าพี่มีวิศวะส่วนตัวที่คอยคำนวณความแข็งแรงของหัวใจให้พี่อยู่ตรงนี้เสมอ หน้าที่ของพี่คือรักษา ส่วนหน้าที่ของผม... คือการทำให้พี่มีแรงเหลือไปรักษาคนอื่น”
คินไม่ได้รอคำอนุญาต เขาขยับตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกล่องเก็บอุณหภูมิที่วางอยู่ข้างตัวส่งให้ เธอจำมันได้ มันคือกล่องข้าวที่เขาเคยโดนเธอไล่ให้กลับไปบ่อยๆ แต่ครั้งนี้มันถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างในมีซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ ที่ดูเหมือนจะถูกเคี่ยวมาอย่างดี และผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
“ผมคำนวณตารางงานพี่แล้ว พี่ผ่าตัดเคสใหญ่ ใช้พลังงานไปเท่าไหร่... สารอาหารพวกนี้ต้องเข้าไปทดแทนให้พอดี ผมไม่ได้เก่งเรื่องการแพทย์ แต่ผมเก่งเรื่องโครงสร้าง ถ้าฐานรากพี่พัง ต่อให้จะตึกสวยแค่ไหนมันก็ล้มไม่เป็นท่า”
เขาทำเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ แต่สายตาที่เขามองเธอกลับอบอุ่นจนเธอทำตัวไม่ถูก ไออุ่นรับกล่องข้าวมาถือไว้ มือของเธอยังคงสั่นอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะก่อตัวขึ้นในอกที่เคยว่างเปล่า
“นายรู้เรื่องตารางผ่าตัดฉันได้ยังไง?” เธอถามเสียงเบา
คินแค่นหัวเราะในลำคอ “กวินมันแฮ็กระบบโรงพยาบาลน่ะ... ล้อเล่นน่า! ผมแค่นั่งรอหน้าวอร์ดทุกวันที่พี่เข้าเวร จนพยาบาลเขาเวทนาเอาตารางมาแปะให้เองนั่นแหละ”
คำสารภาพนั้นทำให้ไออุ่นถึงกับไปไม่เป็น ความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันถูกเขาทลายลงทีละน้อยด้วยความใส่ใจที่ดิบเถื่อนแต่จริงใจ เธอตักซุปเข้าปากช้าๆ รสชาติไม่ได้หรูหราเหมือนร้านอาหารระดับห้าดาว แต่มันกลมกล่อมและอบอุ่นจนน้ำตาแทบไหล
ทว่า... บรรยากาศที่กำลังจะหวานซึ้งกลับถูกทำลายลง เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนมาตามทางเดิน รินเดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าสวยจัดนั้นดูวิตกกังวลอย่างเกินเหตุ เธอถือถุงกาแฟและแซนด์วิชมาเต็มมือ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นภาพคินยืนป้อนข้าวไออุ่นอยู่ตรงหน้า
“พี่ไออุ่น! รินได้ข่าวเรื่องเคสฉุกเฉินเลยรีบซื้อของมาให้... อ้าว คิน อยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ?” รินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอาการไม่พอใจไว้ใต้ความห่วงใยจอมปลอม
คินหันไปมองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาที่เคยอ่อนโยนกับไออุ่นกลายเป็นความเย็นชาและเฉยเมย “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนไม่เกี่ยวข้องควรเข้ามาเดินเล่นนะริน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลน่าจะบอกกฎนี้ไว้อย่างชัดเจน”
“รินเป็นห่วงพี่ไออุ่นนี่คะ คินเองก็ควรกลับไปพักบ้าง ไม่ใช่มาทำตัวเป็นภาระให้หมอที่กำลังเครียด...”
“คนที่เครียดน่ะ... คือคนที่โดนขัดจังหวะเวลาพักผ่อนของคนสำคัญของผมต่างหาก” คินสวนกลับทันทีโดยไม่ให้โอกาสรินได้พูดต่อ
ไออุ่นวางช้อนลง เธอสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางสายตาที่ดุเดือดระหว่างทั้งสองคน เธอควรจะห้าม แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปาก โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอก็สั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสายจากห้องผ่าตัดที่แจ้งว่าคนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อนกะทันหัน!
ไออุ่นรีบลุกขึ้นยืน แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันทำให้หน้ามืดจนเซไปปะทะกับคิน เขาคว้าเอวเธอไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นกังวลทันที แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มอาจารย์แพทย์และพยาบาลชุดใหญ่ก็วิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา
“หมอไออุ่น! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... คนไข้ในห้องผ่าตัดหมายเลข 4 เกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง และเราพบความผิดปกติในผลเลือดชุดล่าสุดที่คนไข้ได้รับมาจากธนาคารเลือด!”
ไออุ่นหน้าถอดสีทันที เธอหันไปมองคินด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะคนที่เพิ่งบริจาคเลือดให้คนไข้รายนี้เมื่อเช้า... คือคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเธอที่สุด และเขากำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอตรงนี้เอง!
ขอบคุณที่เดินทางมาถึงจุดนี้ร่วมกันนะคะ หวังว่าความรักที่เปื้อนฝุ่นของวิศวะคนนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดเดอร์เต้นแรงไม่แพ้กันค่ะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 29
ความเห็นใจของวิศวะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!