“ถอยไปค่ะคิน ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่สนามแข่งรถที่จะมาทำตัวรุ่มร่ามใส่ใครต่อใครได้ตามใจชอบ”
น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อมไหวของ ‘หมอไออุ่น’ ทำให้ร่างสูงใหญ่ของ ‘คิน’ ชะงักกึก มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่ากลางโถงทางเดินแผนกฉุกเฉินทิ้งค้างไว้กลางอากาศ ดวงตาคมกริบแบบฉบับวิศวกรโยธาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ
“อุ่น... นี่พี่เองนะ คนที่เมื่อคืนคุณบอกว่าอยากให้คอยอยู่ข้างๆ ตลอดไปน่ะ” คินพยายามกดเสียงให้ต่ำลงเพื่อไม่ให้คนรอบข้างสังเกตเห็น แม้ลึกๆ ในอกจะเริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า
ไออุ่นไม่ตอบ เธอเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตาที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเอ็นดูยามมองเขา บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับแก้วที่ไร้น้ำ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่รอบตัวเธอในยามนี้ดูจะเย็นชามากกว่าปกติ เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะหันไปรับแฟ้มประวัติคนไข้จากพยาบาลเวรโดยไม่ปรายตามองเขาอีกแม้แต่นิดเดียว
“หมอไออุ่นครับ เคสอุบัติเหตุรถชนห้องฉุกเฉินเข้าแล้วนะครับ” เสียงเรียกจากพยาบาลทำให้คินถูกผลักไปอยู่ขอบทางเดินทันที ราวกับเขาเป็นเพียงเศษฝุ่นที่กระเด็นมาเกาะติด
ตลอดเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถักทอจนแน่นแฟ้น คินเปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ที่คอยส่องสว่างในวันที่ไออุ่นเหนื่อยล้าจากเวรดึก แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายที่ ‘ริน’ เดินเข้ามาบอกเรื่องโกหกบางอย่างพร้อมภาพถ่ายในมุมกล้องที่ดูเหมือนคินกำลังโอบกอดผู้หญิงคนอื่นในร้านกาแฟ กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้กำแพงในใจของหมอสาวสูงตระหง่านขึ้นมาอีกครั้ง
ความเย็นชาไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเธอ แต่มันคือ ‘เกราะป้องกัน’ ชั้นดีที่เธอเคยใช้ปิดกั้นตัวเองจากความรักที่มักจะจบลงด้วยความเจ็บปวดเสมอ
คินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังบอบบางที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าสู่ห้องฉุกเฉิน เขาขบกรามแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะเขารู้ดีว่าความเงียบที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันน่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก
“ไออุ่น! อย่าทำแบบนี้ อย่าปิดกั้นผมด้วยความเงียบแบบนี้ได้ไหม!” เขาตะโกนตามหลังไปเบาๆ แต่เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของโถงทางเดิน กวินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่กับรินก็แอบถอนหายใจออกมา รินยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอเดินเข้ามาใกล้คินพลางแสร้งทำเป็นเห็นใจ
“เห็นไหมคะคิน หมอเขาไม่ได้ต้องการคุณจริงๆ หรอก เขาเป็นหมอ งานเขาก็สำคัญกว่าคุณเสมอ ความรักที่ไม่มีความไว้ใจน่ะ สุดท้ายมันก็แค่เศษเหล็กที่ขึ้นสนิมเท่านั้นแหละค่ะ”
“หุบปากไปซะริน” คินหันมาตวาดเสียงแข็ง ดวงตาที่มักจะใจดีกับคนรักเสมอ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น “ถ้าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่อุ่นเปลี่ยนไป... ผมสาบานเลยว่า ชีวิตนี้อย่าหวังว่าผมจะมองคุณเป็นคนรู้จักอีก”
รินชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรอยยิ้มเยือกเย็นไว้ “ก็ลองดูสิคะ ว่าความเย็นชาของหมอคนนั้น จะกัดกินใจคุณได้นานแค่ไหน”
คินไม่สนใจคำพูดของใครหน้าไหนทั้งนั้น เขาตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าห้องฉุกเฉิน ความเย็นของเก้าอี้โลหะเริ่มซึมผ่านกางเกงยีนส์ตัวโปรด แต่ไม่เท่ากับความหนาวเหน็บในใจที่กำลังก่อตัว เขาเลือกที่จะรอ... รอจนกว่าผู้หญิงที่เขาเรียกแทนตัวว่า ‘คุณหมอของผม’ จะยอมออกมาเผชิญหน้ากับความจริง
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง แสงไฟจากหน้าห้องฉุกเฉินเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว หมอไออุ่นเดินออกมาด้วยท่าทางอ่อนแรง ใบหน้าสวยหวานนั้นซูบตอบลงเล็กน้อย เธอเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่หยุดชะงัก กระทั่งมือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน
สัมผัสนั้นทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เธอหันมามองเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนคินเผลอปล่อยมือ
“เราคงต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ไออุ่น... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ คุณกำลังฆ่าผมทั้งเป็น” คินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “บอกมาคำเดียวว่ารินพูดอะไรกับคุณ ผมจะได้แก้ให้ถูก ไม่ใช่ให้คุณมาทำตัวเย็นชาใส่กันแบบนี้”
ไออุ่นนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและแฝงไปด้วยความรวดร้าว “คุณอยากรู้จริงๆ เหรอคะคิน? สิ่งที่รินพูดน่ะ มันไม่ได้สำคัญหรอก... สิ่งที่สำคัญคือ ตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันนี้ คุณเคยถามจริงๆ ไหมว่าฉันอยากได้อะไรจากความสัมพันธ์นี้?”
“ผมแค่อยากดูแลคุณ อยากอยู่ข้างๆ คุณ...”
“นั่นมันความต้องการของคุณ!” ไออุ่นตัดบท เสียงของเธอเริ่มสั่น “แต่คุณเคยถามไหมว่าฉันแบกอะไรไว้บ้าง? ในวันที่ฉันท้อ ในวันที่คนไข้ตายต่อหน้าต่อตา ในวันที่ฉันต้องตัดสินใจเรื่องความเป็นความตาย คุณเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ ไหม หรือคุณก็แค่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างในใจคุณ แล้วพอถึงเวลาที่ฉันอ่อนแอที่สุด คุณกลับไปสร้างปัญหาให้ฉันต้องมาคอยตามแก้?”
เธอก้าวเข้ามาใกล้คิน กดดันด้วยสายตาที่คมกริบ “ความเย็นชาคือเกราะป้องกันเดียวที่ฉันมี เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาทำลายความเข้มแข็งที่ฉันสร้างมานับสิบปี และดูเหมือนว่า... วันนี้คุณก็ได้ทำลายเกราะนั้นจนพังทลายหมดแล้ว ขอบคุณนะคะคิน ที่ทำให้ฉันรู้ว่าสุดท้ายแล้ว การอยู่คนเดียวมันปลอดภัยกว่าการฝากหัวใจไว้กับคนอย่างคุณมากแค่ไหน”
คินยืนอึ้ง ราวกับถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่กลางหลัง ทุกถ้อยคำของเธอเชือดเฉือนลึกลงไปในเนื้อเยื่อของหัวใจ
“ไม่... ไม่ใช่อย่างนั้นนะอุ่น...”
“พอเถอะค่ะ” ไออุ่นหันหลังให้เขาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะเดินจากไป เธอก็หยุดชะงักลง “อ้อ... อีกอย่าง วันพรุ่งนี้จะมีอาจารย์หมอจากต่างประเทศมาร่วมทีมผ่าตัด ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันต้องลำบากใจในการตอบคำถามใคร... ก็กรุณาอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าในโรงพยาบาลอีกนะคะ”
เธอก้าวเดินจากไป ทิ้งให้คินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายความอ้างว้างในยามวิกาล ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของคินก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าแสดงชื่อกวิน แต่เมื่อเขากดรับ สิ่งที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงเพื่อนสนิท
“คุณคินครับ... ทางวิศวะเขตฯ แจ้งมาว่าโครงสร้างตึกคณะแพทย์ที่คุณเป็นคนคุมโปรเจกต์ มีรอยร้าวขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ชั้นใต้ดิน ระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนอันตรายระดับวิกฤตครับ!”
คินหน้าถอดสีทันที นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! เขาหันกลับไปมองทางเดินที่ไออุ่นเพิ่งเดินจากไป หัวใจหล่นวูบเพราะเขารู้ดีว่า... ตึกนั้น คือตึกที่เธอกำลังจะไปพักผ่อนหลังจากเข้าเวรยาวตลอดทั้งคืน!
เกียร์เปื้อนกาวใจหวังว่านักอ่านจะยังไม่ทิ้งกันไปไหน เพราะความรักกำลังถูกทดสอบด้วยความเป็นความตายในตอนถัดไปนะคะ!
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 21
เย็นชาคือเกราะป้องกัน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!