“ถ้าจะจ้องขนาดนี้ เอาไปสแกนเป็นรูปภาพในแล็บเลยไหมคะ คุณหมอไออุ่น?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทของ ‘คิน’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ณ โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เนืองแน่นไปด้วยหนุ่มหัวเกียร์ในชุดช็อปสีเข้ม สายตาทุกคู่ที่เคยจับจ้องไปที่จานข้าวของตัวเอง บัดนี้กลับถูกดึงดูดด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจากโต๊ะยาวมุมสุดของโรงอาหาร
‘หมอไออุ่น’ ในชุดกาวน์สั้นที่ยังถอดไม่หมดเนื่องจากเพิ่งควบเวรเช้าเสร็จ สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะขยับแว่นสายตาแก้เก้อ เธอพยายามรักษามาดนิ่งสุขุมที่เป็นเอกลักษณ์ของว่าที่แพทย์หญิง แต่ดูเหมือนใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจะหักหลังความเย็นชานั้นไปหมดแล้ว
“ฉันแค่... สงสัยว่าทำไมวันนี้เสื้อช็อปของเธอถึงมีคราบปูนแห้งติดอยู่ตรงแขนเสื้อน่ะค่ะ อีกอย่าง มันดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ถ้าคนไข้ของฉันเห็นเข้า คงโดนตำหนิเรื่องสุขอนามัยแน่”
ไออุ่นตอบกลับ พยายามหาข้ออ้างทางวิชาชีพมากลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอไม่ได้ตั้งใจจะจ้องเขาจนค้าง แต่รอยเปื้อนสีขาวบนเนื้อผ้าสีเข้มนั้นกลับทำให้เธอนึกถึงความทุ่มเทของเด็กวิศวะโยธาปีสามที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อโปรเจกต์จบ
คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้สาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอาย เขาโน้มตัวลงไปใกล้คนตรงข้าม จนกลิ่นไอแดดผสมกับกลิ่นโลหะอ่อนๆ จากตัวเขาอบอวลอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคนทั้งคู่
“เป็นห่วงเรื่องความสะอาด หรือห่วงอย่างอื่นคะ?”
“คิน!” ไออุ่นปรามเสียงเบาพลางกวาดสายตาไปรอบๆ โรงอาหารที่เริ่มเงียบลงถนัดตา
“ให้คนเขาสงสัยไปเถอะค่ะ” คินพูดพลางคว้าขวดน้ำเปล่าจากมือเธอไปเปิดฝาให้ด้วยความเคยชิน ก่อนจะวางคืนให้ที่เดิม “คนเขาจำได้ว่าวิศวะกับหมอไม่ถูกกันมานาน ถ้าเราทำตัวดีต่อกันสักหน่อย จะได้เป็นข่าวใหญ่ให้คนเขาเลิกเข้าใจผิดเรื่องที่พวกเราเกลียดขี้หน้ากันไงคะ”
“แต่นี่มันโรงอาหารวิศวะนะคิน และเธอก็เป็นที่จับตามองอยู่...”
“อุ่นคะ” คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ “ถ้าอุ่นไม่กล้าเปิดเผย ก็ไม่ต้องพูดอะไร แค่นั่งกินข้าวกับฉันแบบนี้บ่อยๆ ก็พอ คนทั้งมหาลัยเขามีตา เขาจะเห็นเองว่า... ใครที่ฉันยอมให้มานั่งในพื้นที่ของฉัน”
กวินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทบจะสำลักน้ำโค้ก เขารีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วหันไปกระซิบกับเพื่อนอีกคน “ไอ้คินมันรุกหนักไปแล้วโว้ย ดูสายตานั่นสิ พี่หมอแกแทบละลายลงไปในถาดข้าวแล้วนั่น”
ทว่า บรรยากาศสีชมพูที่ก่อตัวขึ้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังกระชั้นเข้ามา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยทำเอาคินขมวดคิ้วมุ่นทันที
“พี่ไออุ่นคะ... บังเอิญจังเลยนะคะที่มาทานข้าวที่นี่” รินเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด ท่ามกลางสายตาของบรรดาเด็กวิศวะที่มองตามอย่างสนใจ รินวางมือลงบนไหล่ของไออุ่นอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเหลือบตามองคินด้วยสายตาที่ซ่อนความไม่พอใจไว้ลึกๆ “พอดีรินมีเรื่องปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกต์งานอาสาสมัครที่คณะแพทย์นิดหน่อยค่ะ พอจะรบกวนเวลาพี่สักครู่ได้ไหมคะ?”
ไออุ่นชะงัก เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สายตาของคนรอบข้างเริ่มซุบซิบถึงความสัมพันธ์ที่ดูคลุมเครือนี้ ยิ่งเห็นรินที่พยายามเบียดเข้ามาหาเธอ คินก็นิ่งเงียบไปจนน่ากลัว บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มเย็นยะเยียบลงจนสัมผัสได้
“ตอนนี้พักเที่ยงค่ะริน หมอเขามีเวลาส่วนตัว” คินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาไม่ดุดันเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นชาจนคนฟังรู้สึกถึงแรงกดดัน
“รินไม่ได้คุยกับคินนะคะ รินคุยกับพี่ไออุ่น” รินโต้กลับพลางส่งสายตาเว้าวอนไปหาไออุ่น “พี่คะ... รินลำบากใจจริงๆ นะคะเรื่องคนในคณะที่เขากำลังเม้าท์กันว่าพี่...”
“เม้าท์ว่าอะไรคะ?” ไออุ่นถามเสียงเรียบ พยายามคุมสติให้มั่น
“ว่าพี่กำลังคบอยู่กับคนที่ไม่เหมาะสม...”
คินไม่ได้รอให้รินพูดจบ เขาวางช้อนส้อมลงกับถาดเสียงดัง *กริ๊ก* จังหวะที่เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าทำให้เขาดูเหมือนยักษ์ใหญ่ที่กำลังแผ่ขยายอำนาจ เขาก้าวไปหยุดอยู่ข้างกายไออุ่น ก่อนจะวางมือลงบนพนักเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่อย่างถือสิทธิ์
“คำว่า ‘เหมาะสม’ ของริน มันขึ้นอยู่กับอะไรคะ?” คินก้มลงไปถามพลางยกยิ้มที่มุมปาก “ขึ้นอยู่กับฐานะ? คณะ? หรือขึ้นอยู่กับว่าใครมีสิทธิ์ในตัวพี่หมอมากกว่ากัน?”
รินหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้คาดคิดว่าคินจะเปิดฉากปะทะต่อหน้าคนทั้งโรงอาหารแบบนี้
“คิน... อย่าค่ะ” ไออุ่นพยายามดึงชายเสื้อของเขาไว้ แต่อีกใจหนึ่งเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอย่างไร
คินไม่สนใจคำห้ามปราม เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูไออุ่นด้วยระดับเสียงที่ตั้งใจให้คนรอบข้างได้ยิน “ถ้าอยากรู้ว่าใครมีสิทธิ์ ก็มองดูให้ดีๆ นะคะ”
ทันใดนั้น คินก็คว้ามือของไออุ่นขึ้นมา ก่อนจะจูบลงที่หลังมือของเธอเบาๆ อย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งโรงอาหารที่พร้อมใจกันนิ่งเงียบราวกับถูกมนต์สะกด รินถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ขณะที่ไออุ่นเองก็ตัวแข็งทื่อราวกับโดนสตั๊น
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทุกคนในโรงอาหารกำลังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นกับฉากเปิดตัวครั้งนี้ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของไออุ่นก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่องในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่เสียงอุทานด้วยความตกใจจะดังขึ้นมาจากโต๊ะกลุ่มนั้น
ไออุ่นรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเธอหน้าซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด มันคือรูปภาพในอดีตที่เธอไม่เคยเปิดเผยกับใคร... รูปภาพของเธอกับชายปริศนาในชุดกาวน์ที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าอาจารย์กับลูกศิษย์ พร้อมแคปชั่นที่เขียนว่า ‘ความลับของหมอคนสวย ที่วิศวะไม่มีวันได้รู้’
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบของความเขินอาย แต่เป็นความเงียบของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ และคินที่กำลังจะหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของไออุ่น ก็หยุดชะงักลงเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งตึกต้องหนาวสั่น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ความรักและความลับกำลังจะปะทะกันนะคะ!
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 17
การเปิดตัวที่โรงอาหาร
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!