วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 36

หมอไออุ่นผู้รีบเร่ง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นออยล์ฆ่าเชื้อและไอแอลกอฮอล์ฉุนกานต์ในห้องฉุกเฉินตอนตีสองครึ่ง ไม่เคยเป็นสิ่งที่หมอไออุ่นคุ้นเคยน้อยลงเลย แม้ว่าเธอจะใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับมันมาตลอดหกปีเต็มในฐานะนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย แต่คืนนี้... กลิ่นพวกนั้นกลับน่ารังเกียจเป็นพิเศษ เมื่อมันปะปนอยู่กับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และคราบฝุ่นปูนขาวที่เกาะติดอยู่บนเสื้อช็อปสีเลือดหมูยับยู่ยี่ของใครบางคน "พี่บอกให้รอก่อนไงวะไอ้คิน! แผลแตกถึงชั้นกล้ามเนื้อขนาดนี้ ขืนมึงฝืนเดินออกไปกูจะฟ้องอาจารย์หมอ!" เสียงทุ้มต่ำแต่ตื่นตระหนกของกวินดังลอดออกมาจากห้องทำแผลฉุกเฉินหมายเลขสาม สลับกับเสียงถอนหายใจหนักหน่วงที่บ่งบอกถึงความหัวเสียขั้นสุด แต่เจ้าของชื่อกลับนิ่งเงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงร้องโอดโอย มีเพียงเสียงกระแทกของเก้าอี้โลหะและเสียงฝ่ามือหนาฟาดลงบนขอบเตียงผู้ป่วยด้วยความหงุดหงิด แอ๊ด... บานประตูสีขาวถูกผลักเปิดออกด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด แต่คนที่ก้าวเข้ามากลับทำให้บรรยากาศรอบตัวที่กำลังคุุกรุ่นด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนของหนุ่มวิศวะชะงักงันลงทันตาเห็น หมอไออุ่นยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อกาวน์สีขาวตัวยาวที่ปกติจะรีดเรียบกริบ บัดนี้กลับยับยู่และติดกระดุมสลับรังดุมจนน่าเอ็นดู เส้นผมที่เคยรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยหลุดรุ่ยตกลงมาคลอเคลียกรอบหน้าหวานที่ซีดเผือด ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะฉายแววสุขุมรอบคอบยามวินิจฉัยโรค บัดนี้กำลังสั่นระริก รatด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่รื้นขึ้นมาปริ่มขอบตาอย่างปิดไม่มิด คินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าหล่อเหลามีรอยช้ำม่วงตรงโหนกแก้มและมุมปาก ริมฝีปากหยักลึกแตกเป็นแผลสด เลือดซิบสีแดงสดตัดกับผิวขาวจัด ชะงักค้างไปทันทีเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า นัยน์ตาสนิมเหล็กที่เคยแข็งกร้าวและดุดันกับคนทั้งโลกค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งพังทลายลงในเสี้ยววินาที "อุ่น..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอของคนตัวโตอย่างยากลำบาก เขารีบขยับตัวลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของพยาบาลสาวข้างเตียง "เธอ... มาได้ยังไง" "นายเจ็บตรงไหนอีกบ้าง" ไออุ่นไม่ได้ตอบคำถาม เธอเดินตรงเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบแต่ไร้ซึ่งเสียงกระทบ น้ำเสียงที่เอ่ยถามสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ มือเรียวบางที่สวมถุงมือยางอนามัยยังคงสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะขอบเสื้อช็อปตรงหัวไหล่ของเขาเบาๆ เพื่อสำรวจร่องรอยการบาดเจ็บ "ฉันถามว่าเจ็บตรงไหน คิน... ตอบสิ" "ผมไม่เป็นไร... แค่รอยถลอกเด็กๆ" คินรีบหดแขนหนีตามสัญชาตญาณไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะเขากลัวว่าคราบเลือดและฝุ่นสกปรกจากไซต์งานที่ถล่มลงมาเมื่อสองชั่วโมงก่อนจะเปื้อนเสื้อกาวน์สะอาดของเธอ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของวิศวกรโยธายอมจำนนต่อสายตาคู่สวยที่กำลังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาคู่นั้นเสมอ "ทำไมถึงมาสภาพนี้... ผมบอกแล้วไงว่าดึกแล้ว ให้นอนซะ..." "นายคิดว่าตัวเองเป็นใครวะคิน!" เสียงหวานที่ปกติจะนุ่มนวลและใจเย็นเสมอ ตะคอกใส่หน้าเขาด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือของเธอเอง ไออุ่นสะอื้นเบาๆ อย่างหมดฟอร์ม ลืมสิ้นมาตร ฐานของแพทย์ฝึกหัดปีหกผู้แสนสุขุม เธอทิ้งทุกอย่าง... ทิ้งเคสคนไข้หนักใน ICU ที่กำลังเฝ้าดูอาการ ทิ้งสมุดบันทึกเล่มหนา และการนอนพักผ่อนที่เหลืออีกแค่สามชั่วโมง วิ่งวุ่นลงมาห้องฉุกเฉินทันทีที่ได้ยินเสียงกวินโทรศัพท์มาบอกว่าตึกโครงสร้างที่คินรับผิดชอบเกิดทรุดตัวบางส่วนขณะตรวจงานตอนตีหนึ่ง ภาพในหัวตอนที่ได้ยินคำว่า *'ไอ้คินโดนคานปูนทับตอนช่วยคนงาน'* มันทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ความกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจรุนแรงเสียยิ่งกว่าตอนสอบบอร์ดแพทย์เสียอีก "ถ้าเกิดว่า... ถ้าเกิดว่านายเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ฉันจะทำยังไง..." ไออุ่นทรุดตัวลงยืนเผชิญหน้ากับเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มนวลอย่างไร้การควบคุม มือบางทุบเบาๆ ลงบนแผงอกกว้างที่มีรอยเปื้อนฝุ่นปูน "คนใจร้าย... นายมันเห็นแก่ตัวที่สุด คิน" กวินที่ยืนอยู่มุมห้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือดยามเมื่อเห็นฉากนี้ พ่อหนุ่มวิศวะมาดกวนถอยฉากออกไปเงียบๆ อย่างรู้หน้าที่ พร้อมกับส่งสัญญาณให้พยาบาลสาวในห้องเดินตามออกไปด้วยกัน ปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นเหลือเพียงคนสองคนที่กำลังพังทลายกำแพงในใจเข้าหากัน คินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงโตที่เต้นกระหน่ำด้วยความตกใจก่อนหน้า แปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านลามเลียไปทั่วทั้งทรวงอก ความเจ็บปวดจากแผลฉีกขาดที่สีข้างและหัวไหล่หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อแลกมากับการได้เห็นหยาดน้ำตาที่เธอนั่งร้องไห้เพราะเป็นห่วงเขา... ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบชิดอกแกร่งทันที โดยไม่สนว่าแผลสดจะฉีกซ้ำหรือเลือดจะซึมออกมาเลอะเสื้อผ้าขนาดไหน "โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนดี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปลอบโยนอย่างอ่อนโยนที่สุด นุ่มนวลที่สุด ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่มีไว้ให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่เจือจางด้วยกลิ่นยาโรงพยาบาลของเธอเพื่อเรียกขวัญ "ผมขอโทษ... ผมขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องกลัว" "ฮึก... นายมันบ้า คิน" ไออุ่นซบหน้าลงกับอกกว้าง กำเสื้อช็อปของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ เสียงสะอื้นฮักทำให้แผ่นหลังบางไหวโยน คินกระชับวงแขนกอดเธอให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าถ้าเธอบัวหายไปจากอ้อมแขนนี้ ตัวเขาเองคงจะแตกสลายเสียยิ่งกว่าตึกที่ถล่มลงมาเสียอีก "ครับ ผมมันบ้า... บ้าคลั่งรักเธอคนเดียวมาตั้งนานแล้ว เธอก็รู้" คินกระซับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งกดจูบลงบนกลุ่มผมสลวยอย่างทะนุถนอม ราวกับจะซึมซับความหวาดกลัวทั้งหมดออกไปจากตัวเธอ "ต่อให้ตึกถล่มลงมาต่อหน้า ผมก็ไม่มีทางยอมตายง่ายๆ หรอกน่า... ยังไม่ได้แต่งงานกับหมอไออุ่นเลย จะให้ตายได้ยังไง" ไออุ่นตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ปนความโล่งใจที่ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในกระแสเลือด แม้สถานการณ์จะยังตึงเครียดจากเหตุการณ์อุบัติเหตุในไซต์งาน แต่สัมผัสอบอุ่นและคำพูดติดตลกหน้าตายของเขาก็ทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาพองโตขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ความสงบสุขในอ้อมกอดนั้น... กลับอยู่ได้ไม่ถึงห้านาที กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของคินที่วางอยู่บนถาดเครื่องมือแพทย์แผดเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศหวานซึ้งลงอย่างไม่ไว้หน้า คินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขาก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความสลัวของห้องฉุกเฉินตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง แต่ทว่า... ชื่อที่ปรากฏหรี่ตากลับทำให้ปลายนิ้วที่กำลังจะปัดทิ้งต้องชะงักค้าง ชื่อของ 'ริน' ศัตรูหัวใจสาวสวยดาวคณะแพทย์ที่ตามตื๊อเขาไม่เลิกรา ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นมาซ้อนทับทันที *[คินคะ... รินอยู่ที่ตึกวิศวะแล้วนะคะ ตำแหน่งที่คานถล่มอันตรายมาก รินเป็นห่วงคุณนะ ออกมาเจอริหน่อยได้ไหม]* ไออุ่นที่ยืนซบหน้าอยู่กับอกกว้างเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สายตากลมโตคู่สวยเลื่อนมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบสะท้อนในดวงตาของคินอย่างชัดเจน ความอบอุ่นเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง คินหน้าถอดสีทันที เขารีบผละมือออกจากเอวบางแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดปิดเครื่อง แต่สายตาของไออุ่นที่มองมานิ่งสนิท กลับเต็มไปด้วยคำถามที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยงได้ "รับสิคะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังเสียวสันหลังวาบ "เผื่อคุณหมอรินเขาจะมี 'ธุระด่วน' ที่สำคัญกว่าฉันในตอนนี้" "อุ่น... ฟังผมก่อน รินเขาแค่..." คินอ้าปากจะอธิบาย แต่ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง ประตูห้องฉุกเฉินด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้กาลเทศะ ร่างเพรียวบางในชุดกราวน์แพทย์สะอาดสะอ้านของรินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเกินเหตุ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงติดลบในทันที "พี่คินคะ! รินได้ข่าวว่าคุณบาดเจ็บจากไซต์งาน... เอ๊ะ... หมอไออุ่นก็อยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย แหม... ดึกดื่นมืดค่ำขนาดนี้ ทำไมถึงยังตามติดพี่คินแจไม่ยอมห่างเลยล่ะคะ หรือว่ากลัวจะมีใครมาแย่งเขาไป?" คินหันขวับไปมองหน้ารินด้วยแววตาสนิมเหล็กที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ ร่างสูงขยับตัวจะก้าวออกไปจัดการกับความวุ่นวายที่ถูกสร้างขึ้น แต่ไออุ่นกลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ รั้งตัวเขาให้อยู่กับที่ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของหมอไออุ่น... ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย "งั้นเหรอคะ..." ไออุ่นปรายตามองรินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคินตรงๆ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่าจนน่าใจหาย "ในเมื่อคุณหมอรินเขาห่วงใยคุณถึงที่นี่แล้ว ฉันคง... หมดหน้าที่แล้วสินะคะ" พูดจบ หมอไออุ่นก็สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินสวนผ่านรินออกไปจากห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองท่าทีลนลานของคินอีกเลยแม้แต่นิดเดียว! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจพองโตไปกับความคลั่งรักของหมอไออุ่นและวิศวกรปากร้ายคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าเดิมนะคะ ❤️ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%