เสียงฝ่ามือของรินที่กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพักแพทย์ ชายหนุ่มร่างสูงในชุดช็อปวิศวะโยธาเปื้อนฝุ่นปูนย่อตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นจนถึงขีดสุด คินไม่ได้เอ่ยคำด่าทอหรือแสดงกิริยาหยาบคายออกมาสักแอะ ทว่าความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง
"พูดใหม่อีกทีซิคะ... เมื่อครู่นี้คุณเอาหูข้างไหนฟังเรื่องของเราสองคน"
น้ำเสียงของคินต่ำทุบและแหบพร่า แรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าคลั่งรักแฟนสาวจนยอมแลกทุกอย่างพุ่งตรงเข้าใส่รินจนหญิงสาวต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หมอไออุ่นที่ยืนอยู่เบื้องหลังรีบสาวเท้าเข้ามาคว้าชายเสื้อช็อปของคนรักเอาไว้ทันที ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสเนื้อผ้าหนาหนักนั้น
"คินคะ... พอเถอะค่ะ อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นเลย" ไออุ่นเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส ความเครียดสะสมจากการเป็นแพทย์อินิร์นปี 6 ประกอบกับความอึดอัดใจเรื่องระยะทางระหว่างเธอกับเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ แทบแหลกสลาย
คินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือของผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจ เขาเบนสายตาจากรินกลับมามองใบหน้าหวานที่ซีดเซียวของไออุ่น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งในอก ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่กำชายเสื้อของเขาไว้นั้นขึ้นมาแนบแก้มสากของตนเองอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าหากเขาเผลอปล่อยมือไปแม้แต่นิดเดียว เธอจะหลุดลอยหายไปในสายหมอก
"ผมไม่ได้โกรธเขา... แต่ผมโกรธตัวเองที่ไม่อยู่ตรงนี้ในวันที่คุณเหนื่อยที่สุดต่างหากล่ะครับ" คินกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลืมตัวใช้คำพูดเดิมๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอ้อนวอนระคนห่วงหา
รินที่ยืนมองภาพบาดตาบาดใจนั้นแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "ความรักเด็กๆ ของพวกคุณน่ะ มันไม่มีทางรอดไปได้หรอกค่ะหมอไออุ่น อีกไม่นานคุณก็ต้องย้ายไปประจำการที่โรงพยาบาลภูมิภาคตามวาระ ส่วนคุณ... วิศวกรหน้าใหม่ไฟแรงที่ต้องคุมไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ ทั้งสองคนต่างก็มีเส้นทางของตัวเอง การฝืนประคับประคองความสัมพันธ์ระยะไกลแบบนี้ มันก็แค่การทรมานกันไปวันๆ เท่านั้นแหละค่ะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด หมอไออุ่นเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความจริงข้อนี้คือสิ่งที่เธอกับคินหวาดกลัวมาตลอด และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน แต่วันนี้มันกลับถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอาวุธฟาดฟันต่อหน้าต่อตา
คินหันขวับกลับไปมองรินด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ต่อให้ระยะทางมันจะไกลกันคนละซีกโลก หรือต่อให้ผมต้องขับรถข้ามจังหวัดวันละสี่รอบเพื่อมาเจอหน้าเขาแค่ห้านาที... ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้เด็ดขาดครับ!"
สิ้นคำประกาศกร้าว หัวใจของหมอไออุ่นก็กระตุกวูบ ความอบอุ่นไหลซ่านเข้ามาโอบกอดหัวใจที่เหนื่อยล้าจนหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม คินดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยเพื่อยื้อยุดช่วงเวลานี้เอาไว้ให้แน่นที่สุด
ค่ำคืนนั้น... ณ ห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ บนหอพักแพทย์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด บนโต๊ะทำงานมีกองตำราแพทย์เล่มหนาวางทับถมกันอยู่ ข้างกันนั้นมีแล็ปท็อปหน้าจอเปิดค้างไว้พร้อมโปรแกรมแฮงเอาท์วิดีโอคอลที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน แม้ตัวจะอยู่ห่างกันคนละจังหวัด แต่ทั้งคู่ต่างก็ตกลงกันว่าจะเปิดหน้าจอนี้ทิ้งไว้เสมือนว่ามีอีกฝ่ายคอยนั่งอยู่ข้างกาย
"คินคะ... ง่วงหรือยัง" เสียงหวานลอดผ่านลำโพงโน้ตบุ๊กออกมาเบาๆ ขณะที่หมอไออุ่นกำลังนั่งกุมขมับตรวจบันทึกอาการผู้ป่วยรอบดึก
ทางฝั่งของคิน... ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้พับหน้าโต๊ะทำงานในไซต์งานก่อสร้าง ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีส้มสลัวและเสียงเครื่องจักรกลหนักที่ยังคงทำงานกะดึก เสียงเจาะถนนดังเป็นระยะๆ แข่งกับเสียงลมหายใจของเขา คินสวมเสื้อช็อปที่เปื้อนฝุ่นปูนและคราบเหงื่อไคล ดวงตาคมกราบกรานมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีภาพแฟนสาวกำลังตั้งใจทำงาน
"ยังไม่นอนครับ... ผมรอดูคุณตรวจคนไข้เคสสุดท้ายก่อน" คินตอบเสียงทุ้มต่ำ มือหนายกแก้วกาแฟดำเย็นเฉียบขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วงงุน หลังจากที่เขาต้องควบกะทั้งคุมงานก่อสร้างและขับรถตรวจความเรียบร้อยมาตลอดทั้งวัน
"คุณโกหกอีกแล้วนะคิน หน้าคุณอิดโรยมากเลยรู้ตัวไหมคะ" ไออุ่นเอ็ดเบาๆ ผ่านหน้าจอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด "บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอหรอก ฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ค่ะ"
"แต่ผมไม่ได้โตพอที่จะทนคิดถึงคุณไหวนี่ครับ..." คินระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เหนื่อยล้าแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความรัก "ไออุ่น... ถ้าคืนนี้ผมบอกว่าผมอยากลาออกจากการเป็นวิศวกรแล้วไปเรียนหมอตามคุณบ้าง คุณจะว่ายังไง"
ไออุ่นหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด "อย่าพูดอะไรบ้าๆ นะคะ คุณรักงานโยธาจะตายไป... อีกอย่าง ถ้าคุณมาเรียนหมอจริง ฉันคงต้องเป็นคนแบกคุณไปส่งห้องเรียนทุกเช้าแทนแน่ๆ เลยค่ะ"
เสียงหัวเราะคิกคักของเธอคือยาวิเศษชั้นดีที่ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าของคินให้มลายหายไปในพริบตา ทั้งคู่ใช้เวลาหลายนาทีในการพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระประจำวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การบ่นเรื่องอาหารโรงพยาบาลไม่อร่อย หรือปัญหาฝุ่นละอองในไซต์งาน แต่มันกลับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในรอบวันของการใช้ชีวิตแบบ "รักระยะไกล"
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็เริ่มดังลอดผ่านไมโครโฟนทางฝั่งของหมอไออุ่น คินชะโงกหน้าเข้าไปใกล้จอคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าร่างบางฟุบหลับคาโต๊ะทำงานไปเสียแล้ว หนังสือตำราแพทย์เล่มหนายังคงเปิดกางอยู่ใต้ศีรษะของเธอ
คินมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ดวงตาคู่คมไหวระริกด้วยความรู้สึกท่วมท้นในอก เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าจอตรงบริเวณแก้มของเธอเบาๆ ราวกับอยากจะทะลุผ่านกระจกแก้วนี้ไปลูบไล้แก้มเนียนจริงๆ
"ฝันดีนะครับคนเก่งของผม... ไม่ว่าจะไกลกันแค่ไหน ใจผมก็อยู่ตรงนั้นกับคุณเสมอนะครับ"
คินพึมพำเบาๆ กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เพื่อเตรียมตัวนั่งเฝ้าเธอผ่านจอจนกว่าจะถึงรุ่งสาง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ห้องทำงานของเขาในยามวิกาลนั้น ไม่ใช่เสียงของคนงานก่อสร้างทั่วไป
ประตูกระจกห้องทำงานของคินถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะเตือน ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกโยนกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น!
"ถ้าคิดจะรักผู้หญิงคนนั้นให้รอด... นายต้องเซ็นใบโอนย้ายไปไซต์งานต่างจังหวัดฉุกเฉินนี่ซะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไป!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของคินกับหมอไออุ่นมาถึงตอนนี้นะคะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 44
รักระยะไกล
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!